Archive

Posts Tagged ‘สมัคร amazon’

ทำยังไงจะสมัครอเมซอนให้ผ่าน

July 25th, 2013 6 comments

หลายๆ คนที่สนใจอยากจะทำอเมซอนช่วงหลังนี้ อาจมีปัญหาว่าทำยังไงให้ทาง อเมซอน approve หรือทำยังไงให้สมัครผ่าน
จากประสบการณ์ที่ผมลองสมัครใหม่มาล่าสุดนี้ ก็เลยมาแนะนำวิธีการที่ทดลองและได้ผลตามนี้ครับ

1. ใช้โดเมนจดเอง กับ host ตัวเองในการสมัคร
2.สร้างเว็บที่มีเนื้อหาอ่านรู้เรื่อง จะเป็นรีวิวสินค้าก็ได้ เนื้อหาก้อปมาจากหลายๆ ที่ก็ได้ และควรมีเนื้อหาพอสมควร ใช้ wp สร้างก็ง่ายดีครับ หา theme สวยหน่อย แต่ไม่จำเป็นต้องเสียตัง ของฟรีสวยๆ ก็มีครับ มีบทความซัก 4-5 อัน ถ้าใครทำมากกว่านั้นก็ดีครับ ยังไม่จำเป็นต้องใส่ลิงค์ไปเว็บอเมซอน จนกว่าจะสมัครผ่านค่อยกลับมาใส่ลิงค์ ใส่แบนเนอร์ก็ได้
3. ควรทำเว็บให้มี index ซักหน่อยก่อนการสมัคร ไปฝากลิงค์ไว้ตามที่ต่างๆ ก็ได้ แต่ไม่ต้องสแปม เพราะต้องการแค่อินเดกซ์
4. เม่ือพร้อมแล้วค่อยเอาเว็บนี้ไปสมัคร อย่าลืมเตรียมเบอร์มือถือที่ใช้งานได้ สำหรับไว้ verify ด้วยนะครับ

ที่สำคัญ เว็บที่สมัครนี้ ควรเก็บรักษาไว้ โดน google แบนช่างมัน ขอให้ตัวเว็บยังคงอยู่ให้ทางอเมซอน เขามาตรวจสอบดูได้
ตอนนี้ใจเย็นๆ เตรียมตัวดีๆ ก่อนสมัครนะครับ เพราะเขาค่อนข้างตรวจเข้ม

อีกอันที่อยากเสริมคือ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้เว็บ ข้อมูลเจ้าของโดเมนที่ใช้สมัครควรตรงกันกับ account ที่ใช้สมัครอเมซอนนี้ด้วยครับ

หลายคนอาจมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับวิธีการ ผมก็ขอแจ้งไว้ตรงนี้ครับว่า วิธีการอาจไม่ตายตัวนะครับ แล้วแต่แต่ละคน แต่ผมแค่มาแนะนำวิธีการที่ผมใช้แล้วได้ผลครับ ^^

ขอให้ทุกท่านโชคดีในการหารรายได้เสริมจากงานออนไลน์อย่าง amazon affiliate นะครับ

สรุปขั้นตอนหากจะเริ่มทำ Amazon

June 9th, 2012 24 comments

ห่างหายจากการเขียนบทความไปนาน พอดีพักหลังสังเกตุใน thaiseoboard ยังมีคนสับสนเกี่ยวกับการเริ่มต้นการทำอเมซอน ว่ามันคืออะไร จะตั้งต้นยังไง ก็เลยคิดว่าน่าจะทำบทความสรุปเพื่อเพิ่มความเข้าใจกันหน่อยนะครับ สำหรับมือใหม่ เพราะจริงๆ หากเข้าใจระบบนี้แล้ว ก็น่าจะนำไปประยุกต์ใช้ได้กับ Affiliate อื่นๆ ได้อีก เพราะรายได้เราหากมีหลายตะกร้า ย่อมดีกว่าตะกร้าเดียวนะครับ

จริงๆ การทำ Affiliate ก็เหมือนการที่เราเป็นเซลแมน ขายของน่ะครับ จะขายประกัน หรือจะขายสินค้าอะไรก็แล้วแต่ว่าบริษัทที่เราเป็นตัวแทนนั้นขายอะไร เราเป็นแค่พนักงาน รับแค่ค่าคอมมิชชั่น ไม่ได้เงินเดือน ขายได้มากก็ได้รายได้มาก ไม่มีสินค้าของเราเอง อุปกรณ์การขายก็เช่นพวกโบรชัวร์ ตัวอย่างสินค้า แล้วแต่ว่าบริษัทเราจะจัดอะไรให้ เราจะมี รหัสพนักงาน เป็นตัวบ่งบอกเมื่อสินค้านั้นถูกขายไป ก็จะต้องมีการอ้างอิงรหัสของเรา เพื่อไปคิดคำนวนค่าคอมมิชชั่นของเราครับ ค่าคอมมิชชั่น ก็อยู่ที่ตกลงกันว่าจะให้กี่เปอร์เซ็นของราคาสินค้า

ทีนี้มาเปรียบเทียบกับการทำ Amazon โดยเราเป็นตัวแทน Affiliate ของอเมซอน เราก็เหมือนเป็นพนักงาน ตัวแทนขายคนหนึ่งของ Amazon เราจะมี tracking-id เป็นเหมือนรหัสพนักงาน ซึ่งจะติดไปกับสินค้าที่ลูกค้าของเรา นั่นก็คือ คนที่เข้ามาค้นหาสินค้าในโลกออนไลน์หรือใน internet นี่แหละครับ โดยเราไม่ได้มีสินค้า หรือรับสินค้ามาขาย เราเพียงแต่เสนอขาย ขั้นตอนหลังจากการซื้อ เช่น การคิดเงิน การส่งสินค้า Amazon.com เป็นคนจัดการเองหมด  ดังนั้นในขั้นตอนการเสนอขาย เราจึงต้องมีอุปกรณ์ช่วยการขายของเรา นั่นคือ สร้างเว็บไซต์ สำหรับนำเสนอสินค้าเหล่านั้น โดยทำช่องทางสำหรับให้ลูกค้าที่สนใจสินค้าที่เรานำเสนอนั้น ไปจ่ายเงินเมื่อซื้อสินค้า นั่นคือทำ ลิงค์ ไปยัง Amazon.com นั่นเอง โดยภายในลิงค์จะต้องมีการระบุ trackin-ID ของเราด้วยทุกครั้ง เพื่อให้ระบบของ Amazon.com รู้ได้ว่า สินค้าชิ้นนั้น ขายผ่านตัวแทนอย่างเราน่ะครับ

อ้อ ผมลืมบอกไป Amazon.com ก็ไม่ได้เป็นเจ้าของสินค้าเองนะครับ แต่เป็นเหมือนพ่อค้าคนกลาง นึกภาพง่ายๆ Amazon เป็นเหมือน BigC หรือ Tesco Lotus น่ะครับ รับสินค้าจากเจ้าของสินค้าหลายๆ เจ้ามารวมกันขายไว้ที่เดียว เราเองก็เป็นเหมือนพนักงานขายของห้างเหล่านั้น

ลองดูรูปนี้ประกอบนะครับ

ที่มา: http://businessattitude.com/affiliate-marketing/

ขอ Short note สรุปให้เห็นภาพนะครับ

  • เจ้าของสินค้า เช่น Nokia, Apple —> นำสินค้ามาลงขายที่ Amazon.com
  • ห้างรวมสินค้า = Amazon.com
  • ตัวแทนขาย = ตัวเรา / Affiliate marketer
  • รหัสพนักงาน = tracking-ID
  • ร้านค้าของตัวแทนขาย = website ของเรา
  • ค่าคอมมิชชั่น = เงินที่ตัวแทนขายได้จากการขายสินค้านั้นๆ โดยอาจจะได้จากคิดเป็นกี่ % ของราคาสินค้า

เกริ่นทำความเข้าใจไปละ งั้นก็ขออธิบายขั้นตอนการเป็นตัวแทนขายของ Amazon.com นะครับ

สิ่งที่เราควรจะมีในการทำงานครั้งนี้

  1. เว็บไซต์ หรือ blog สำหรับการนำเสนอสินค้า แบ่งได้เป็นของฟรี อย่าง blogger หรือจะเป็นลงทุนเช่า host จดโดเมน เลยก็ได้ครับ เพราะ blogger ฟรีก็จริง แต่ก็มีโอกาสโดนลบได้ง่าย แต่ถ้าสำหรับคนที่เริ่มลองทำ แล้วยังไม่มั่นใจจริงๆ ก็ทำจากของฟรีก่อนครับ เพราะบางคนทำๆ ไปแล้วอาจจะไม่ชอบก็ได้
  2. บัญชีธนาคารสำหรับรับโอนเงิน ณ ปัจจุบัน ยังนิยมใช้บัญชี ธนาคารกรุงเทพฯ ครับ เพราะมีสาขาที่นิวยอร์ค และรับเงินได้รวดเร็ว ไม่เกิน 3-5 วันหลังมีการคิดคำนวณคอมมิชชั่นแล้ว ก็จะได้รับโอนเงินเข้าบัญชีเลย แต่ถ้ารับเป็นเช็ค ก็จะใช้เวลานานหลายอาทิตย์ แถมเมื่อขึ้นเช็คแล้ว อาจจะต้องรอเวลาอีกเป็นเดือนกว่าจะได้ใช้เงินครับ
  3. บัญชี Paypal ผมแนะนำให้ทำไว้ครับ เพราะสะดวก เวลาจะจดโดเมน หรือเช่า host หรือใครไม่มีบัตรเครดิต ก็แนะนำให้เปิดบัญชีธนาคารกสิกรไทย แล้วใช้บริการธนาคารออนไลน์ อย่าง k-banking แล้วเปิดบัตรออนไลน์เสมือนบัตรเครดิตของธนาคาร เรียกว่า k-web shopping card ใครสงสัยอันไหน หาอ่านรายละเอียดได้ใน google ครับ
  4. 3 อันก่อนหน้านี้เป็นรูปธรรมเข้าใจได้นะครับ แต่ผมขอเสริมนามธรรม แต่ก็คิดว่าน่าจะเข้าใจไม่ยาก ได้แก่
  • ความอดทน เพราะงานทุกอย่างไม่ได้ทำง่ายๆ ครับ ไม่ใช่ทุกคนจะประสบผลสำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว ต้องอาศัยเวลา เพราะขนาดทำแล้วได้เงิน ยังต้องอดทนรอจนผ่านไปครบ 2 เดือน ถึงจะได้รับค่าคอมมิชชั่น ก้อนแรกนะครับ ต้องตระหนักตรงนี้เอาไว้ นอกจากนี้ ไม่ควรวอกแวกไปจากเป้าที่วางไว้ อย่าท้อถอยง่ายๆ ครับ
  • ขยันหาความรู้ เพราะระบบทั้ง search engine มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด เราจะทำยังไงให้เว็บไซต์ที่เราทำนั้น ไปอยู่ในผลการค้นหาหน้าแรกๆ ในคำที่ลูกค้าใช้คนใน search engine อย่าง google ได้ยังไง ควรอ่านเก็บความรู้และทดลองทำไปด้วย เพื่อดูผล ไม่ใช่แค่อ่านอย่างเดียว แล้วไม่ลงมือ webboard ต่างประเทศควรหาอ่านด้วยครับ เพราะจะรวดเร็วกว่ารอให้มีคนเอามาแปล ถ้าอ่านแค่ของไทย อาจจะได้ความรู้ที่ล้าสมัยไปแล้วก็ได้ครับ

ขั้นตอนโดยสรุปมีดังนี้นะครับ

1. สร้างร้านของเรา นั่นคือการทำเว็บไซต์ขึ้นมาก่อน เพื่อจะนำเสนอเนื้อหาสินค้าที่เราต้องการจะขาย ข้อมูลเอามาจากไหน จากเว็บที่มีสินค้าเหมือนกับเว็บเรา หรือคัดลอกเอามาจากเว็บ amazon.com เลยก็ได้  โดยในขั้นตอนสร้างร้าน แบ่งเป็น 2 กรณี

กรณีแรก ใช้ของฟรี อย่าง blogger โดยการสมัคร Gmail แล้วไปสร้างเว็บเราจากเว็บ blogger.com ซึ่งเราจะได้โดเมนหรือ url เป็น ชื่อเว็บที่เราตั้ง.blogspot.com (กรณีนี้จริงๆ เรียก subdomain นะครับ) ซึ่งในฟรีบล็อกอย่าง blogger นี้จะมีเครื่องมือการจัดการเว็บเราพร้อมอยู่แล้ว มือใหม่ก็ใช้ได้ไม่น่ามีปัญหา และก็มีเว็บหลายๆ แห่งก็สอนวิธีการใช้งานอยู่แล้วครับ

กรณีที่สอง จดโดเมน และเช่า host สำหรับสร้างเว็บไซต์ โดยเว็บเราอาจจะทำมาจากพวก สคริปต์ฟรี เช่น wordpress หรืออาจจะเป็นสคริปต์สำเร็จรูปที่ทำออกมาสำหรับขาย amazon โดยเฉพาะ เช่น AOM เป็นต้น กรณีนี้ เราจะต้องเสียค่าโดเมน เป็นรายปี ผู้ให้บริการที่นิยมกันก็เช่น godaddy หรือ name.com เป็นต้น และเราต้องเสียค่าบริการเช่า host ซึ่งเลือกได้ว่าจะจ่ายเป็นแบบรายเดือน หรือรายปี ถ้า host นอกดีๆ ก็แนะนำ Hostgator ส่วน host ไทยก็แนะนำ Hostneverdie ครับ

และขอเสริมเพิ่มเติม สำหรับเนื้อหาสินค้า แนะนำว่าให้ทำให้ไม่เหมือนเดิม หรืออย่า copy มาทั้งดุ้น ให้มีส่วนแตกต่างบ้าง เช่น อาจจะเขียน review เพิ่มเติม หรือ rewrite บทความบ้างนะครับ ไม่งั้น ทำไปแล้วเว็บก็โอกาสจะเกิดได้ยาก เพราะว่าเดี๋ยวนี้ search engine อย่าง google ให้ความสำคัญกับเนื้อหาค่อนข้างมากทีเดียว เมื่อเทียบกับเมื่อก่อน และถ้าเราทำเนื้อหาให้ไม่ซ้ำใคร ก็มีโอกาสได้อันดับดีๆ มากกว่า ถึงแม้บางครั้ง back link ของเราอาจจะไม่ได้มากมายอะไร

2. หลังจากเรามีเว็บไซ์ และโดเมนเรียบร้อยแล้ว ก็ไปสู่ขั้นตอนการสมัครเป็นตัวแทนขายของ Amazon.com ซึ่งในขั้นตอนการสมัครก็จำเป็นต้องใช้ โดเมน ที่เราเตรียมไว้ในข้อ 1 ทำการสมัครนั่นเอง ส่วนการตั้งค่ารับเงิน ถ้าไม่เลือกเป็นรับเช็ค ก็ใส่รายละเอียดเลขที่บัญชีของธนาคารกรุงเทพ สำหรับการรับโอนเงิน

3. เมื่อเราได้รับการยืนยันในการเป็นตัวแทนขายของเราแล้ว ก็เป็นกระบวนการสร้างร้าน หรือเว็บไซต์ของเรามากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายของเราได้มากขึ้นด้วย เสมือนเราขยายสาขาร้านเรานั่นเอง โดยในขั้นตอนนี้ ก็อาศัย การวิเคราะห์ตลาด และเลือกสินค้าที่คิดว่าน่าจะมีโอกาสทำให้เว็บเราอยู่หน้าแรกๆ ของผลการค้นหาอย่างใน google ได้ บางคนเรียกขั้นตอนนี้ว่า การหา keyword ในการสร้างเว็บขายของ

บางสูตรก็แนะนำให้เลือกสินค้าที่มีคู่แข่งน้อยๆ หรือสินค้าที่ค่อนข้างจำเพาะกับกลุ่ม เช่น สินค้าของคนถนัดซ้าย เป็นต้น บางสูตรก็เลือกสินค้าราคาถูก เพราะคนน่าจะซื้อได้ง่ายกว่า เป็นต้น

ในขั้นตอนเหล่านี้ ต้องอาศัยการอ่าน วิเคราะห์ และฝึกฝน เก็บเกี่ยวประสบการณ์นะครับ ดังนั้นตามที่บอกไว้ในช่วงแรกว่าต้องอาศัยความอดทนพอสมควร ผมเองก็ใช้เวลาเป็นปี ถึงได้พบวิธีหรือแนวทางที่เหมาะกับตัวเอง ดังนั้น หากใครคิดว่า ร้อนเงิน ต้องรีบใช้เงิน ไม่แนะนำให้ทำ ให้หาอย่างอื่นที่ได้เงินเร็วทำดีกว่าครับ (เอาแค่ว่าค่าคอมฯ ก้อนแรกก็ต้องรอหลังจากครบ 2 เดือนไปแล้วก็เห็นได้ชัดเจนละครับว่ายังไงก็ต้องรอก่อนไม่ได้เงินในทันที)

สำหรับรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ แนะนำว่าให้ดูบทความก่อนๆ ที่ผมเขียนไว้แล้วนะครับ เพราะไม่งั้นบทความนี้มันจะยาวจนเกินไป จนอาจทำให้เบื่อหน่ายได้ (เริ่มจากส่วนหน้าสารบัญเว็บก่อนก็ได้ครับ) ก็หวังว่าบทความนี้จะทำให้มองภาพรวมออกนะครับ

เริ่มสมัครเป็น Affiliate กับ Amazon.com

June 19th, 2011 71 comments

หลังจากที่เราสมัคร gmail รวมถึงสร้าง blog พร้อมเรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการสมัครทำ Affiliate กับ Amazon.com แล้วนะครับ

1. ให้ไปที่เว็บ https://affiliate-program.amazon.com จากนั้นก็คลิกที่ปุ่ม Join now for FREE!

2. ระบบจะให้กรอกข้อมูลอีเมลล์ในการสมัคร เราก็กรอก gmail ตามที่เราได้สมัครไว้วิธีการในบทความก่อนหน้านี้ และกดปุ่ม Sign in using our secure server ดังรูป

3. กรอกรายละเอียดต่างๆ ตามที่ผมอธิบายไว้ในรูปแล้วนะครับ ทั้งหมดอย่าลืมว่ากรอกภาษาอังกฤษเด้อ

เมื่อกรอกรายละเอียดครบถ้วนแล้ว ให้กดปุ่ม Continue ครับ จะไปยังหน้าถัดไป

4. หน้านี้ก็กรอกรายละเอียดส่วนต้วของเรานะครับ ให้ครบถ้วน แล้วกดปุ่ม Next your website profile

5. หน้าต่อไปจากนี้จะให้ระบุ ข้อมูลเว็บไซต์ที่เราจะใช้ขายสินค้าให้ amazon เราก็เอา blogger ที่เราสร้างไว้แล้ว ตามที่สอนในบทความก่อน มากรอก ส่วนข้อมูลอื่นๆ ก็ตามที่ได้อธิบายไว้ในรูปแล้วนะครับ

ส่วนถัดมาก็เช่นกันครับ กรอกและเลือกรายละเอียดให้ครบถ้วน

เมื่อครบทุกอย่างให้กดปุ่ม Finish

6. จะมายังหน้าถัดไป ระบบจะให้เลือกว่า จะระบุวิธีรับเงินเลยหรือไม่ ถ้าเราเลือกหมายเลข 2 ก็จะจบขั้นตอนและเข้าไปหน้าจัดการ affiliate แต่ถ้าเราเลือกหมายเลข 1 ก็จะไปหน้าใส่รายละเอียดการรับเงิน

ในรูปที่ผมปิดไว้คือ tracking-id เริ่มต้นสำหรับที่เราจะนำไปใช้ในการขายสินค้าครับ

7. จากข้อก่อนหน้าเมื่อเลือกหมายเลข 1 ก็จะมาหน้านี้ เริ่มต้นผมแนะนำให้เลือกเป็นเช็คครับ และระบุยอดที่จะให้ตัดคือ 100$ แล้วเดี๋ยวเมื่อเราเริ่มมีรายได้มากขึ้นค่อยกลับมาเปลี่ยนเป็นรับเงินผ่านธนาคารกรุงเทพฯ

เมื่อกด continue ก็จะไปในหน้าจัดการของเราครับ ตามรูปด้านซ้ายมือที่ผมปิดด้วยแถบสี่เหลี่ยมไว้ เป็น tracking-id สำหรับที่เราจะนำไปใช้ขายของต่อไปครับ รูปแบบจะเป็น xxxxxx-20 สำหรับ 20 ด้านหลังนั้นเข้าใจว่าเป็นความหมายว่าเราทำ affiliate กับ amazon.com ครับ ส่วนด้านขวามือ ส่วนบนจะแสดงจำนวนสินค้าที่มีการส่งของไปแล้ว และแสดงค่า commission ของเรานั่นเอง ส่วนช่องด้านล่างหมายถึงจำนวนคลิก และ order ที่เราขายได้ครับ

9. หลังจากสมัครแล้ว เมื่อกลับไปเช็คในเมลล์ที่เราใช้สมัครก็จะมีจดหมายฉบับแรก แจ้งว่าได้รับข้อมูลในการสมัครแล้ว กำลังพิจารณาอนุมัติว่าจะให้เราทำ affiliate หรือไม่

ในเนื้อความของจดหมายก็คล้ายๆ ดังในรูปครับ

โดยหลังจากได้เมลล์ฉบับนี้ เราจะยังไม่ได้ค่า commission นะครับ เราต้องรอจดหมายอนุมัติ อีก 1 ฉบับดังในรูป ซึ่งอันนี้อาจจะใช้เวลาประมาณ 1 วันครับ ระหว่างนี้เราก็ไปจดโดเมนสำหรับทำร้านอื่นๆ เพิ่มก่อน หรือไปจัดหาสคริปต์สำหรับสร้างร้านมาเตรียมไว้ก็ได้ครับ

เมื่อมี email ตามรูปด้านบนมาแล้ว และในเนื้อหาของเมลล์ก็จะได้ประมาณนี้

Congratulations, your application to the Amazon.com Associates Program
has been approved.

For future reference, your unique Associates ID is xxxxxxx-20.

และก็มีลิงค์แนะนำวิธีใช้งานส่วนต่างๆ ของระบบจัดการ amazon affiliate ก็แสดงว่าเราได้รับอนุมัติให้ทำ affiliate กับ amazon ได้แล้ว

จากนั้นก็ลุยสร้างร้านต่อได้เลยครับ

เดี๋ยวบทความต่อไปจะแนะนำวิธีการสร้างลิงค์ขายของเพื่อให้ได้ค่า commission นะครับ