Archive

Posts Tagged ‘เทคนิค amazon’

เรื่องเล่าสู้เพนกวิน

June 26th, 2012 8 comments

วันนี้พึ่งไปทำบุญ บริจาคเลือดมา และก็เลยแวะมาเขียนบทความแนวทางที่ผมทำอยู่เพิ่มเติมละกัน ปีนี้ลำบากกันถ้วนทั่ว ทั้งกลัวโดนแบน ทั้งทำอันดับลำบาก ผมเอง จากปกติ จะได้ยืนพื้นราวๆ 1000$ ต่อเดือน พอแพนด้ามา ลดลงไปนิดนึง แต่พอเพนกวินมา นี่เล่นเอาใจหายแว้บ ตอนนี้เหลือแต่ละเดือนแกว่งไปมาที่ 500$-800$ ครับ ตอนนี้ก็เริ่มจับอะไรพอได้ละครับ เลยมาลองเล่าสู่กันฟัง กับวิธีการสู้ เพนกวินของผมละกัน
ตอนนี้เน้นทำเว็บคุณตะพาบครับ คือไม่ได้ gen สินค้า auto แต่ใช้วิธีหา kw ก่อนว่าอันไหนน่าทำ แล้วค่อยเอาสินค้ามาเขียน review ครับ จากนั้นก็เข้าสู่ขั้นตอน
1. ทำ content ให้ unique ถ้าขยันก็เขียนเองครับ รีวิวแบบทั่วๆ ไป แทรก kw พอประมาณ ถ้าขี้เกียจหน่อยก็ rewrite ครับ ผมใช้ thebestspinner เท่าที่ลองยังโอ อยู่ครับ (แต่ตอน re แล้วต้องอ่านคร่าวๆ ด้วยว่าอ่านรู้เรื่องนะครับ ถ้าไม่รู้เรื่องต้อง re ใหม่หรือไม่ปรับเองเลย)
2. เว็บขายของเรา ถ้าทำ theme เองได้จะดีกว่า แล้วใส่ความน่าเชื่อถือเว็บนิดหน่อยด้วย about us, policy, contact us
3. เพิ่มองค์ประกอบของ social network เข้าไปนิดหน่อย ไม่ว่าจะเป็น facebook, twitter (ถ้าขยันก็สร้าง account ที่เกี่ยวกับร้านเราด้วย แต่ถ้าขี้เกียจ เป็น icon link ไป facebook หรือ twitter อันเดียวกันหมดก็ได้ครับ)
4. เพิ่มเนื้อหาให้สม่ำเสมอ เช่น 2-3 วันครั้งก็ได้ครับ ตอนนี้เว็บผมไม่เยอะ อยู่ประมาณ 30 web คุณตะพาบ ก็วาง plan ใส่สินค้าไปเรื่อยๆ ไม่รีบ เพราะที่ผมหวังคือช่วง BFD ครับ (ปกติช่วงที่ว่าผมจะได้อยู่ราวๆ 3000$) แต่ระหว่างนี้ มันจะทยอยขายได้เรื่อยๆ
5. script ผมก็มีใช้อยู่ แต่เป็นแบบไม่ได้ gen auto นะครับ ก็ยังต้องใส่ content เองอยู่ดี ส่วนสคริปต์อะไรก็ขอไม่บอกละกันครับ เพราะคนทำเค้าไม่ขายละ ดังนั้น ถ้าใครไม่ใช้สคริปต์ ใช้ wp ก็ยังพอไหว แต่หา theme ดูดีหน่อย ปรับ layout ให้ดูเป็นระเบียบ มีรายละเอียดพอสมควร เช่น ภาพประกอบ features ใครขยันใส่ vdo ด้วยช่วยทำอันดับได้ 2 ทาง ถ้า up เข้า youtube และเอามาแปะที่เว็บเรา
6. ในแง่ bl แนะนำให้หาหลายๆ รูปแบบไว้ครับ ถ้าใครมี host ลงสคริปต์ หรือ cms หลายๆ แบบ จะดีกว่าเป็นแบบเดียว

ทุกวันนี้ผมทำ amazon แค่วันละ 1-2 ชม. ครับ เพราะว่าตอนนี้ต้องเรียนต่อด้วย

แนะนำมือใหม่ ที่ภูมิอดทนยังไม่เยอะ ให้ใจเย็นนิดนึงนะครับ ก็ทยอยทำไปเรื่อยๆ พอมันจับทางได้ จะดีเอง ตลาด amazon ทุกวันนี้ จะอยู่รอดได้ต้องขยัน อดทน และรู้จักปรับตัวครับ ใครใจร้อนอยากได้เงินเร็วๆ บางครั้งมันจะลน ทำ seo สะเปะสะปะ จะเป็นผลร้ายซะมากกว่า

อีกอย่าง ทุกวันนี้ รายได้จาก internet marketing ผมเป็นรายได้เสริมครับ เป็นเงินสะสม รายจ่ายผม ก็ยังอยู่ในวงเงินจากรายได้ประจำผมอยู่ดีครับ ดังนั้น ฝากท่านอื่นๆ ด้วย ว่าเมื่อได้รายได้มาแล้ว ให้วางแผนด้วย อย่ารีบเอาไปใช้ซะหมดครับ เพราะอนาคตไม่แน่นอน วันดีคืนดี amazon อาจจะแบนประเทศไทยก็ได้ครับ เหมือนที่หลายๆ เจ้าทำมาแล้ว รายได้ที่ได้มา ให้วางแผนสำหรับจ่ายค่า host หรือจัดการโดเมนด้วย หากคำนวณกำไรต้นทุนกำไรดีๆ เราจะรู้ว่าควรใช้ host แต่ไหน กี่ host กี่โดเมน เพราะถ้าไม่คำนวณส่วนนี้ บางทีรายได้ที่เราได้รับมา หักลบกลบหนี้แล้วจะไม่ได้กำไร กลับเข้าเนื้อนะครับ

วันนี้แวะมาบ่นคร่าวๆ แค่นี้ก่อนนะครับ มีโอกาสว่างๆ เจออะไรดีๆ เดี๋ยวมาเล่าสู่กันฟังอีกที
ปล. ผมไม่เทพนะครับ แค่เอาประสบการณ์มาเล่า อย่าเชื่อผมทั้งหมด ให้ลองเอาบางอย่างไปปรับใช้ให้เข้ากับท่านเอง ความสำเร็จสอนกันไม่ได้ครับ มันขึ้นอยู่กับการลงมือทำ การประยุกต์ใช้ของแต่ละคน แต่ขอให้เชื่ออยู่อย่างหนึ่งครับ คือเชื่อว่าเราทำได้ มากน้อย ก็ขอให้ภูมิใจว่าเราทำได้ครับ

update ยอด amazon เดือนกรกฎาคม 2554

August 1st, 2011 11 comments

เดือนนี้หลังจาก co.cc โดนแบน ก็ทำให้เห็นว่ามีเว็บทำเงินของผมที่เป็น .co.cc มีหลายเว็บทีเดียวทำให้รายได้หายไปกว่า 1 ใน 3 แต่โชคดีที่ว่าลองทำ affiliate อื่นๆ เสริมด้วย ซึ่งถ้ามีการจ่ายจริง ผมก็จะได้มากกว่า amazon ต้องรอลุ้นอีก 2 เดือนว่าจะเป็นยังไง จะได้เงินจริงหรือเปล่า

ว่าแล้วเอายอดของทั้ง 4 acc มาโชว์เสียหน่อยละกันครับ ยอดรวมเดือนนี้ดีที่ยังขยับพ้นหลัก หนึ่งพันดอลล่าห์มาได้แบบเฉียดฉิว

รวมถึงสคริปต์บางตัวมีปัญหา host ที่รันสคริปต์ล่มบ่อยมาก จนทำให้เว็บ money site ไม่ update อันดับตก ตอนนี้ก็เลยเริ่มนับหนึ่งใหม่โดยย้ายสคริปต์ออกมาแล้ว ถือว่าเป็นค่าประสบการณ์ครับ

แผนต่อไป เริ่มงัดเอาสคริปต์ต่างๆ ที่ดองไว้มาปัดฝุ่น และก็เริ่มโปรเจ็คใหม่ๆ ต่อไป เดือนที่แล้วปั่นไปประมาณ 7 โดเมน เดือนนี้นอกจาก bmg+ แล้วคงต้องจัดไปอีกไม่ต่ำกว่า 3-4 domain wpmu รอบนี้คงวิเคราะห์ kw ให้มากกว่าเดิมหน่อย และเริ่มทยอยหา backlink ให้กับโดเมนที่ปั่นเดือนที่แล้ว เพื่อเพิ่มความแรง หลังจากปั่นแล้วไม่ได้ไปทำอะไรเพิ่มเลย

อีกอย่าง กำลังทยอยย้ายฐานมาไว้ที่ acc1 เพราะว่าเสียดายค่าธรรมเนียม 4 acc รวมกันก็หลายอยู่ และกฏใหม่ก็เหมือนจะเริ่มเข้มกับ API จึงต้องลดบทบาท acc รองลงไป

ยังไงท่านที่แวะเวียนมาอ่าน ก็ขอให้ร่วมกันสู้ฝ่าฟัน ป่าอเมซอนแห่งนี้กันต่อไปนะครับ หนทางที่สดใสข้างหน้า เป็นของคนที่ไม่ย่อท้อเด้อ

เทคนิคที่ 1 แนะนำเครื่องมือช่วยขาย Amazon

July 11th, 2011 15 comments

หลังจากได้แนะนำวิธีการสมัครขายของ สร้าง blog เช่า host หรือจดโดเมนกันไปแล้ว วันนี้ตามคำเรียกร้องให้แนะนำเทคนิคต่างๆ ของผมในการของของ amazon ให้ได้รายได้ดีนะครับ ตอนแรกนี้ ขอแนะนำเครื่องมือต่างๆ ที่ผมใช้ก่อนนะครับ อย่าหาว่าโฆษณาให้คนอื่นเลยนะครับ เอาเป็นว่าผมมา reviews การใช้งานของเครื่องมือเหล่านี้ละกัน

1. ขายของนี้ใช้สคริปต์อะไรช่วยในการสร้างเว็บบ้าง

ที่ผมใช้ก็มีด้วยกันหลายๆ สคริปต์มากครับ โดยในเว็บ thaiseoboard นั้น แทบจะพูดได้ว่า ผมกวาดมาเกือบทุกสคริปต์ในการสร้างร้านขาย amazon โดยขอเล่าคร่าวๆ แบบภาพรวมก่อนนะครับว่ายังไง

  • Amazon Affiliate Script เรียกย่อๆ ว่า AAS ของคุณก้อง (kongpair) เป็นสคริปต์ตัวแรกที่ผมซื้อมาใช้งาน ด้วยประทับใจในหน้าตาของ theme ที่สวยงาม ดูหรูหรามีระดับ ถือเป็นสคริปต์หลักที่ทำเงินให้ผมตั้งแต่เริ่มซื้อ จนมาถึงปัจจุบัน ถึงแม้ช่วงหลังจะแผ่วไปบ้าง แต่ก็ยังขายได้ครับ
  • Autoestore Compare ของคุณเต้ (WebCMS) ตัวนี้ในช่วงก่อน black friday ปีที่แล้ว ถือเป็นอีกตัวที่ทำเงินให้ผมอย่างต่อเนื่องเช่นกัน น่าเสียดายที่ตัวสคริปต์โดน de-index ไปเมื่อต้นปี ทำให้ผมใช้ตัวนี้น้อยลงครับ แต่ตอนนี้เห็นว่ามีการปรับปรุงแล้ว บางคนก็ขายดีเหมือนเดิมครับ
  • 155store เป็นฟรีสคริปต์ ที่แจกให้ใช้กัน มีคนนำมา modify เป็นหลายๆ แบบ ณ เวลานี้ก็มีร้านที่ผมใช้สคริปต์นี้อยู่ประปราย เนื่องด้วยต้องมีการปรับแต่ง theme ซึ่งผมไม่ค่อยถนัดทางนี้นัก แต่ยังมีการขายได้เป็นระยะเช่นกัน
  • FireZr และ LightZr เป็นสคริปต์อันนึงที่ผมเคยใช้ปั่น sub และขายของได้เป็นกอบเป็นกำเช่นกัน น่าเสียดายที่ประสบชะตาเดียวกับ Autoestore compare ทำให้ช่วงหลังผมเองก็ลดการใช้สคริปต์ตัวนี้ไปเช่นกัน
  • PAS-MU สคริปต์ติดตั้ง และใช้งานไม่ยากครับ ปั่น subdomain ได้อย่างรวดเร็ว เร็วกว่า wpmu หรือใช้ BMG สร้าง sub ให้อีกครับ ตอนนี้ก็เริ่มมียอดขายมาเรื่อยๆ เหมือนกัน รองจากที่ปั่น wpmu ด้วย BMG และเป็นอันสคริปต์ที่ผมมี plan จะขยายโดเมนที่จะลงสคริปต์นี้เช่นกัน
  • BMG เป็นสคริปต์ในการ autopost สินค้าและรายละเอียดเข้าไปใน wp , blogger หรือ wpmu ได้ ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการสร้างเว็บให้ผมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงหลังที่ผมมาเน้นสายปั่น ต้องพึ่งตัวนี้ช่วยค่อนข้างมากครับ
  • Amazon to blogger เป็นสคริปต์ที่ช่วย post สินค้าเข้าไปยัง blogger ของเราที่สร้างไว้แล้ว อันนี้ช่วยทุ่นแรงผมในการสร้างร้านด้วย blogger ได้ดีทีเดียว
  • AOM compare ของคุณ seven  ที่ออกแบบ theme AOM ได้สวยถูกใจ กระตุ้นยอดขายได้มากทีเดียว มีทุนเพิ่มเมื่อไหร่ ผมก็มักจะไปอุดหนุน theme ราคาไม่แพงจากคุณ seven นี่แหละครับ
  • Blogger ยิ่งช่วงหลังนี้ ถือว่าอันดับดีหลายๆ คีย์ทีเดียว ใครบอกของฟรีขายไม่ค่อยได้ครับ ถ้าใช่ต้องยกเว้นให้ blogger นี้แหละ
จริงๆ ยังมีอีกหลายๆ สคริปต์ที่ผมมีครับ เพียงแต่ใช้งานน้อย เลยไม่ขอพูดถึงตรงนี้
2. เครื่องมือช่วยในการโปรโมท
นอกจากการ post แบบ manual โดยไปฝากลิงค์ไว้ในลายเซ็นบอร์ดต่างๆ comment blog แบบไปไล่ post ด้วยตัวเอง ก็ยังมีเครื่องมือทุ่นแรงอยู่หลายอย่างครับ
  • Soobbot Mini ของท่าน Pugkung คนเดียวกับที่ขายสคริปต์ของ PAS-MU ครับ โดยเป็นบริการสคริปต์พร้อม host ในการ post เนื้อหาและยิงลิงค์เข้า network ของเราที่เป็น wordpress สะดวกดีครับ ผมใช้ในการสร้าง backlink ให้เว็บขายของผมเป็นระยะๆ
  • Magic Farmer เป็นสคริปต์ที่ post เนื้อหาและสร้าง backlink ให้เรา โดยการ post เข้า wordpress network เช่นกัน แต่อันนี้ต้องรันด้วยการเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราระหว่างที่รันครับ ไม่ได้ Autopost แบบแรกที่รันบน host ถึงเราปิดเครื่องระบบก็ทำงานอยู่
  • Pliggo เป็นบริการที่ให้เรา post สร้าง backlink ด้วย Pligg ครับ ใครว่า pligg ไม่ช่วยทำอันดับ แต่จริงๆ แล้ว ผมว่ายังมีส่วนอยู่ครับ
3. เครื่องมือในการหา keyword
  • google.com ครับ ง่ายๆ เลยก็คือ เอาชื่อสินค้าไปค้นใน google เพื่อดูจำนวนการค้นหา คู่แข่ง และที่สำคัญคือ kw ที่น่าสนใจที่อยู่ด้านล่างของหน้าจอค้นหา
  • http://www.google.com/insights/search/?hl=en-US# อันนี้ช่วยในการดู trend ของสินค้าว่าน่าสนใจนำมาสร้างร้านเราหรือไม่
  • yahoo.com หรือ shopping.yahoo.com อย่าลืมให้ความสำคัญกับฝั่ง yahoo ด้วยนะครับ
วันนี้ขอแนะนำเครื่องมือเหล่านี้ก่อน เพื่อให้มือใหม่ทั้งหลาย ได้เห็นภาพคร่าวๆ ถึงเครื่องมือที่ผมใช้งานอยู่ตั้งแต่เริ่มทำ amazon มาจนถึงปัจจุบันครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อาจไม่จำเป็นที่จะต้องลงทุนเยอะๆ ทีเดียวในช่วงแรก ผมแนะนำให้ลองยึดทางใดทางหนึ่งที่ใช้เงินไม่เยอะก่อน แล้วพอเริ่มมีรายได้ จึงค่อยนำมาต่อยอดโดยใช้เครื่องมือที่ว่าเหล่านี้ก็ได้ครับ

ตัวอย่าง การสร้างบทความขายของ ใน blogger

July 3rd, 2011 39 comments

เห็นมีคำเรียกร้องเข้ามา เรื่องให้เขียนรายละเอียดเกี่ยวกับการ post บทความวิธีสร้าง บทความขายสินค้าใน blogger วันนี้ก็เลยมาทำตามข้อเรียกร้องดังกล่าวครับ (อ่านดูยังกะคำพูดนักการเมือง ก็ ซักนิดนึงนะครับ เข้ากับบรรยากาศ ช่วงเขียนบทความพอดี 555++)

1. เมื่อ login เข้าไปในหน้าจัดการของ blogger แล้ว ก็ให้คลิกที่ปุ่ม บทความใหม่

2. จะมายังหน้าเขียนบทความ จะประกอบด้วยส่วนต่างๆ ดังแสดงในรูป

3. จากนั้นเรามาเริ่มจากขั้นตอนการหาสินค้ามา post จากเว็บ amazon นะครับ จากเดิมตัวอย่างที่ผมให้ไว้ในบทความก่อนหน้านี้นะครับ http://hotpriceshirt.blogspot.com/ จะเห็นว่าเกี่ยวกับ shirt นะครับ ดังนั้นขอยกตัวอย่างต่อเนื่องจาก keyword คำว่า shirt นี้นะครับ แต่ในตัวอย่างนี้ ผมยกตัวอย่าง สนใจสินค้าคือ women shirt เราก็ไปค้นในหน้า amazon ดังรูป

เมื่อใส่คำค้น และกดค้นหาไปแล้ว จะแสดงรายการสินค้าตาม keyword ที่เราค้า ในที่นี้ ผมจะเลือกสินค้าที่มีคนเคยซื้อและ reviews ไว้แล้ว (ดูจากรูปดาว ในรูป และจำนวนคน reviews ดังในรูป) โดยคลิกลิงค์ที่เป็นชื่อสินค้า

4. จะมายังหน้าสินค้า ก่อนอื่นให้ copy ชื่อสินค้าเพื่อจะนำไปเป็นชื่อบทความใน blogger

เมื่อคัดลอกมาแล้ว จากนั้นนำไปใส่ในช่องหัวข้อของบทความของ blogger จากนั้นอาจใส่คำเพิ่มเข้าไป เช่น cheap buy จะใส่ต่อท้ายหรือนำหน้าก็ได้ครับ

5. จากนั้นถ้าจะใส่รูปสินค้าประกอบ อาจจะใช้วิธี save ลงในเครื่อง แล้วนำมาบันทึกลง หรือจะใช้วิธีเอา url ของรูปมาใช้ก็ได้ครับ ขอแสดงวิธีการด้วยการนำ url ของรูปมาใช้นะครับ เพื่อความสะดวก

ก่อนอื่นกลับไปที่หน้าสินค้าที่เราสนใจนั้น แล้วคลิกที่รูปประกอบ จะเจอ popup รูปใหญ่ขึ้นมา (แล้วแต่ประเภทสินค้านะครับ บางสินค้าสามารถคลิกขวาและ copy url รูปมาได้เลย) จากนั้นในหน้า popup นี้ให้คลิกขวา แล้วทำการเลือก คัดลอก url รูปภาพ

จากนั้นกลับไปที่หน้า post บทความ ให้คลิกที่ไอคอน แทรกรูปภาพดังรูป

จะปรากฏหน้าต่างใหม่ ให้ทำตามขั้นตอนดังนี้

–>เลือกแทป “จาก URL” –>นำ url รูปที่คัดลอกมาจากวิธีอธิบายข้างต้นมากรอก –> กดปุ่มเพิ่มรายการที่เลือก

เมื่อใส่ภาพไปแล้ว และต้องการจะปรับแต่ง เช่น ลด หรือขยายขนาด ให้คลิกที่รูปครับ จะมีเมนูเพิ่มเติมแสดงออกมาด้านล่าง ดังรูป

ถ้าอยากจะจัดซ้ายหรือขวา ก็มีไอคอนดังรูปครับ (เครื่องมือต่างๆ จะคล้ายกับพวก microsoft office ลองใช้งานดูนะครับเพื่อให้เข้าใจมากขึ้น)

6. จากนั้น เราก็ใส่ รายละเอียดสินค้าเข้าไป จะเขียนเนื้อหาเองก็ได้ครับ ถ้าใครเก่งภาษาอังกฤษจะช่วยได้มาก เพราะการเขียนเนื้อหาเอง จะช่วยให้ได้ unique content ส่งผลต่ออันดับใน search engine อย่าง google แต่ถ้าใครไม่ถนัด ก็คัดลอกมา จาก amazon ก็ได้ครับ ดังที่แสดงในตัวอย่าง

นำข้อความที่ค้ดลอกมาวางในบทความสินค้า

7. ในกรณีที่เราสม้คร affiliate amazon ผ่านแล้ว เราก็ทำลิงค์ไปยังหน้าสินค้า และแทรก tracking id ของเราเข้าไปในลิงค์ด้วย เมื่อคนคลิกผ่านลิงค์นี้ และไปซื้อสินค้าอะไรก็ตามใน amazon เราก็จะได้ค่าคอมมิสชั่นครับ

รูปแบบลิงค์ก็จะมีด้วยกันหลายแบบ ผมขอยกมาแค่ 2 แบบนะครับ

แบบที่ 1: http://www.amazon.com/dp/[ใส่เลข ASIN ของสินค้า]?tag=[ใส่ trackingid ของเรา]
เช่น  http://www.amazon.com/dp/B0056NIJ9A?tag=yourtrackid-20

แบบที่ 2: http://www.amazon.com/o/ASIN/[ใส่เลข ASIN ของสินค้า]/[ใส่ trackingid ของเรา]
เช่น http://www.amazon.com/o/ASIN/B0056NIJ9A/yourtrackid-20

แบบสุดท้ายเป็นแบบส่งไปหน้ารีวิวสินค้านะครับ
แบบที่ 3: http://www.amazon.com/product-reviews/[ใส่เลข ASIN ของสินค้า]?tag=[ใส่ trackingid ของเรา]
เช่น  http://www.amazon.com/product-reviews/B0056NIJ9A?tag=yourtrackid-20

จากด้านบน บางคนอาจสงสัยว่า ASIN คืออะไร ยกตัวอย่างสินค้าที่ผมยกมานี้นะครับ โดยให้สังเกตุที่ url ของหน้าสินค้าดังในรูป ส่วนที่เป็นกรอบสีแดง คือเลข ASIN

หรือในหน้าสินค้า ถ้าเลื่อนหน้าจอลงไปถัดจากรายละเอียดสินค้า ก็จะเห็นหมายเลข ASIN เช่นกันครับ

เมื่อเข้าในในรูปแบบ url แล้วก็มาดูวิธีใส่ link ในบทความของ blogger กัน

+ สร้างข้อความเช่น Buy it now แล้วทำแถบน้ำเงินเลือกข้อความนั้น
+ คลิกที่ไอคอนคำว่า ลิงค์ จะมีหน้าต่างใหม่ปรากฏขึ้น
+ ใส่ url ตามรูปแบบที่ถูกต้องในช่องที่กำหนด แล้วคลิกตกลง

หรือถ้าใครไม่ชัวร์ว่าลิงค์นั้นถูกต้องหรือไม่ ให้ login เข้าไปในหน้าของ affiliate แล้วคลิกที่เมนูดังรูป (Link checker)

จะมายังส่วนเช็คว่าลิงค์ใช้ได้หรือไม่ ก็ให้เอา url ของ link ที่จะทดสอบนั้นกรอกลงไป และทำตามขั้นตอนในรูป

8. เมื่อใส่รายละเอียดต่างๆ ของบทความเรียบร้อย ส่วนท้ายที่ถือว่ามีผลทาง seo ก็คือ tag ก็ใส่คำค้นที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเราสั้นๆ ลงไปนะครับ เช่น อาจจะใส่เป็นชื่อสินค้าก็ได้ หรือเป็น keyword ที่สำคัญ เป็นต้น

จากนั้นเรียบร้อยทุกขั้นตอนก็กดปุ่ม เผยแพร่บทความ เราก็จะได้บทความขายสินค้าแล้ว 1 บทความ ต่อไปก็ทำคล้ายๆ กันนี้สำหรับสินค้าอื่นๆ ครับ

อธิบายส่วนจัดการต่างๆของระบบ Amazon Affiliate ตอนที่ 1

June 23rd, 2011 No comments

หลังจากที่ได้อธิบายขั้นตอนการสมัครเป็น amazon affiliate แล้ว เรามาเรียนรู้ส่วนต่างๆ ของหน้าจัดการของ affiliate กันนะครับ ซึ่งจริงๆ แล้วก็ไม่ได้มีอะไรยุ่งยากมากนัก แต่สำหรับคนที่พึ่งเริ่มทำอาจจะงงๆ กับระบบบ้าง ก็เลยขออธิบายส่วนสำคัญที่ควรจะเรียนรู้ไว้นะครับ

1. เมื่อ login เข้าระบบแล้ว สังเกตุในหน้าแรกของหน้าจัดการ affiliate ด้านซ้ายมือ จะมี tracking id หลักเราแสดงอยู่ ถ้าเรามีการสร้าง tracking id เพิ่มเติม เราสามารถคลิกตรงกล่องรายการที่เป็น drop down list เพื่อเลือก tracking id ที่เราต้องการดังรูป โดยการเปลี่ยน list ตรงนี้ จะมีผลกรณีเราจะสร้างพวก banner link ต่างๆ ให้อ้างอิงกับ tracking id ที่เลือกนี้ (อาจจะยังงงๆ อยู่ แต่เดี๋ยวบทความเกี่ยวกับการสร้าง banner link ผมจะอธิบายซ้ำอีกทีครับ) สรุปคือส่วนนี้จะแสดงรายการ tracking id ทั้งหมดของ account ที่เราใช้งานอยู่นี้

สังเกตุว่า tracking id เราที่สร้างไว้จะลงท้ายด้วย -20 เสมอ โดยตัวลงท้ายนี้จะเป็นตัวบอกว่าเป็น amazon ของเขตไหนครับ ถ้า -20 นี้ก็แสดงว่าเป็น amazon.com ที่ขายของเฉพาะในสหรัฐอเมริกา จริงๆ อะเมซอนนี้มีหลายๆ ประเทศครับ เช่น amazon.de ของเยอรมันก็จะลงท้ายด้วยเลขอื่น

2. ขยับมาดูทางด้านขวามือบ้าง ส่วนนี้หลายๆ ท่านคงจะคุ้นตาเวลามีคนเอายอดมาโชว์ ก็จะเป็นส่วนนี้ครับที่ทั้งเทพๆ จนถึงคนทั่วไปเอามาอวดกัน โดยจะขออธิบายแต่ละส่วนตามตัวเลขดังนี้

2.1 account setting เป็นการ set ค่าต่างๆ ที่สำคัญของ account ของเรา ซึ่งจะกล่าวถึงในบทความหลังๆ อีกทีนะครับ

2.2 drop down list ส่วนนี้จะมีให้เลือกการแสดงผลในกล่องแสดงผลนี้ เช่น Month to Date ดังรูปก็หมายถึงแสดงรายการ order และรายการส่งของของเดือนนั้น จนถึงวันที่ที่เราเข้าดูรายการขณะนั้น หรือถ้าเราเลือก Yesterday ก็จะเป็นการดูยอดของวันนั้น เป็นต้น ซึ่งจะมีรายการให้เลือกทั้งเป็นแบบเดือนที่แล้ว หรือดูเป็นแบบราย 3 เดือน เป็นต้น

2.3 Earning Summary จะแสดงรายการที่มีการส่งของที่เราขายได้แล้ว ว่าส่งไปจำนวนเท่าใด ตามช่วงเวลาที่เราได้เลือกในข้อ 2.2 ดังในรูปก็แสดงว่า ขณะที่ดูรายการนั้นเดือนนั้นส่งของไปแล้ว 114 ชิ้น ได้ค่าคอมมิสชั่น 7% เพราะว่าเราส่งของได้เกิน 110 ชิ้นแล้ว และได้ยอดค่าคอมฯ คือ 299.39 ดอลล่าห์สหรัฐ เป็นต้น นอกจากนี้ ถ้าเราต้องการดูรายการสินค้าที่มีการส่งของไปตามช่วงเวลาที่เราเลือกนั้น ก็สามารถกดที่ลิงค์ View full report ตรงส่วนี้ได้ ก็จะเปิดหน้าแสดงรายการสินค้าดังที่กล่าว

2.4 Order Summary ก็จะแสดงรายละเอียดคล้ายๆ ข้อ 2.3 แต่เป็นรายการสินค้าที่มีการสั่งซื้อเข้ามา ซึ่งอาจจะยังส่ง (ship) หรือยังไม่ส่งก็ได้ ตามช่วงเวลาที่เราได้เลือกนั้นๆ ส่วนนี้จะแสดง conversion rate ให้ทราบด้วยว่า เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนที่มีการคลิกดูสินค้า (Clicks) กับจำนวนที่มีการสั่งซื้อ (Order items) คิดเป็น conversion rate ได้กี่เปอร์เซ็น ซึ่งถ้าได้ conversion rate สูง ก็อาจจะแปลได้ว่า หน้าร้านเรานั้นสามารถทำยอดขายได้ดี เพราะเมื่อมีคนคลิกมาดูสินค้าแล้ว ก็มีแนวโน้มสูงที่คนๆ นั้นจะซื้อสินค้าดังกล่าว โดยจากรูปจะเห็นว่า rate ไม่ค่อยสูงนัก เพราะ account ที่ผมนำมาแสดงนี้ ส่วนใหญ่จะมี bot เข้ามาคลิกมากกว่าครับ เนื่องจาก account นี้จะมีร้านที่เป็นเว็บปั่น หรือสคริปต์ซะส่วนใหญ่

3. มายังส่วนถัดไปคือหน้ารายงานยอดสินค้า ไม่ว่าจะเป็นยอดส่งของ (Earning report) หรือหน้ารายการสั่งซื้อ (Order report) จะเป็นตารางคล้ายๆ กัน เพียงแต่เราคลิกเลือกว่าเราจะดูรายงานประเภทไหน

โดยการที่จะมาดูในหน้านี้ สามารถคลิกเลือกเมนูทางด้านซ้ายมือของหน้าจัดการ aff. นี้ได้ หรือไปคลิกที่ View full report ในกล่องแสดงยอดจากข้อ 2 ที่กล่าวมาแล้ว

3.1 Report type ส่วนนี้จะให้เลือกประเภทรายงาน เช่น ถ้าจะดูรายงานรายการสินค้าที่ส่งของแล้ว ก็เลือก Earning Report ดังแสดงในรูป หรือถ้าต้องการดูรายการสั่งซื้อสินค้า ก็เลือกเป็น Order Report เป็นต้น

3.2 ช่วงเวลาของการแสดงรายงาน สามารถระบุเป็นช่วงเวลาได้ โดยเลือกได้จากช่วงเวลาตามปฏิทิน หรือจะเลือกตามตัวเลือกที่มีคล้ายๆ กับในข้อ 2 เช่น Month to Date / Yesterday เป็นต้น

3.3 แสดงช่วงเวลาที่แสดงรายงาน

3.4 ตารางแสดงรายละเอียดของสินค้าในรายงานประเภทนั้นๆ

4. ทีนี้เรามาดูรายละเอียดต่างๆ ของตารางแสดงผล เช่น ตารางแสดงรายการสินค้าที่มีการส่งของแล้ว (Ship แล้ว) แสดงว่าเป็นรายการที่เราได้ค่าคอมมิสชั่นแล้วนะครับ โดยตรงส่วน Item Name จะแสดงชื่อสินค้า แยกตามหมวดต่างๆ

4.1 Price แสดงราคาสินค้านั้นๆ เป็นราคา ณ เวลาที่ขายได้ บางทีเราอาจสงสัยว่าทำไมไม่ตรงกับราคาที่เคยเห็น นั่นเพราะ บางครั้งสินค้ามีการลดราคา ทำให้ราคาสินค้าอาจไม่ตรงกับราคาเริ่มแรกที่เราเคยเห็นครับ

4.2 Advertising Fee Rate เป็น % ค่าคอมมิสชั่นที่เราได้ สังเกตุว่าหมวด Electronics จะเป็น 4% ในขณะที่อันอื่นจะมีทั้ง 6% กว่าๆ 7% เป็นต้น นั่นเพราะเป็นข้อกำหนดของทาง amazon ครับ ว่าสินค้าหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า (Electronics) จะได้ค่าคอมฯ แค่ 4% ส่วนสินค้าหมวดอื่นๆ จะแปรไปตามจำนวนสินค้าที่เราขายได้ ถ้าเดือนนั้นเราขายได้จำนวนชิ้นมาก % ก็จะมากขึ้นตามไป ส่วนนี้เดี๋ยวจะมีอธิบายราละเอียดต่อไปนะครับ ในบทวามถัดไป

4.3 คือจำนวนชิ้นของสินค้าที่ขายได้

4.4 คือยอดขายรวมของสินค้านั้นๆ

4.5 คือค่าคอมมิสชั่น ที่เราได้จากสินค้านั้นๆ

5. นอกจากเราสามารถดูรายละเอียดสินค้าได้แล้ว ยังมีรายงานที่แบ่งตาม tracking id ของเรา และถ้าเราสร้าง tracking id สำหรับระบุ เว็บไซต์หรือ keyword ต่างๆ ของสินค้าที่เราสนใจ ในรายงานส่วนนี้ก็เป็นตัวบอกได้คร่าวๆ ว่าขายสินค้าได้จากเว็บไหน หรือ keyword อะไร ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการต่อยอดเพื่อนำ keyword ที่ได้นั้นไปสร้างร้านเพิ่ม เป็นต้น

วันนนี้ขอจบไว้เท่านี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวบทความถัดไปก็มาเรียนรู้ส่วนสำคัญอื่นๆ เพิ่มเติมอีกนะครับ

เทคนิคเพิ่มเติมการทำ amazon จาก blog อื่นๆ

June 22nd, 2011 No comments

จริงๆ ก่อนที่จะเกิดเว็บนี้ ผมได้เคยเขียนบทความแนะนำเทคนิคต่างๆ เพิ่มเติมในการทำ amazon ไปบ้างแล้วครับ ระหว่างรอบทความใหม่ ลองย้อนไปอ่านดูได้ เช่น

+ สร้าง tracking id ดูซิว่าขายของได้จากร้านไหน

http://www.thaicreateblog.com/2010/08/tracking-id.html

+ สร้าง blogger อย่างไรให้ขายของ amazon ได้

http://www.thaicreateblog.com/2011/05/blogger-amazon.html

และก่อนหน้านี้ก็เคย update ความเคลื่อนไหวตั้งแต่เริ่มทำ amazon ไว้ที่ blog นี้ครับ

http://www.thaishareidea.com/wp/

แต่เมื่อต้องการแยกเขียนเกี่ยวกับการทำ amazon โดยเฉพาะก็เลยจัดมาเป็นเว็บนี้ครับ