Archive

Archive for the ‘Tips’ Category

ทำยังไงจะสมัครอเมซอนให้ผ่าน

July 25th, 2013 6 comments

หลายๆ คนที่สนใจอยากจะทำอเมซอนช่วงหลังนี้ อาจมีปัญหาว่าทำยังไงให้ทาง อเมซอน approve หรือทำยังไงให้สมัครผ่าน
จากประสบการณ์ที่ผมลองสมัครใหม่มาล่าสุดนี้ ก็เลยมาแนะนำวิธีการที่ทดลองและได้ผลตามนี้ครับ

1. ใช้โดเมนจดเอง กับ host ตัวเองในการสมัคร
2.สร้างเว็บที่มีเนื้อหาอ่านรู้เรื่อง จะเป็นรีวิวสินค้าก็ได้ เนื้อหาก้อปมาจากหลายๆ ที่ก็ได้ และควรมีเนื้อหาพอสมควร ใช้ wp สร้างก็ง่ายดีครับ หา theme สวยหน่อย แต่ไม่จำเป็นต้องเสียตัง ของฟรีสวยๆ ก็มีครับ มีบทความซัก 4-5 อัน ถ้าใครทำมากกว่านั้นก็ดีครับ ยังไม่จำเป็นต้องใส่ลิงค์ไปเว็บอเมซอน จนกว่าจะสมัครผ่านค่อยกลับมาใส่ลิงค์ ใส่แบนเนอร์ก็ได้
3. ควรทำเว็บให้มี index ซักหน่อยก่อนการสมัคร ไปฝากลิงค์ไว้ตามที่ต่างๆ ก็ได้ แต่ไม่ต้องสแปม เพราะต้องการแค่อินเดกซ์
4. เม่ือพร้อมแล้วค่อยเอาเว็บนี้ไปสมัคร อย่าลืมเตรียมเบอร์มือถือที่ใช้งานได้ สำหรับไว้ verify ด้วยนะครับ

ที่สำคัญ เว็บที่สมัครนี้ ควรเก็บรักษาไว้ โดน google แบนช่างมัน ขอให้ตัวเว็บยังคงอยู่ให้ทางอเมซอน เขามาตรวจสอบดูได้
ตอนนี้ใจเย็นๆ เตรียมตัวดีๆ ก่อนสมัครนะครับ เพราะเขาค่อนข้างตรวจเข้ม

อีกอันที่อยากเสริมคือ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้เว็บ ข้อมูลเจ้าของโดเมนที่ใช้สมัครควรตรงกันกับ account ที่ใช้สมัครอเมซอนนี้ด้วยครับ

หลายคนอาจมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับวิธีการ ผมก็ขอแจ้งไว้ตรงนี้ครับว่า วิธีการอาจไม่ตายตัวนะครับ แล้วแต่แต่ละคน แต่ผมแค่มาแนะนำวิธีการที่ผมใช้แล้วได้ผลครับ ^^

ขอให้ทุกท่านโชคดีในการหารรายได้เสริมจากงานออนไลน์อย่าง amazon affiliate นะครับ

สอนสมัคร CPA: Leadsmarket.com

June 1st, 2013 No comments

บทความก่อนหน้าผมได้เขียนวิธีการสมัครเป็น Affiliate ของอีกตลาดนอกจาก Amazon ไปแล้วก็คือ Clickbank วันนี้ก็เลยมานำเสนออีกตลาดคือ กลุ่มของ CPA ซึ่งเป็นอีกอันที่น่าสนใจ บางคนอาจจะคุ้นเคยกัน ได้ยินกันว่าทำ Payday Loan นะครับ ก็คือตลาดกลุ่มนี้นั่นเอง มาดูวิธีสมัครขั้นตอนไม่ยุ่งยากมากมายเหมือน amazon ครับ

ก่อนอื่นแนะนำให้ทำเว็บที่เขียนบทความเกี่ยวกับ CPA ที่จะนำไปใช้สมัครก่อน ถ้าเป็นโดเมนจดเอง จะมีความน่าเชื่อถือกว่า น่าจะได้รับการ Approve โดย manager ได้เร็วครับ เมื่อพร้อมแล้วก็ไปต่อยังขึ้นตอนการสมัครได้

1. ไปที่เว็บ Leadsmarket –> คลิกที่นี่ 
แล้วกดปุ่ม SIGN UP ที่อยู่บริเวณด้านซ้ายมือบนของเว็บดังรูป

01_signupclick

 

2. จะมายังหน้าให้กรอกรายละเอียดของผู้สมัคร ก็กรอกให้ครบถ้วนโดยเฉพาะช่องที่มี * สีแดงกำกับนะครับ ถ้าข้อมูลที่กรอกรูปแบบไม่ถูกต้องกับที่เขากำหนด มันจะแสดงเป็น popup เล็กๆ สีแดงก็ให้แก้ไขตามคำแนะนำนั้น เมื่อครบถ้วนแล้วก็กดปุ่ม Create ได้เลย

02_addyourinfo

 

3. จากนั้นเราก็จะสามารถ Login เข้าไปยังระบบจัดการได้ (ใช้ email ที่สมัครกรอกในช่อง Username)

03_loginpage

ในตอนแรกที่สมัคร สถานะจะเป็น Pending ก่อนนะครับ ต้องรอให้ทาง Manager และทีมงานตรวจสอบก่อน หรือจะอีเมลล์ไปสอบถามกับทาง manage ตามอีเมลล์ที่ปรากฏในหน้า dashboard ได้ครับ เผื่อจะได้รับการอนุมัติเร็วขึ้น

4. เมื่อเราเข้ามาในหน้าจัดการ หน้าแรกก็จะแสดงภาพรวมสถิติของเรานะครับ โดยมุมขวาบนของเว็บจะแสดงรหัสอ้างอิงของเราหรือ Affiliate ID

04_dashboard

 

ในแทป Offer จะแสดงรายการหมวดของ affiliate ที่เราสามารถเลือกทำได้ เช่นกรณีนี้ผมเลือก Payday Loan ผมก็จะคลิกปุ่ม Create campaign อันล่างสุดเลย

05_showoffer

 

เมื่อเราเลือก create campaign แล้วมันก็จะไปปรากฏในแทป My Campaign เราสามารถคลิกปุ่ม Detail เพื่อดูรายละเอียดต่อไป

06_showcampaign

 

จากนั้นในหน้านี้ จะมีตัวเลือกให้เอาโค้ดต่างๆ ไปสร้างเว็บ ไปโปรโมทการขายของเราได้ครับ เช่น

  • แทป Landing Pages เราสามารถนำ url ที่อยู่ด้านหลัง offer นั้นไปโปรโมท เวลาคนคลิกจะเข้ามายังหน้า Landing page นี้เลย เมื่อคนคลิกดำเนินกระบวนการจนเสร็จเราก็จะได้ค่า คอมมิชชั่นในรายนั้น
  • หรือเราจะเอาโค้ด banner ต่างๆ ในแทป Creatives ไปติดที่เว็บไซต์เราก็ได้
  • หรือจะเอาโค้ด Form ให้ผู้สนใจไปแปะที่เว็บเราให้เขากรอกก็ได้
  • หรือสุดท้าย ระบบมี template website ที่ท่านสามารถเอาไปสร้างเว็บ ปรับแต่งได้พร้อมใช้งาน

07_showdetailofcampaign

 

จะเห็นว่าขั้นตอนไม่ยุ่งยากเลยนะครับ ที่เหลือคือต้องสร้างเว็บเพื่อให้มี traffic มายังเว็บเราเพื่อเพิ่มยอดขายนะครับ

จริงๆ มีอีกเจ้าที่สมัครง่าย ขั้นตอนไม่ยุ่งยากเช่นกันนะครับ คือ cpaleadprovider –>  คลิกเพื่อสมัคร CpaLeadProvider ใครสนใจก็ลองไปสมัครทำกันได้เช่นกันครับ

ขอให้ทุกท่านโชคดี ร่ำรวยกับการหารายได้ออนไลน์นะครับ ^^

สอนสมัคร Clickbank: หารายได้จาก Affiliate

May 20th, 2013 1 comment

พักหลัง เพื่อนๆ affiliate ชาวไทย คงเจอมรสุมการโดนอเมซอนแบนหรือ หวาดระแวงต่างๆ นาๆ วันนี้ผมเลยมาแนะนำอีกช่องทางของการทำ Affiliate เพื่อเพิ่มโอกาสหารายได้จากผู้ให้บริการขายสินค้าเจ้าอื่นกันบ้างนะครับ นั่นคือ Clickbank นั่นเอง ซึ่งหลายๆ คนอาจจะเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว ว่าสามารถขายสินค้าให้กับ Clickbank ได้ โดยกลุ่มสินค้านี้จะต่างจาก Amazon.com ที่เป็นสินค้าอุปโภค บริโภค เป็นหลัก แต่ Clickbank นี้จะเป็นกลุ่มสินค้าประเภท อีบุ้ค ไฟล์ หรือโปรแกรมต่างๆ ให้ดาวน์โหลดกันผ่านเว็บ แต่เราจะได้ค่าคอมมิชชั่นเช่นเดียวกัน เมื่อสามารถโปรโมทและขายสินค้าได้

กลุ่มสินค้าใน Clickbank (ขอเรียกย่อๆ ว่า CB นะครับ) นั้นก็มีมากมายหลายหมื่นสินค้าให้เลือกมาทำตลาดเหมือนกัน ดังนั้น หากใครสนใจก็แนะนำให้ลองสมัครทำตลาดนี้ด้วยนะครับ โดยบทความนี้ก็ขอเริ่มจาก สอนการสมัครเป็น affiliate ของ CB กันก่อน

1. ให้ไปที่เว็บ Clickbank.com แล้วกดลิงค์ Signup ดังรูป

01_startsignup

 

2. จะมายังหน้าถัดไปก็คลิกปุ่ม Clickbank for Affiliates ดังรูป

02_selectafflink

 

3. จะมายังหน้าถัดไป ให้เลื่อนมายังด้านล่างสุดของหน้าจอจะเจอปุ่มคำว่า Sing Up Now ก็คลิกได้เลย

03_signupnow

 

4. ก็จะเป็นหน้าให้กรอกรายละเอียดของผู้สมัคร เราก็กรอกให้ครบถ้วน (ผมเขียนอธิบายไว้แต่ละช่องแล้วนะครับ)

04_addyourdetail1

 

5. เมื่อกรอกข้อมูลส่วนแรกครบถ้วน ก็เลื่อนมายังส่วนที่ 2 โดยมีข้อที่ต้องเน้นย้ำคือ

+ ช่อง nickname ให้เป็นภาษาอังกฤษตัวเล็ก ซึ่งจะเป็นชื่อในการ login ด้วยดังนั้นขอให้กรอกเอาที่เราจำได้ ถ้าไม่ซ้ำกับใครแล้ว จะมีเครื่องหมายถูกสีเขียว ขึ้นอยู่หลังช่อง แสดงว่าสามารถใช้ได้
ข้อควรระวังเกี่ยวกับการตั้งรหัสผ่าน คือต้องประกอบไปด้วยตัวอักษรที่มีคุณสมบัติดังนี้
1. ต้องมีตัวอักษรภาษอังกฤษตัวใหญ่อย่างน้อย 2 ตัว
2. ต้องมีตัวอักษรภาษอังกฤษตัวเล็กอย่างน้อย 2 ตัว
3. ต้อมมีตัวเลขอย่างน้อย 2 ตัว
4. ต้องมีอักขระพิเศษ หรือเครื่องหมาย เช่น @ ! # $ % ^ & * อันใดอันหนึ่งอย่างน้อย 2 ตัว
ถ้ารหัสผ่านที่เราตั้งตรงตามหลักเกณฑ์ข้างต้น ก็จะมีสัญลักษณ์เครื่องหมายถูกปรากฏอยู่หลังช่อง Password กับ Confirm Password กับหน้าข้อกำหนดต่างๆ นั้น หลังกรอกเสร็จ
ถ้าเป็นเครื่องหมายกากบาทสีแดง ก็แสดงว่ายังไม่เข้าข้อกำหนดนั้นๆ ก็ให้แก้ไขให้ตรงนะครับ

หลังกรอกครบหมดแล้ว ให้กดปุ่ม SUBMIT ACCOUNT REGISTRATION ที่อยู่ด้านล่างสุดของจอ เพื่อไปขั้นต่อไป

05_addyourdetail2

 

6. จะมายังหน้าจอที่เป็นหน้าจัดการของ Clickbank Affiliate แต่จะมีกล่องข้อความสีเหลืองแจ้งว่าให้ confirm email ที่ใช้สมัครก่อนว่ามีอยู่จริงหรือไม่ โดยในหน้านี้ก็จะแสดงหน้าแรกที่มี report บอกว่าเรามีการขายของได้หรือยังด้วยนะครับ

06_waittoconfirmemail

 

7. ให้กลับไปเช็คอีเมลล์ที่ใช้สมัคร จะเจอกับอีเมลล์ดังรูป

07_getemail

ก็ทำการคลิกเข้าไปดูรายละเอียด และทำการคลิกลิงค์ในอีเมลล์นั้นเพื่อเป็นการยืนยันการลงทะเบียนกับ Clickbank

08_clicktoconfirmemail

 

8. เมื่อคลิกลิงค์ในอีเมลล์แล้วจะเจอหน้าจอดังรูป ก็แสดงว่าเสร็จสิ้นขั้นตอนการลงทะเบียนกับ CB แล้ว

09_finishregister

 

จากนั้น ผมขอแนะนำวิธีการจะเริ่มโปรโมทสินค้าของ CB นะครับ โดยทำขั้นตอนดังนี้

1. ในหน้าจัดการของ CB ให้คลิกที่ลิงค์ Marketplaces ที่อยู่ด้านบนสุดของจอดังรูป แล้วก็จะเจอหน้าที่รวมสินค้าของ CB โดยในหน้านี้จะเห็นเมนู Categories เป็นป้ายสีแดงทางซ้ายมือ สามารถคลิกเข้าไปเลือกดูสินค้าตามหมวดที่สนใจ โดยบางหมวดก็จะมีหมวดย่อยอยู่ด้วย

10_showmarketplace

 

2. ตัวอย่าง ผมคลิกหมวด EDUCATION ก็จะปรากฏหมวดย่อยขึ้นมา และจะแสดงสินค้าทางด้านขวามือของเมนู เราสามารถคลิกที่ลิงค์ชื่อสินค้านั้น เพื่อเข้าไปดูรายละเอียดแต่ละสินค้าได้ว่า น่าสนใจนำมาโปรโมทขายหรือไม่ (ตรงส่วนย่อยๆ ขอไม่อธิบายเพิ่มนะครับ ขอให้ลองหาข้อมูลศึกษาเพิ่มเติมกันดู)

11_showdetailofvender

 

3. กรณีที่เราได้สินค้าที่สนใจจะนำไปขายแล้ว ก็คลิกปุ่ม Promote ที่สินค้านั้น จะปรากฏ Popup แสดงออกมา เพื่อให้กรอก track id ก็ใส่ชื่อ track ตามต้องการ (เหมือนกับ track id ของอเมซอน เพื่อให้รู้ว่าขายสินค้าอะไรได้ จากที่ไหน) แล้วกดปุ่ม Create ได้เลย

12_genpromotecode

 

4. จะปรากฏข้อมูล เช่น ลิงค์ ที่เรียกว่า hoplink สามารถนำไปทำเว็บเป็นลิงค์สำหรับขายสินค้าของเราได้ จะเห็นว่าขั้นตอนไม่ยุ่งยากเลยครับ

13_finishgenhoplink

 

 

สำหรับใครที่สนใจเครื่องมือ เช่น สคริปต์ในการทำตลาด Clickbank หลายคนอาจจะยังเลือกไม่ถูกว่าจะใช้อันไหนดี ส่วนตัวผมแล้ว ขอแนะนำที่หนึ่ง เป็นของ อ.ปุ้ก Thaisem ที่เครื่องมือใช้งานไม่ยากครับ ดูรายละเอียดได้จาก เว็บตัวอย่างนี้ได้ –> Clickbank God Father Plugin

หรือถ้าใครสนใจเครื่องมือช่วยทุ่นแรงสำหรับทำตลาดนี้ ก็ขอแนะนำ 2 ตัวนี้นะครับ
1. Keyword Researcher โปรแกรมช่วยหา keyword
2. Wicked Article Creator โปรแกรมช่วยหา Content

แนะนำโปรแกรมทำ theme แจ่มๆ [Artisteer]

May 5th, 2013 No comments

วันนี้มาขอแนะนำโปรแกรมทำ theme สวยๆ สำหรับไว้ไปสร้างเว็บของเรา จะเอาไว้ทำ theme CMS ยอดนิยมอย่าง WordPress หรือ Blogger ก็ได้ครับ ขาปั่น Amazon ด้วย WordPress หรือ Blogger ไม่ควรพลาดโปรแกรมนี้ เพราะช่วยสร้างความแตกต่างของเว็บเราได้ง่ายๆ แค่ไม่กี่คลิก ก็ได้ theme ไว้ใช้งานสบายๆ แล้ว โปรแกรมที่ว่านี้ก็คือ Artisteer นั่นเอง (ณ ขณะที่เขียนบทความนี้เป็น version 4.1 นะครับ)

1. ก่อนอื่นก็ คลิกดาวน์โหลด โปรแกรมกันได้เลย –> Artisteer Download เป็นตัวทดลองนะครับ หากใครถูกใจ ก็จ่ายเงินในราคาแค่ 49$ เท่านั้น ถือว่าคุ้มมากครับ

2. หลังจากติดตั้งโปรแกรมแล้ว ก็เริ่มโปรแกรมตามปกติใน start–>Program ตามรูป (ในบทความนี้ขอแสดงตัวอย่าง version 3 นะครับ โดยจะรันได้เร็วกว่า version 4 เพราะไม่ต้องไปโหลด theme เพิ่มเติมระหว่างทำงาน แต่ version 4 ก็มี theme ให้เลือกมากกว่า version 3 แน่นอนครับ)

01_startprogram

3. เมื่อเปิดโปรแกรมมาระบบจะให้เลือกว่าจะสร้าง theme ประเภทไหน หรือ CMS อะไร ในตัวอย่างผมเลือก WordPress ครับ
(หากใครไม่เจอหน้าแบบนี้ ก็คลิกเมนู File–>New)

02_selectwp

 

4. ถ้านึกอะไรไม่ออก เราสามารถให้โปรแกรมสุ่มเลือก design หรือ idea ได้ โดยคลิกที่ไอคอน Suggest Design ดังรูป โปรแกรมจะสุ่มรูปแบบมาให้เลือกเรื่อยๆ ถ้าพอใจแล้ว ค่อยไปปรับส่วนอื่น

03_randomdesign

 

รูปด้านล่างแสดงตัวอย่าง theme ที่โปรแกรมสุ่มเลือกมาให้ครับ สามารถกดสุ่มไปเรื่อยๆ ได้จนกว่าจะพอใจ

04_exampledesign

 

5. กรณีที่เราพอใจ design แล้ว เราสามารถปรับรูปแบบของ Layout โดยไปที่แทป Layout และก็เลือกปรับส่วนต่างๆ ได้ดังรูป เป็นตัวอย่างการปรับว่าจะให้ theme แสดงเป็นแบบกี่ column และตรงแทปนี้ เราสามารถปรับความกว้างของ theme ได้ด้วยนะครับ (Sheet Width) มีเมนูมากมาย ก็ลองปรับเล่นกันดู

05_examplelayoutcolumn

 

6. หรือหากจะปรับส่วนเนื้อหา หรือ content เช่น รูปแบบสี ตัวอักษร รูปแบบตาราง เป็นต้น ก็มาที่แทป Content ตัวอย่างในรูปนี้เป็นการปรับความหนาของขอบตารางนะครับ ปกติผมจะเลือก No border เพื่อความสวยงาม

06_examplecontenttable

 

7. หากต้องการปรับส่วนหัวของตาราง ก็มายังแทป Header เราสามารถปรับสี background หรือรูปประกอบได้ครับ ซึ่งรูปประกอบ เราจะใช้ในโปรแกรม หรือจะเพิ่มเข้าไปเองก็ได้ครับ

07_exampleheaderimage

 

8. และสุดท้าย ส่วน Footer หรือด้านล่างของเว็บ เราก็สามารถฝังโค้ดต่างๆ ลงไป หรือไม่ก็ใส่พวก policy ต่างๆ ของ amazon ลงไปได้เลย เพื่อความสะดวกสำหรับผู้ใช้งานที่จะไปปั่นเว็บ amazon หรือ provider เจ้าอื่นๆ นะครับ โดยมาปรับที่แทป Footer

08_examplechangefooter

 

9. หลังจากปรับส่วนต่างๆ จนพอใจแล้ว ก็สามารถ export เพื่อไปใช้งานได้ กรณีนี้เป็น wordpress theme ก็จะทำตามขั้นตอนดังรูป คือ File–>Export –>Wordpress Theme

09_exporttowp

 

จากนั้นจะมาเจอหน้าต่างดังรูป เราเลือกเป็น zip file เพื่อสะดวกกับการนำไปใช้งานนะครับ เพราะสามารถเข้าไป upload ได้ในส่วน admin ของ wordpress แบบที่เราเปลี่ยน theme ตามปกติ

10_exportfinish

 

จะเห็นได้ว่า โปรแกรมใช้งานได้ไม่ยาก มีส่วน support มากมายหลายอย่าง ยืดหยุ่น สามารถนำไปใช้งานอื่นๆ ได้หลากหลาย ดังนั้น ผมจึงแนะนำว่าถ้าใครมีทุนก็ไม่ควรพลาดที่จะจัดมาไว้ในครอบครองเลยนะครับ

Artisteer Download

การเช็ค index เว็บทีละเยอะๆ

March 4th, 2013 1 comment

จริงๆ ผมว่าวิธีการนี้บางคนน่าจะรู้แล้ว ผมเองพึ่งมารู้วิธีไม่นาน ปกติไล่เช็ค index ทีละเว็บเลย แต่ด้วยความสงสัย เลยไปถามผู้รู้ว่าที่เขาเอามาโชว์กันนี่ทำยังไงน้อ แบบเช็ค index เว็บทีละเยอะๆ เพราะถ้าเว็บเราเยอะแล้วต้องมานั่งไล่เช็คทีละเว็บอาจจะเล่นเอาปวดนิ้วได้ วันนี้เห็นในหน้าเฟสมีคนเอามาโชว์และถามพอดี เลยเอามาเขียนเป็นบทความไว้ ให้มือเก่ามือใหม่เผื่อเป็นประโยชน์ครับ

1. ก่อนอื่นท่านต้องติดตั้ง Addon ที่ชื่อว่า SEOquake ให้กับ browser ที่ท่านใช้งานก่อนนะครับ เช่น Firefox หรือ google chrome แล้วแต่ว่าใครชอบหรือถนัดตัวไหน หรือจะติดตั้งไว้ทั้งคู่ก็ได้ โดยเมื่อติดตั้งเสร็จจะมี icon ของ seoquake ที่บริเวณมุมด้านขวามือ หลังช่องกรอก url ของ browser นั้นๆ ดังรูป
seo button

2. จากนั้นให้เตรียมไฟล์รายการโดเมนที่เรามีอยู่ จะเตรียมไว้เป็น list ใน notepad ก็ได้ดังตัวอย่าง

Prepare domain list: amzhowto.com

3. จากนั้นก็ไปเปิด browser ในตัวอย่างที่นี้คือ Firefox นะครับ จากนั้นคลิกตรงลูกศรชี้ลงเพื่อเรียกเมนูย่อยของ seoquake ออกมา และเลือกที่เมนู Check/Compare URLs and domains ดังรูป

select menu seoquake

 

4. จะปรากฏหน้าต่าง popup ขึ้นมา เราก็คัดลอก domain list ของเราไปใส่ แล้วก็กดปุ่ม OK ครับ

add domain list to seoquake

 

5. ตอนนี้ก็จะแสดงรายละเอียดของ index pr หรือ rank ต่างๆ ของโดเมนที่เราต้องการ แต่มันจะยังแสดงเป็นเครื่องหมาย ? ในตอนเริ่มต้น เพราะเรายังไม่ได้เรียกให้ addon ทำงานเช็ค ข้อมูลให้เรานะครับ ต้องกดปุ่ม Request properties ที่มุมซ้ายด้านบนของตารางดังรูป

show list and button

 

6. เมื่อกดปุ่มแล้ว รอสักพักกรณีโดเมนเราเยอะนะครับ ข้อมูลทั้งหมดก็จะแสดงออกมา ถ้าโดเมนไหนเจอ index เป็น 0 ให้สันนิษฐานไว้ว่าโดนแบนแล้ว หรือถ้าโดเมนใหม่ อาจจะยังไม่ index ก็ได้ แต่ให้ชัวร์ ก็คลิกตรงที่เลข 0 นั้น เพื่อเช็ค index อีกทีครับ เพราะบางทีตัว addon มันเพี้ยนก็มี เพราะเมื่อคลิกไปแล้ว มันจะเปิดหน้าต่างใหม่ออกมาเป็นการเช็ค index ด้วย site:ชื่อโดเมน ในหน้าของ google ซึ่งอันนี้จะชัวร์กว่าครับ

กรณีของ google chrome ปกติแทนที่มันจะแสดง index 0 มันก็จะแสดงเป็น n/a แทนครับ

show result

 

หวังว่าบทความนี้น่าจะเป็นประโยชน์ ช่วยอำนวยความสะดวกให้หลายๆ คนได้นะครับ

จริงๆ มันมีปุ่มอีก 2 ปุ่มด้านบน ก็เป็นการเซฟข้อมูลเก็บไว้ ลองเล่นดูได้ครับ

 

แวะมาเล่าเรื่องหลัง bfd 2012

December 8th, 2012 2 comments

วันนี้ได้มีโอกาสใช้ apps ใน iPad มาเขียนบทความอย่างเป็นจริง เป็นจังซะที
ปกติ เคยแต่เขียนใน PC หรือ notebook

เข้าเรื่องกันเลยครับ ช่วงก่อนที่ห่างหายจากบทความไปเพราะ แอบไปเก็บเกี่ยวรายได้จากอเมซอน เพราะเป็นช่วงทำเงินของทุกปีอยู่แล้ว หลังจากจัดแจงหลายๆ อย่างลงตัว เลยแวะมาเล่าประสบการณ์ ว่าทำอะไรไปบ้าง หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่แวะมาเยี่ยมเยียนเว็บนี้นะครับ จากที่สังเกตุ ตอนนี้มีเทคนิคที่ผมใช้ทำเงินประมาณนี้

1. ผมเน้น traffic จาก google เป็นหลัก
2. gg ชอบโดเมนใหม่ .com ผมลองเอาโดเมนเก่ามาปัดฝุ่น ก็ไม่ได้ผลดีเท่าโดเมนจดใหม่
3. ยุคนี้ปั่นทิ้งอย่างเดียวไม่พอ ต้องโปรโมทแบบเน้นๆ แต่ควรทำแบบค่อยเป็นค่อยไป โปรโมทแบบมหาศาลในคราวเดียว ไม่แนะนำ ควรทยอยทำ หรือใครออกแนวขี้เกียจอย่างน้อย submit feed ของเว็บก็ยังดี แต่ไม่รับรองอันดับ อาจจะช่วยเรื่องอินเดกซ์ได้บ้าง ถ้าได้สคริปต์เจ๋งอาจมีส่วนช่วยได้เยอะ
4. หน้าตาเว็บมีส่วนพอควร landing page อย่าละเลย ไม่งั้นมี traffic แต่อาจขายไม่ได้ ถึงจะขี้เกียจ แต่ขอให้ทำหน้าโชว์สินค้าให้ดูดี
5. เรื่องเว็บโดนแบน อย่าจิตตกให้มาก เพราะถ้าทำอเมซอนมานานก็จะชิน จดโดเมนรอไว้ ทำเว็บเป็นชุดๆ ทยอยเติมไป รายได้จะไม่ขาดตอน

เอาพอหอมปากหอมคอก่อนนะครับ แล้วยังไงมีเวลาว่าง ผมจะมาอัพเดทเรื่อยๆ ^ ^
บทความสั้นไปนิด ก็ขออภัยครับ เพราะบอกตามตรงว่าพิมพ์ใน iPad นี่ช้ากว่าพิมพ์ในเครื่องเยอะ

ขำๆ กับ spam ครับ

September 22nd, 2012 6 comments

วันนี้ขอโพสต์อะไรสั้นๆ นิดนึงครับ ปกติผมเข้ามาเช็คเว็บนี้เกือบทุกวันอยู่ละเผื่อว่าจะมีคำถามอะไร จะได้ตอบได้ทันท่วงที

วันนี้มาเจอกับ comment ตามารูปนี้

อ่านตอนแรกเกือบจะหลวมตัว approve ละ แต่พอมานั่งดูดีๆ สงสัยใช้ พี่ goo แปลนะครับ ได้มาแบบงงๆ ตอนนี้อารามพอจะเข้าใจพวกฝรั่งที่เจอบทความ spin แล้วล่ะครับ

จบบทความสั้นๆ ด้วยประการละฉะนี้

ปล. ช่วงนี้บทความอาจจะไม่ค่อยอัพนะครับ เพราะเตรียมลุย BFD 2012 ใครยังไม่เริ่ม รีบหน่อยนะครับ ไม่มีคำว่าสายอยู่แล้ว

Categories: Tips Tags: ,

เรื่องเล่าสู้เพนกวิน

June 26th, 2012 8 comments

วันนี้พึ่งไปทำบุญ บริจาคเลือดมา และก็เลยแวะมาเขียนบทความแนวทางที่ผมทำอยู่เพิ่มเติมละกัน ปีนี้ลำบากกันถ้วนทั่ว ทั้งกลัวโดนแบน ทั้งทำอันดับลำบาก ผมเอง จากปกติ จะได้ยืนพื้นราวๆ 1000$ ต่อเดือน พอแพนด้ามา ลดลงไปนิดนึง แต่พอเพนกวินมา นี่เล่นเอาใจหายแว้บ ตอนนี้เหลือแต่ละเดือนแกว่งไปมาที่ 500$-800$ ครับ ตอนนี้ก็เริ่มจับอะไรพอได้ละครับ เลยมาลองเล่าสู่กันฟัง กับวิธีการสู้ เพนกวินของผมละกัน
ตอนนี้เน้นทำเว็บคุณตะพาบครับ คือไม่ได้ gen สินค้า auto แต่ใช้วิธีหา kw ก่อนว่าอันไหนน่าทำ แล้วค่อยเอาสินค้ามาเขียน review ครับ จากนั้นก็เข้าสู่ขั้นตอน
1. ทำ content ให้ unique ถ้าขยันก็เขียนเองครับ รีวิวแบบทั่วๆ ไป แทรก kw พอประมาณ ถ้าขี้เกียจหน่อยก็ rewrite ครับ ผมใช้ thebestspinner เท่าที่ลองยังโอ อยู่ครับ (แต่ตอน re แล้วต้องอ่านคร่าวๆ ด้วยว่าอ่านรู้เรื่องนะครับ ถ้าไม่รู้เรื่องต้อง re ใหม่หรือไม่ปรับเองเลย)
2. เว็บขายของเรา ถ้าทำ theme เองได้จะดีกว่า แล้วใส่ความน่าเชื่อถือเว็บนิดหน่อยด้วย about us, policy, contact us
3. เพิ่มองค์ประกอบของ social network เข้าไปนิดหน่อย ไม่ว่าจะเป็น facebook, twitter (ถ้าขยันก็สร้าง account ที่เกี่ยวกับร้านเราด้วย แต่ถ้าขี้เกียจ เป็น icon link ไป facebook หรือ twitter อันเดียวกันหมดก็ได้ครับ)
4. เพิ่มเนื้อหาให้สม่ำเสมอ เช่น 2-3 วันครั้งก็ได้ครับ ตอนนี้เว็บผมไม่เยอะ อยู่ประมาณ 30 web คุณตะพาบ ก็วาง plan ใส่สินค้าไปเรื่อยๆ ไม่รีบ เพราะที่ผมหวังคือช่วง BFD ครับ (ปกติช่วงที่ว่าผมจะได้อยู่ราวๆ 3000$) แต่ระหว่างนี้ มันจะทยอยขายได้เรื่อยๆ
5. script ผมก็มีใช้อยู่ แต่เป็นแบบไม่ได้ gen auto นะครับ ก็ยังต้องใส่ content เองอยู่ดี ส่วนสคริปต์อะไรก็ขอไม่บอกละกันครับ เพราะคนทำเค้าไม่ขายละ ดังนั้น ถ้าใครไม่ใช้สคริปต์ ใช้ wp ก็ยังพอไหว แต่หา theme ดูดีหน่อย ปรับ layout ให้ดูเป็นระเบียบ มีรายละเอียดพอสมควร เช่น ภาพประกอบ features ใครขยันใส่ vdo ด้วยช่วยทำอันดับได้ 2 ทาง ถ้า up เข้า youtube และเอามาแปะที่เว็บเรา
6. ในแง่ bl แนะนำให้หาหลายๆ รูปแบบไว้ครับ ถ้าใครมี host ลงสคริปต์ หรือ cms หลายๆ แบบ จะดีกว่าเป็นแบบเดียว

ทุกวันนี้ผมทำ amazon แค่วันละ 1-2 ชม. ครับ เพราะว่าตอนนี้ต้องเรียนต่อด้วย

แนะนำมือใหม่ ที่ภูมิอดทนยังไม่เยอะ ให้ใจเย็นนิดนึงนะครับ ก็ทยอยทำไปเรื่อยๆ พอมันจับทางได้ จะดีเอง ตลาด amazon ทุกวันนี้ จะอยู่รอดได้ต้องขยัน อดทน และรู้จักปรับตัวครับ ใครใจร้อนอยากได้เงินเร็วๆ บางครั้งมันจะลน ทำ seo สะเปะสะปะ จะเป็นผลร้ายซะมากกว่า

อีกอย่าง ทุกวันนี้ รายได้จาก internet marketing ผมเป็นรายได้เสริมครับ เป็นเงินสะสม รายจ่ายผม ก็ยังอยู่ในวงเงินจากรายได้ประจำผมอยู่ดีครับ ดังนั้น ฝากท่านอื่นๆ ด้วย ว่าเมื่อได้รายได้มาแล้ว ให้วางแผนด้วย อย่ารีบเอาไปใช้ซะหมดครับ เพราะอนาคตไม่แน่นอน วันดีคืนดี amazon อาจจะแบนประเทศไทยก็ได้ครับ เหมือนที่หลายๆ เจ้าทำมาแล้ว รายได้ที่ได้มา ให้วางแผนสำหรับจ่ายค่า host หรือจัดการโดเมนด้วย หากคำนวณกำไรต้นทุนกำไรดีๆ เราจะรู้ว่าควรใช้ host แต่ไหน กี่ host กี่โดเมน เพราะถ้าไม่คำนวณส่วนนี้ บางทีรายได้ที่เราได้รับมา หักลบกลบหนี้แล้วจะไม่ได้กำไร กลับเข้าเนื้อนะครับ

วันนี้แวะมาบ่นคร่าวๆ แค่นี้ก่อนนะครับ มีโอกาสว่างๆ เจออะไรดีๆ เดี๋ยวมาเล่าสู่กันฟังอีกที
ปล. ผมไม่เทพนะครับ แค่เอาประสบการณ์มาเล่า อย่าเชื่อผมทั้งหมด ให้ลองเอาบางอย่างไปปรับใช้ให้เข้ากับท่านเอง ความสำเร็จสอนกันไม่ได้ครับ มันขึ้นอยู่กับการลงมือทำ การประยุกต์ใช้ของแต่ละคน แต่ขอให้เชื่ออยู่อย่างหนึ่งครับ คือเชื่อว่าเราทำได้ มากน้อย ก็ขอให้ภูมิใจว่าเราทำได้ครับ

สรุปขั้นตอนหากจะเริ่มทำ Amazon

June 9th, 2012 24 comments

ห่างหายจากการเขียนบทความไปนาน พอดีพักหลังสังเกตุใน thaiseoboard ยังมีคนสับสนเกี่ยวกับการเริ่มต้นการทำอเมซอน ว่ามันคืออะไร จะตั้งต้นยังไง ก็เลยคิดว่าน่าจะทำบทความสรุปเพื่อเพิ่มความเข้าใจกันหน่อยนะครับ สำหรับมือใหม่ เพราะจริงๆ หากเข้าใจระบบนี้แล้ว ก็น่าจะนำไปประยุกต์ใช้ได้กับ Affiliate อื่นๆ ได้อีก เพราะรายได้เราหากมีหลายตะกร้า ย่อมดีกว่าตะกร้าเดียวนะครับ

จริงๆ การทำ Affiliate ก็เหมือนการที่เราเป็นเซลแมน ขายของน่ะครับ จะขายประกัน หรือจะขายสินค้าอะไรก็แล้วแต่ว่าบริษัทที่เราเป็นตัวแทนนั้นขายอะไร เราเป็นแค่พนักงาน รับแค่ค่าคอมมิชชั่น ไม่ได้เงินเดือน ขายได้มากก็ได้รายได้มาก ไม่มีสินค้าของเราเอง อุปกรณ์การขายก็เช่นพวกโบรชัวร์ ตัวอย่างสินค้า แล้วแต่ว่าบริษัทเราจะจัดอะไรให้ เราจะมี รหัสพนักงาน เป็นตัวบ่งบอกเมื่อสินค้านั้นถูกขายไป ก็จะต้องมีการอ้างอิงรหัสของเรา เพื่อไปคิดคำนวนค่าคอมมิชชั่นของเราครับ ค่าคอมมิชชั่น ก็อยู่ที่ตกลงกันว่าจะให้กี่เปอร์เซ็นของราคาสินค้า

ทีนี้มาเปรียบเทียบกับการทำ Amazon โดยเราเป็นตัวแทน Affiliate ของอเมซอน เราก็เหมือนเป็นพนักงาน ตัวแทนขายคนหนึ่งของ Amazon เราจะมี tracking-id เป็นเหมือนรหัสพนักงาน ซึ่งจะติดไปกับสินค้าที่ลูกค้าของเรา นั่นก็คือ คนที่เข้ามาค้นหาสินค้าในโลกออนไลน์หรือใน internet นี่แหละครับ โดยเราไม่ได้มีสินค้า หรือรับสินค้ามาขาย เราเพียงแต่เสนอขาย ขั้นตอนหลังจากการซื้อ เช่น การคิดเงิน การส่งสินค้า Amazon.com เป็นคนจัดการเองหมด  ดังนั้นในขั้นตอนการเสนอขาย เราจึงต้องมีอุปกรณ์ช่วยการขายของเรา นั่นคือ สร้างเว็บไซต์ สำหรับนำเสนอสินค้าเหล่านั้น โดยทำช่องทางสำหรับให้ลูกค้าที่สนใจสินค้าที่เรานำเสนอนั้น ไปจ่ายเงินเมื่อซื้อสินค้า นั่นคือทำ ลิงค์ ไปยัง Amazon.com นั่นเอง โดยภายในลิงค์จะต้องมีการระบุ trackin-ID ของเราด้วยทุกครั้ง เพื่อให้ระบบของ Amazon.com รู้ได้ว่า สินค้าชิ้นนั้น ขายผ่านตัวแทนอย่างเราน่ะครับ

อ้อ ผมลืมบอกไป Amazon.com ก็ไม่ได้เป็นเจ้าของสินค้าเองนะครับ แต่เป็นเหมือนพ่อค้าคนกลาง นึกภาพง่ายๆ Amazon เป็นเหมือน BigC หรือ Tesco Lotus น่ะครับ รับสินค้าจากเจ้าของสินค้าหลายๆ เจ้ามารวมกันขายไว้ที่เดียว เราเองก็เป็นเหมือนพนักงานขายของห้างเหล่านั้น

ลองดูรูปนี้ประกอบนะครับ

ที่มา: http://businessattitude.com/affiliate-marketing/

ขอ Short note สรุปให้เห็นภาพนะครับ

  • เจ้าของสินค้า เช่น Nokia, Apple —> นำสินค้ามาลงขายที่ Amazon.com
  • ห้างรวมสินค้า = Amazon.com
  • ตัวแทนขาย = ตัวเรา / Affiliate marketer
  • รหัสพนักงาน = tracking-ID
  • ร้านค้าของตัวแทนขาย = website ของเรา
  • ค่าคอมมิชชั่น = เงินที่ตัวแทนขายได้จากการขายสินค้านั้นๆ โดยอาจจะได้จากคิดเป็นกี่ % ของราคาสินค้า

เกริ่นทำความเข้าใจไปละ งั้นก็ขออธิบายขั้นตอนการเป็นตัวแทนขายของ Amazon.com นะครับ

สิ่งที่เราควรจะมีในการทำงานครั้งนี้

  1. เว็บไซต์ หรือ blog สำหรับการนำเสนอสินค้า แบ่งได้เป็นของฟรี อย่าง blogger หรือจะเป็นลงทุนเช่า host จดโดเมน เลยก็ได้ครับ เพราะ blogger ฟรีก็จริง แต่ก็มีโอกาสโดนลบได้ง่าย แต่ถ้าสำหรับคนที่เริ่มลองทำ แล้วยังไม่มั่นใจจริงๆ ก็ทำจากของฟรีก่อนครับ เพราะบางคนทำๆ ไปแล้วอาจจะไม่ชอบก็ได้
  2. บัญชีธนาคารสำหรับรับโอนเงิน ณ ปัจจุบัน ยังนิยมใช้บัญชี ธนาคารกรุงเทพฯ ครับ เพราะมีสาขาที่นิวยอร์ค และรับเงินได้รวดเร็ว ไม่เกิน 3-5 วันหลังมีการคิดคำนวณคอมมิชชั่นแล้ว ก็จะได้รับโอนเงินเข้าบัญชีเลย แต่ถ้ารับเป็นเช็ค ก็จะใช้เวลานานหลายอาทิตย์ แถมเมื่อขึ้นเช็คแล้ว อาจจะต้องรอเวลาอีกเป็นเดือนกว่าจะได้ใช้เงินครับ
  3. บัญชี Paypal ผมแนะนำให้ทำไว้ครับ เพราะสะดวก เวลาจะจดโดเมน หรือเช่า host หรือใครไม่มีบัตรเครดิต ก็แนะนำให้เปิดบัญชีธนาคารกสิกรไทย แล้วใช้บริการธนาคารออนไลน์ อย่าง k-banking แล้วเปิดบัตรออนไลน์เสมือนบัตรเครดิตของธนาคาร เรียกว่า k-web shopping card ใครสงสัยอันไหน หาอ่านรายละเอียดได้ใน google ครับ
  4. 3 อันก่อนหน้านี้เป็นรูปธรรมเข้าใจได้นะครับ แต่ผมขอเสริมนามธรรม แต่ก็คิดว่าน่าจะเข้าใจไม่ยาก ได้แก่
  • ความอดทน เพราะงานทุกอย่างไม่ได้ทำง่ายๆ ครับ ไม่ใช่ทุกคนจะประสบผลสำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว ต้องอาศัยเวลา เพราะขนาดทำแล้วได้เงิน ยังต้องอดทนรอจนผ่านไปครบ 2 เดือน ถึงจะได้รับค่าคอมมิชชั่น ก้อนแรกนะครับ ต้องตระหนักตรงนี้เอาไว้ นอกจากนี้ ไม่ควรวอกแวกไปจากเป้าที่วางไว้ อย่าท้อถอยง่ายๆ ครับ
  • ขยันหาความรู้ เพราะระบบทั้ง search engine มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด เราจะทำยังไงให้เว็บไซต์ที่เราทำนั้น ไปอยู่ในผลการค้นหาหน้าแรกๆ ในคำที่ลูกค้าใช้คนใน search engine อย่าง google ได้ยังไง ควรอ่านเก็บความรู้และทดลองทำไปด้วย เพื่อดูผล ไม่ใช่แค่อ่านอย่างเดียว แล้วไม่ลงมือ webboard ต่างประเทศควรหาอ่านด้วยครับ เพราะจะรวดเร็วกว่ารอให้มีคนเอามาแปล ถ้าอ่านแค่ของไทย อาจจะได้ความรู้ที่ล้าสมัยไปแล้วก็ได้ครับ

ขั้นตอนโดยสรุปมีดังนี้นะครับ

1. สร้างร้านของเรา นั่นคือการทำเว็บไซต์ขึ้นมาก่อน เพื่อจะนำเสนอเนื้อหาสินค้าที่เราต้องการจะขาย ข้อมูลเอามาจากไหน จากเว็บที่มีสินค้าเหมือนกับเว็บเรา หรือคัดลอกเอามาจากเว็บ amazon.com เลยก็ได้  โดยในขั้นตอนสร้างร้าน แบ่งเป็น 2 กรณี

กรณีแรก ใช้ของฟรี อย่าง blogger โดยการสมัคร Gmail แล้วไปสร้างเว็บเราจากเว็บ blogger.com ซึ่งเราจะได้โดเมนหรือ url เป็น ชื่อเว็บที่เราตั้ง.blogspot.com (กรณีนี้จริงๆ เรียก subdomain นะครับ) ซึ่งในฟรีบล็อกอย่าง blogger นี้จะมีเครื่องมือการจัดการเว็บเราพร้อมอยู่แล้ว มือใหม่ก็ใช้ได้ไม่น่ามีปัญหา และก็มีเว็บหลายๆ แห่งก็สอนวิธีการใช้งานอยู่แล้วครับ

กรณีที่สอง จดโดเมน และเช่า host สำหรับสร้างเว็บไซต์ โดยเว็บเราอาจจะทำมาจากพวก สคริปต์ฟรี เช่น wordpress หรืออาจจะเป็นสคริปต์สำเร็จรูปที่ทำออกมาสำหรับขาย amazon โดยเฉพาะ เช่น AOM เป็นต้น กรณีนี้ เราจะต้องเสียค่าโดเมน เป็นรายปี ผู้ให้บริการที่นิยมกันก็เช่น godaddy หรือ name.com เป็นต้น และเราต้องเสียค่าบริการเช่า host ซึ่งเลือกได้ว่าจะจ่ายเป็นแบบรายเดือน หรือรายปี ถ้า host นอกดีๆ ก็แนะนำ Hostgator ส่วน host ไทยก็แนะนำ Hostneverdie ครับ

และขอเสริมเพิ่มเติม สำหรับเนื้อหาสินค้า แนะนำว่าให้ทำให้ไม่เหมือนเดิม หรืออย่า copy มาทั้งดุ้น ให้มีส่วนแตกต่างบ้าง เช่น อาจจะเขียน review เพิ่มเติม หรือ rewrite บทความบ้างนะครับ ไม่งั้น ทำไปแล้วเว็บก็โอกาสจะเกิดได้ยาก เพราะว่าเดี๋ยวนี้ search engine อย่าง google ให้ความสำคัญกับเนื้อหาค่อนข้างมากทีเดียว เมื่อเทียบกับเมื่อก่อน และถ้าเราทำเนื้อหาให้ไม่ซ้ำใคร ก็มีโอกาสได้อันดับดีๆ มากกว่า ถึงแม้บางครั้ง back link ของเราอาจจะไม่ได้มากมายอะไร

2. หลังจากเรามีเว็บไซ์ และโดเมนเรียบร้อยแล้ว ก็ไปสู่ขั้นตอนการสมัครเป็นตัวแทนขายของ Amazon.com ซึ่งในขั้นตอนการสมัครก็จำเป็นต้องใช้ โดเมน ที่เราเตรียมไว้ในข้อ 1 ทำการสมัครนั่นเอง ส่วนการตั้งค่ารับเงิน ถ้าไม่เลือกเป็นรับเช็ค ก็ใส่รายละเอียดเลขที่บัญชีของธนาคารกรุงเทพ สำหรับการรับโอนเงิน

3. เมื่อเราได้รับการยืนยันในการเป็นตัวแทนขายของเราแล้ว ก็เป็นกระบวนการสร้างร้าน หรือเว็บไซต์ของเรามากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายของเราได้มากขึ้นด้วย เสมือนเราขยายสาขาร้านเรานั่นเอง โดยในขั้นตอนนี้ ก็อาศัย การวิเคราะห์ตลาด และเลือกสินค้าที่คิดว่าน่าจะมีโอกาสทำให้เว็บเราอยู่หน้าแรกๆ ของผลการค้นหาอย่างใน google ได้ บางคนเรียกขั้นตอนนี้ว่า การหา keyword ในการสร้างเว็บขายของ

บางสูตรก็แนะนำให้เลือกสินค้าที่มีคู่แข่งน้อยๆ หรือสินค้าที่ค่อนข้างจำเพาะกับกลุ่ม เช่น สินค้าของคนถนัดซ้าย เป็นต้น บางสูตรก็เลือกสินค้าราคาถูก เพราะคนน่าจะซื้อได้ง่ายกว่า เป็นต้น

ในขั้นตอนเหล่านี้ ต้องอาศัยการอ่าน วิเคราะห์ และฝึกฝน เก็บเกี่ยวประสบการณ์นะครับ ดังนั้นตามที่บอกไว้ในช่วงแรกว่าต้องอาศัยความอดทนพอสมควร ผมเองก็ใช้เวลาเป็นปี ถึงได้พบวิธีหรือแนวทางที่เหมาะกับตัวเอง ดังนั้น หากใครคิดว่า ร้อนเงิน ต้องรีบใช้เงิน ไม่แนะนำให้ทำ ให้หาอย่างอื่นที่ได้เงินเร็วทำดีกว่าครับ (เอาแค่ว่าค่าคอมฯ ก้อนแรกก็ต้องรอหลังจากครบ 2 เดือนไปแล้วก็เห็นได้ชัดเจนละครับว่ายังไงก็ต้องรอก่อนไม่ได้เงินในทันที)

สำหรับรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ แนะนำว่าให้ดูบทความก่อนๆ ที่ผมเขียนไว้แล้วนะครับ เพราะไม่งั้นบทความนี้มันจะยาวจนเกินไป จนอาจทำให้เบื่อหน่ายได้ (เริ่มจากส่วนหน้าสารบัญเว็บก่อนก็ได้ครับ) ก็หวังว่าบทความนี้จะทำให้มองภาพรวมออกนะครับ

แนะนำโปรแกรมปั้ม blog ขาย Amazon

January 22nd, 2012 6 comments

วันนี้มีโปรแกรมใหม่มาแนะนำครับ สำหรับสายปั่น ใครที่ชอบปั่น wpmu สร้าง sub เยอะๆ ก็แนะนำโปรแกรมสองประสาน ที่น่าสนใจนี้เลย โดยตัวที่แนะนำนี้ได้แก่ MK-WPQuick และ MK-IMMate โดยผมขอสรุปรายละเอียดคร่าวๆ ดังนี้

+ MK-WPQuick คือสคริปต์ที่ช่วยติดตั้งและสร้าง wpmu รวมถึงสร้าง subdomain ได้ในเวลาอันรวดเร็ว รวมถึงจัดการ theme และ plugin ให้เสร็จสรรพ

+ MK-IMMate คือ สคริปต์ที่ช่วยดึงสินค้าจาก amazon ทั้งรูป และ content มาเก็บไว้ที่เครื่องหรือ host เราก่อน และทยอย post เข้า db ของ wpmu ที่เราสร้างไว้ ไม่ได้ใช้ระบบ post xml-rpc เหมือนเมื่อก่อนที่จะทำให้หนัก host ของ money site แต่ใช้วิธียัดใส่ db ในคราวเดียว แล้วทยอยให้ post ต่างๆ ค่อยๆ publish ทีละนิดครับ และก็จะทยอย index ถ้ามองอีกแง่ ก็คล้ายๆ การทยอย post ทุกวันนั่นเอง เพียงแต่ไม่ได้ post จากนอก host แต่เป็นการดึงเนื้อหาใน database มาทยอยแสดงผลเท่านั้น

สำหรับรายละเอียดลึกๆ แนะนำให้อ่านในกระทู้เหล่านี้ครับ

+ MK-WPQuick –> http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,241206.0.html

+ MK-IMMate –> http://www.thaiseoboard.com/index.php?topic=254697.0

มาแนะนำกันแล้ว มีโปรโมชั่นที่น่าสนใจมาเสนอด้วยครับ

MK-IMMate 1 License ติดตั้งได้ 1 เครื่อง ไม่จำกัดจำนวน Runner

ราคาขายสำหรับลูกค้าใหม่ :
Size L : 6,500 บาท โพสได้ 50 ล้านโพสต์ เป็น 100 ล้านโพสต์
Size M : 4,900 บาท โพสได้ 30 ล้านโพสต์ เป็น 60 ล้านโพสต์

ราคาขายสำหรับสมาชิก MK4IM (ลูกค้าเก่าทุกระดับ)
Size L : 6,000 บาท โพสได้ 50 ล้านโพสต์ เป็น 100 ล้านโพสต์
Size M : 4,500 บาท โพสได้ 30 ล้านโพสต์ เป็น 60 ล้านโพสต์

ราคาการเติม Credits MK-IMMate : 3,000 บาท ได้ Credits 50 ล้านโพส เป็น Credits 100 ล้านโพสต์

MK-WPQuick 1 License ไม่จำกัดจำนวนโฮสที่ใช้
ราคาขายสำหรับลูกค้าใหม่ : 1,500 บาท ติดตั้ง 60 โดเมน เป็น ติดตั้ง 120 โดเมน
ราคาขายสำหรับลูกค้าเก่า : 1,200 บาท ติดตั้ง 60 โดเมน เป็น ติดตั้ง 120 โดเมน
ราคาการเติม Credits MK-WPQuick : 1,000 บาท ได้ Credits 100 เว็บ เป็น 200 เว็บ

เสริมราคาสำหรับผู้ที่ซื้อทั้ง 2 ตัว Double Credit เช่นกัน
MK-WPQuick+MK-IMMate (L) = 1,200+6,000 = 7,200 บาท
MK-WPQuick+MK-IMMate (M) = 1,200+4,500 = 5,700 บาท

หากต้องการโปรโมชั่นนี้ ในขั้นตอนแจ้งรายละเอียดการซื้อให้กับคุณตรินหรือทีมงาน ให้ระบุคูปอง chui761 ไปด้วยนะครับ

โดยโปรโมชั่นนี้ จะคงไว้จนถึงสิ้นเดือน กุมภาพันธ์ 2555 นี้เท่านั้นนะครับ หลังจากนั้น ก็จะได้เป็น rate ปกติ

และคาดว่าจะรับลูกค้าจำนวนจำกัด เพื่อคุณภาพของการ support ดังนั้น ลองศึกษาข้อมูลให้ดีนะครับว่าสนใจที่จะใช้งานกันหรือไม่ ผมเองก็จะทยอยนำเสนอสิ่งที่น่าสนใจมาเพิ่มเติมเรื่อยๆ นะครับ ยังไงก็ติดตามกันต่อไป

สำหรับสายปั่น หากต้องการเน้นปริมาณมากๆ ก็ฝากพิจารณากันด้วยนะครับ