Archive

Archive for the ‘Amazon’ Category

ทำยังไงจะสมัครอเมซอนให้ผ่าน

July 25th, 2013 6 comments

หลายๆ คนที่สนใจอยากจะทำอเมซอนช่วงหลังนี้ อาจมีปัญหาว่าทำยังไงให้ทาง อเมซอน approve หรือทำยังไงให้สมัครผ่าน
จากประสบการณ์ที่ผมลองสมัครใหม่มาล่าสุดนี้ ก็เลยมาแนะนำวิธีการที่ทดลองและได้ผลตามนี้ครับ

1. ใช้โดเมนจดเอง กับ host ตัวเองในการสมัคร
2.สร้างเว็บที่มีเนื้อหาอ่านรู้เรื่อง จะเป็นรีวิวสินค้าก็ได้ เนื้อหาก้อปมาจากหลายๆ ที่ก็ได้ และควรมีเนื้อหาพอสมควร ใช้ wp สร้างก็ง่ายดีครับ หา theme สวยหน่อย แต่ไม่จำเป็นต้องเสียตัง ของฟรีสวยๆ ก็มีครับ มีบทความซัก 4-5 อัน ถ้าใครทำมากกว่านั้นก็ดีครับ ยังไม่จำเป็นต้องใส่ลิงค์ไปเว็บอเมซอน จนกว่าจะสมัครผ่านค่อยกลับมาใส่ลิงค์ ใส่แบนเนอร์ก็ได้
3. ควรทำเว็บให้มี index ซักหน่อยก่อนการสมัคร ไปฝากลิงค์ไว้ตามที่ต่างๆ ก็ได้ แต่ไม่ต้องสแปม เพราะต้องการแค่อินเดกซ์
4. เม่ือพร้อมแล้วค่อยเอาเว็บนี้ไปสมัคร อย่าลืมเตรียมเบอร์มือถือที่ใช้งานได้ สำหรับไว้ verify ด้วยนะครับ

ที่สำคัญ เว็บที่สมัครนี้ ควรเก็บรักษาไว้ โดน google แบนช่างมัน ขอให้ตัวเว็บยังคงอยู่ให้ทางอเมซอน เขามาตรวจสอบดูได้
ตอนนี้ใจเย็นๆ เตรียมตัวดีๆ ก่อนสมัครนะครับ เพราะเขาค่อนข้างตรวจเข้ม

อีกอันที่อยากเสริมคือ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้เว็บ ข้อมูลเจ้าของโดเมนที่ใช้สมัครควรตรงกันกับ account ที่ใช้สมัครอเมซอนนี้ด้วยครับ

หลายคนอาจมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับวิธีการ ผมก็ขอแจ้งไว้ตรงนี้ครับว่า วิธีการอาจไม่ตายตัวนะครับ แล้วแต่แต่ละคน แต่ผมแค่มาแนะนำวิธีการที่ผมใช้แล้วได้ผลครับ ^^

ขอให้ทุกท่านโชคดีในการหารรายได้เสริมจากงานออนไลน์อย่าง amazon affiliate นะครับ

ทำ aff ผ่าน viglink : เปลี่ยน traffic ให้เป็นรายได้

April 27th, 2013 25 comments

หลายๆ ท่านที่ทำอเมซอนอยู่ ช่วงนี้อาจประสบชะตากรรมเดียวกับคือ “Account Closed” วันนี้ผมเลยมาขอแนะนำอีกวิธีการหนึ่งที่พอจะเป็นทางเลือกสำหรับเปลี่ยน traffic ที่เรามี จากเดิมที่ส่งไปอเมซอนเลย (ถ้าเราโดนแบนก็จะไม่ได้ค่าคอม) แต่จะส่งไปอีกทางหนึ่งก่อนคือผ่านตัวแทนที่เรียกว่า viglink ดังนั้น จากเดิมที่เราจะรับค่าคอมผ่านอเมซอน เราก็จะมารับค่าคอมผ่าน viglink แทน

จริงๆ แล้ว viglink ร่วมมือกับเว็บขายสินค้ามากมายกว่า 3 หมื่นเว็บ ไม่เฉพาะแค่ amazon อย่างเดียว ดังนั้นบางครั้งหากเราสมัครเป็นตัวแทนขายไม่ผ่าน เพราะบางเว็บก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสมัครได้ ดังนั้น เราก็เป็นตัวแทนขายผ่าน viglink ได้ โดยเราก็ต้องยอมจ่ายค่านายหน้า หรือจะเรียกว่าจ่ายเปอร์เซ็นให้กับ viglink ด้วย ตัวอย่างเช่น ปกติ เราก็รับค่าคอมมิชชั่น โดยตรงจาก amazon.com โดยตรง แต่ถ้าเราขายผ่าน viglink เราก็จะต้องเสียค่าเปอร์เซ็นให้กับ viglink อีกทอดครับ ตรงนี้คงต้องยอมรับ เพราะทาง viglink จะเป็นคนที่ไป deals หรือ contact กับทางอเมซอนอีกที เราก็ค่อนข้างสบายใจที่เราสร้างเว็บขายของ ไม่ต้องระแวงการโดนแบนมากเท่าการทำ aff ให้ amazon ตรงๆ เพราะกรณีเรามี traffic ของเว็บที่ขายอเมซอนอยู่แล้ว เราก็แค่ทำการส่ง traffic นั้นไปผ่าน viglink ก่อนแล้วค่อยส่งไปให้ amazon อีกทีครับ

มาดูวิธีการสมัครกันเลย ขั้นตอนไม่ได้ยุ่งยากมากมาย

ก่อนอื่นก็แจ้งก่อนนะครับ เห็นมีน้องที่บอกว่าเคยได้รับเงินจาก viglink แล้วแนะนำมาว่าเมลล์ที่ใช้สมัครควรเป็นอันเดียวกับ paypal นะครับ ยังไงใครใช้เมลล์อื่นสมัครแล้วได้รับเงินเหมือนกันก็รบกวนแจ้งหน่อยนะครับ

1. ไปที่เว็บ VigLink โดย คลิกที่นี่  หรือคลิกที่ปุ่มนี้ VigLink badge

จะเจอหน้าจอแรก ก็ให้คลิกที่ปุ่ม Signup

01_signup

 

2. จะมายังหน้าจอที่ให้กรอกอีเมลล์ เราก็กรอกอีเมลล์ที่ใช้งานได้ลงไป จากนั้นกดปุ่ม SIGNUP ที่ด้านล่างของหน้าจอ

02_addemail

 

3. หน้าถัดมาจะแสดงข้อความว่าส่งรายละเอียดไปทางอีเมลล์แล้ว ดังรูป

03_showafteraddemail

 

4. ก็ให้เรากลับไปเช็คอีเมลล์ที่เรากรอกไว้จะเจอ อีเมลล์ที่ส่งมาดังรูป ถ้าไม่เจอใน inbox อย่าลืมไปเช็คดูใน Junk นะครับ บางทีมันก็ไปอยู่ในนั้นได้ แล้วแต่บางคนครับ

04_showemail

 

เมื่อคลิกเข้าไปแล้ว จะมีรายละเอียดแสดงดังรูป ให้คลิกที่ลิงค์ (1) หรือจะใช้วิธี copy url ในลิงค์ (2) ไปเปิดใน browser ก็ได้ ขั้นตอนนี้ก็เหมือนเป็นการ activate account ผ่านอีเมลล์นั่นเองครับ

05_detaillinkemail

 

5. จะกลับมายังหน้าจอเพื่อให้กรอกรายละเอียดของเรา ก็กรอกคล้ายๆ ตามตัวอย่างนะครับ อันนี้ผมว่าหลายๆ คนคงคุ้นเคยอยู่แล้ว เมื่อกรอกเสร็จก็กดปุ่ม complete signup

06_addaccdetail

 

6. จะมายังหน้าจอที่ จะบอกว่าให้ copy code javascript สำหรับไปใส่ใน html code ของเว็บเรา อันนี้ผมไม่ขอลงรายละเอียดนะครับ แต่เดี๋ยวตอนท้าย ผมจะแนะนำวิธีง่ายๆ สำหรับเว็บของใครที่ใช้ wordpress แค่ติดตั้ง plugin ก็ใช้งานได้แล้ว

07_showjavacodeviglink

 

ในหน้านี้ เมื่อเราเอาโค้ดไปติดยังเว็บที่เราติดตั้ง viglink แล้ว สามารถเช็คได้ว่าการติดตั้งสมบูรณ์ถูกต้องไหม โดยเอา url เว็บที่เราใส่โค้ดไปแล้วมาเช็คที่ช่อง Check your installation ได้ ถ้าถูกต้องจะได้ผลดังรูป

08_checkinstallcode

 

7. ต่อมาลองมาดูบางส่วนของหน้าจัดการกันนะครับ ที่หน้าแรกจะแสดงจำนวนคลิก และก็รายได้นะครับ (เราจะได้รายได้ก็ต่อเมื่อลูกค้าคลิกซื้อสินค้าเท่านั้น ก็เหมือนขายของให้ amazon นะครับ) รายได้ที่แสดงจะเป็นอันที่หักค่าเปอร์เซ็นให้ viglink เรียบร้อยแล้ว (เท่าที่เข้าใจนะครับ)

09_showdashboardclickearn

 

8. ทีนี้มาดูในส่วนการรับเงินนะครับ เราจะรับเงินผ่าน paypal เท่านั้น ก็ให้ไปที่เมนู Manage –> Account ดังรูป

10_editacc

 

จากนั้นกดปุ่ม Edit Account

9. จะมายังหน้าที่ให้แก้ไขข้อมูล เราก็กรอกอีเมลล์ paypal เราในส่วนด้านขวาของหน้าจอนะครับ (PayPal Email) แล้วก็บันทึกข้อมูล

11_editaccdetail

 

ด้านล่าง ตรง My Sources เข้าใจว่าเป็นส่วนในการสร้างตัว track ว่ารายได้มาจากเว็บไหน หรือกลุ่มของเว็บเราอันไหน โดยการสร้าง API แยกออกมาได้เรื่อยๆ และตั้งชื่อให้เราเข้าใจได้ครับ ยังไงลองไปลองเล่นฟังก์ชันนี้ดูได้ ส่วนตัวผมตอนนี้ใช้แค่อันเดียวอยู่ครับ เพื่อความรวดเร็ว

10. ทีนี้ กรณีเว็บทำเงินของเราเป็น WordPress เราสามารถ download plugin ในหน้า install–>wordpress ไปติดตั้งในเว็บนั้นได้

12_installcode 13_wpplugindownload

หรือไม่ก็ใช้วิธีไปค้นหา plugin ในเว็บของเรา โดยใช้ kw คำว่า viglink แล้วก็ติดตั้งเหมือนการติดตั้ง plugin ตามปกติครับ

จากนั้นจึงค่อยมากรอก API key ที่อยู่ในหน้า Manage–>Account เราในส่วนหน้า setting ของ wordpress นะครับ

14_showwpapiinstall

 

อันนี้แสดงส่วน API key ที่เราจะเอามากรอกในหน้า setting ของ plugin ครับ

apiacc

 

เพิ่มเติมนะครับ

1. สำหรับคนที่สมัครเรียบร้อยแล้ว แนะนำว่าให้เอา banner ที่บ่งบอกว่าเราทำ aff กะ viglink ไปแปะไว้ที่เว็บด้วยก็ดี กันเหนียว หน้านี้นะครับ (อย่าลืม login ก่อนเน้อ)

http://www.viglink.com/legal/disclosures/publishers

2. กรณีลิงค์เดิมที่เคยส่งไป amazon แก้เป็น www.amazon.com/dp/ASIN นะครับ เพราะเมื่อใส่โค้ด java ของ viglink หรือติดตั้ง plugin ของ viglink แล้ว ระบบจะ redirect ให้เป็น tag ของ viglink เมื่อไปที่เว็บ amazon ให้เองโดยอัตโนมัติครับ

หวังว่าบทความนี้คงพอเป็นแนวทางให้หลายๆ คนที่สนใจจะเปลี่ยน traffic ที่มีให้กลับมามีรายได้อีกนะครับ หากมีข้อสงสัยก็ฝาก comment ไว้ได้นะครับ

การเช็ค index เว็บทีละเยอะๆ

March 4th, 2013 1 comment

จริงๆ ผมว่าวิธีการนี้บางคนน่าจะรู้แล้ว ผมเองพึ่งมารู้วิธีไม่นาน ปกติไล่เช็ค index ทีละเว็บเลย แต่ด้วยความสงสัย เลยไปถามผู้รู้ว่าที่เขาเอามาโชว์กันนี่ทำยังไงน้อ แบบเช็ค index เว็บทีละเยอะๆ เพราะถ้าเว็บเราเยอะแล้วต้องมานั่งไล่เช็คทีละเว็บอาจจะเล่นเอาปวดนิ้วได้ วันนี้เห็นในหน้าเฟสมีคนเอามาโชว์และถามพอดี เลยเอามาเขียนเป็นบทความไว้ ให้มือเก่ามือใหม่เผื่อเป็นประโยชน์ครับ

1. ก่อนอื่นท่านต้องติดตั้ง Addon ที่ชื่อว่า SEOquake ให้กับ browser ที่ท่านใช้งานก่อนนะครับ เช่น Firefox หรือ google chrome แล้วแต่ว่าใครชอบหรือถนัดตัวไหน หรือจะติดตั้งไว้ทั้งคู่ก็ได้ โดยเมื่อติดตั้งเสร็จจะมี icon ของ seoquake ที่บริเวณมุมด้านขวามือ หลังช่องกรอก url ของ browser นั้นๆ ดังรูป
seo button

2. จากนั้นให้เตรียมไฟล์รายการโดเมนที่เรามีอยู่ จะเตรียมไว้เป็น list ใน notepad ก็ได้ดังตัวอย่าง

Prepare domain list: amzhowto.com

3. จากนั้นก็ไปเปิด browser ในตัวอย่างที่นี้คือ Firefox นะครับ จากนั้นคลิกตรงลูกศรชี้ลงเพื่อเรียกเมนูย่อยของ seoquake ออกมา และเลือกที่เมนู Check/Compare URLs and domains ดังรูป

select menu seoquake

 

4. จะปรากฏหน้าต่าง popup ขึ้นมา เราก็คัดลอก domain list ของเราไปใส่ แล้วก็กดปุ่ม OK ครับ

add domain list to seoquake

 

5. ตอนนี้ก็จะแสดงรายละเอียดของ index pr หรือ rank ต่างๆ ของโดเมนที่เราต้องการ แต่มันจะยังแสดงเป็นเครื่องหมาย ? ในตอนเริ่มต้น เพราะเรายังไม่ได้เรียกให้ addon ทำงานเช็ค ข้อมูลให้เรานะครับ ต้องกดปุ่ม Request properties ที่มุมซ้ายด้านบนของตารางดังรูป

show list and button

 

6. เมื่อกดปุ่มแล้ว รอสักพักกรณีโดเมนเราเยอะนะครับ ข้อมูลทั้งหมดก็จะแสดงออกมา ถ้าโดเมนไหนเจอ index เป็น 0 ให้สันนิษฐานไว้ว่าโดนแบนแล้ว หรือถ้าโดเมนใหม่ อาจจะยังไม่ index ก็ได้ แต่ให้ชัวร์ ก็คลิกตรงที่เลข 0 นั้น เพื่อเช็ค index อีกทีครับ เพราะบางทีตัว addon มันเพี้ยนก็มี เพราะเมื่อคลิกไปแล้ว มันจะเปิดหน้าต่างใหม่ออกมาเป็นการเช็ค index ด้วย site:ชื่อโดเมน ในหน้าของ google ซึ่งอันนี้จะชัวร์กว่าครับ

กรณีของ google chrome ปกติแทนที่มันจะแสดง index 0 มันก็จะแสดงเป็น n/a แทนครับ

show result

 

หวังว่าบทความนี้น่าจะเป็นประโยชน์ ช่วยอำนวยความสะดวกให้หลายๆ คนได้นะครับ

จริงๆ มันมีปุ่มอีก 2 ปุ่มด้านบน ก็เป็นการเซฟข้อมูลเก็บไว้ ลองเล่นดูได้ครับ

 

แนะนำโปรแกรมปั้ม blog ขาย Amazon

January 22nd, 2012 6 comments

วันนี้มีโปรแกรมใหม่มาแนะนำครับ สำหรับสายปั่น ใครที่ชอบปั่น wpmu สร้าง sub เยอะๆ ก็แนะนำโปรแกรมสองประสาน ที่น่าสนใจนี้เลย โดยตัวที่แนะนำนี้ได้แก่ MK-WPQuick และ MK-IMMate โดยผมขอสรุปรายละเอียดคร่าวๆ ดังนี้

+ MK-WPQuick คือสคริปต์ที่ช่วยติดตั้งและสร้าง wpmu รวมถึงสร้าง subdomain ได้ในเวลาอันรวดเร็ว รวมถึงจัดการ theme และ plugin ให้เสร็จสรรพ

+ MK-IMMate คือ สคริปต์ที่ช่วยดึงสินค้าจาก amazon ทั้งรูป และ content มาเก็บไว้ที่เครื่องหรือ host เราก่อน และทยอย post เข้า db ของ wpmu ที่เราสร้างไว้ ไม่ได้ใช้ระบบ post xml-rpc เหมือนเมื่อก่อนที่จะทำให้หนัก host ของ money site แต่ใช้วิธียัดใส่ db ในคราวเดียว แล้วทยอยให้ post ต่างๆ ค่อยๆ publish ทีละนิดครับ และก็จะทยอย index ถ้ามองอีกแง่ ก็คล้ายๆ การทยอย post ทุกวันนั่นเอง เพียงแต่ไม่ได้ post จากนอก host แต่เป็นการดึงเนื้อหาใน database มาทยอยแสดงผลเท่านั้น

สำหรับรายละเอียดลึกๆ แนะนำให้อ่านในกระทู้เหล่านี้ครับ

+ MK-WPQuick –> http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,241206.0.html

+ MK-IMMate –> http://www.thaiseoboard.com/index.php?topic=254697.0

มาแนะนำกันแล้ว มีโปรโมชั่นที่น่าสนใจมาเสนอด้วยครับ

MK-IMMate 1 License ติดตั้งได้ 1 เครื่อง ไม่จำกัดจำนวน Runner

ราคาขายสำหรับลูกค้าใหม่ :
Size L : 6,500 บาท โพสได้ 50 ล้านโพสต์ เป็น 100 ล้านโพสต์
Size M : 4,900 บาท โพสได้ 30 ล้านโพสต์ เป็น 60 ล้านโพสต์

ราคาขายสำหรับสมาชิก MK4IM (ลูกค้าเก่าทุกระดับ)
Size L : 6,000 บาท โพสได้ 50 ล้านโพสต์ เป็น 100 ล้านโพสต์
Size M : 4,500 บาท โพสได้ 30 ล้านโพสต์ เป็น 60 ล้านโพสต์

ราคาการเติม Credits MK-IMMate : 3,000 บาท ได้ Credits 50 ล้านโพส เป็น Credits 100 ล้านโพสต์

MK-WPQuick 1 License ไม่จำกัดจำนวนโฮสที่ใช้
ราคาขายสำหรับลูกค้าใหม่ : 1,500 บาท ติดตั้ง 60 โดเมน เป็น ติดตั้ง 120 โดเมน
ราคาขายสำหรับลูกค้าเก่า : 1,200 บาท ติดตั้ง 60 โดเมน เป็น ติดตั้ง 120 โดเมน
ราคาการเติม Credits MK-WPQuick : 1,000 บาท ได้ Credits 100 เว็บ เป็น 200 เว็บ

เสริมราคาสำหรับผู้ที่ซื้อทั้ง 2 ตัว Double Credit เช่นกัน
MK-WPQuick+MK-IMMate (L) = 1,200+6,000 = 7,200 บาท
MK-WPQuick+MK-IMMate (M) = 1,200+4,500 = 5,700 บาท

หากต้องการโปรโมชั่นนี้ ในขั้นตอนแจ้งรายละเอียดการซื้อให้กับคุณตรินหรือทีมงาน ให้ระบุคูปอง chui761 ไปด้วยนะครับ

โดยโปรโมชั่นนี้ จะคงไว้จนถึงสิ้นเดือน กุมภาพันธ์ 2555 นี้เท่านั้นนะครับ หลังจากนั้น ก็จะได้เป็น rate ปกติ

และคาดว่าจะรับลูกค้าจำนวนจำกัด เพื่อคุณภาพของการ support ดังนั้น ลองศึกษาข้อมูลให้ดีนะครับว่าสนใจที่จะใช้งานกันหรือไม่ ผมเองก็จะทยอยนำเสนอสิ่งที่น่าสนใจมาเพิ่มเติมเรื่อยๆ นะครับ ยังไงก็ติดตามกันต่อไป

สำหรับสายปั่น หากต้องการเน้นปริมาณมากๆ ก็ฝากพิจารณากันด้วยนะครับ

ซื้อ Market Samurai ลด 35%

January 7th, 2012 6 comments

โปรแกรมนี้ผมซื้อไว้ใช้สำหรับหา keyword มาระยะหนึ่งแล้วนะครับ เป็นโปรแกรมที่หา niche ไว้ทำ amazon ได้เป็นอย่างดี ช่วยทุ่นเวลาได้เยอะ สำหรับใครที่ไม่ถนัดใช้ของฟรีอย่าง google keywords tools ก็แนะนำลองมาใช้โปรแกรมนี้ได้ ว่าจะเขียนบทความแนะนำนานแล้ว แต่พึ่งว่างหลังจากปีใหม่ครับ เลยจัดไว้ซะหน่อย คอยเป็นคู่มือสำหรับผมด้วย ช่วงหลังๆ ทำอะไรไปก็ลืมบ่อยๆ สำหรับวิธีการใช้งานเดี๋ยวผมจะมาแนะนำในบทต่อๆ ไป แต่ว่าวันนี้ขอแนะนำการซื้อ Market Samurai นี้ในราคาลด 35% นะครับ ซึ่งขั้นตอนการซื้อราคาลดของ Market Samurai นี้ไม่ยากอย่างที่คิด สรุปคร่าวๆ ก็คือ ซื้อ Market Samurai แบบทดลองใช้ 12 วันก่อน แล้วก่อนครบกำหนด ค่อยจ่ายเงินครับ ก็จะได้ลดไปจากราคาเต็ม 149$ เหลือเพียง 97$ เท่านั้น มาเริ่มขั้นตอนกันเลยครับ

1. ก่อนอื่น คลิกที่นี่ เพื่อไปยังหน้าซื้อ Market Samurai จะเจอหน้าจอดังรูป ก็ให้กรอกชื่อ และกรอกอีเมลล์ ตรงช่องที่กรอบเหลี่ยมสีแดงไว้ดังตัวอย่างนะครับ เมื่อกรอกครบแล้วกดปุ่มสีแดงที่ว่า Yes! Send me my free stuff

 

2. รอซักพัก ก็เข้าไปเช็คอีเมลล์ที่เรากรอกตอนจากขั้นตอนที่ 1 เราก็จะได้ข้อมูลดังแสดงในรูป

ทำการคลิกลิงค์ที่เป็น http://marketsamurai.com/โค้ดของท่าน นะครับ ก็จะไปที่หน้าลิงค์สำหรับดาวน์โหลดโปรแกรม Market Samurai

3. มาถึงหน้าสำหรับดาวน์โหลดโปรแกรม ซึ่งจะมีอยู่ 2 แบบ แบบแรกคือแบบอัตโนมัติ แต่เท่าที่ผมลองแล้วจะมีปัญหาเยอะ ก็เลยขอแนะนำแบบที่ 2 ซึ่งติดตั้งแบบ manual  โดยจากรูปจะเป็นคำอธิบายว่าต้องดาวน์โหลด และติดตั้งโปรแกรมเสริมก่อน นั่นคือโปแกรม Adobe AIR เราก็คลิกที่ลิงค์ในข้อ 2.1 ในรูปเลยนะครับ

4. จะมายังหน้าดาวน์โหลดโปรแกรม Adobe AIR ดังรูป คลิก Download Now ดังรูป เพื่อบันทึกโปรแกรมไว้ในตำแหน่งที่ต้องการ

5. ดับเบิ้ลคลิกเพื่อเปิดโปรแกรม

6. เริ่มขั้นตอนการติดตั้ง กดปุ่ม Update ดังรูป

7. ทำขั้นตอนติดตั้งต่อไป โดยกด I Agree แล้วโปรแกรมจะทำการติดตั้งไปเรื่อยๆ

8. เมื่อติดตั้งเสร็จจะเจอหน้าจอดังรูป กดปุ่ม Finish เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการติดตั้งโปรแกรม Adobe AIR

ต่อไปจะเป็นขั้นตอนการติดตั้งโปรแกรม Market Samurai ครับ โดยกลับมายังหน้าที่อธิบายการติดตั้งแบบ Manual

9. คลิกที่ลิงค์ในหน้าดาวน์โหลด the lastest version of Market Samurai ดังรูป

10. จะแสดงหน้าต่าง popup ขึ้นมา ให้กดปุ่ม Install ดังรูป

11. ทำขั้นตอนติดตั้งต่อไปโดยกดปุ่ม Continue

12. โปรแกรมจะทำการติดตั้งและแสดงสถานะดังในรูป

13. เมื่อเสร็จก็จะเจอหน้าจอโปแกรมดังรูป ก็ให้กรอกอีเมลล์ที่ใช้สมัครตอนแรก ส่วนรหัสผ่าน ให้เช็คดูใน อีเมลล์ที่เราได้รับตอนสมัคร จะมีรหัสผ่านอยู่ในนั้นนะครับ (อีเมลล์ฉบับเดียวกับที่แจ้งให้ดาวน์โหลดโปรแกรมฟรี 12 วันน่ะครับ) เมื่อกรอกเรียบร้อยกดปุ่ม Begin

14. จะเจอหน้าจอที่ส่วนบนแจ้งว่าเหลือเวลาใช้งานโปแกรมกี่วัน และมีปุ่ม เกี่ยวกับกรณีเราต้องการจ่ายเงินเพื่อซื้อเวอร์ชั่นเต็ม ส่วนล่างนะครับ

แต่ถ้าเราต้องการทดลองใช้โปรแกรมก่อน ก็กดปุ่ม Continue ได้เลย ก็จะเป็นการใช้งานโปรแกรมตามปกติ

15. หลังจากเราใช้งานแล้ว และพอใจกับการทำงานของโปรแกรม ต้องการที่จะซื้อเวอร์ชันเต็ม จากข้อ 14 เมื่อเปิดโปรแกรมตอนแรกและเจอหน้าจอตามข้อ 14 แล้ว ให้กดปุ่ม Purchase the Full Version จะพามายังหน้าจอให้กรอกรายละเอียดสำหรับการซื้อครับ

ทำการกรอกรายละเอียดให้ครบถ้วน โดยเฉพาะที่มี * สีแดงอยู่ท้ายช่องนั้น จากนั้นกดปุ่มซื้อผ่าน Paypal โดยกดที่ปุ่ม Checkout with Paypal ดังรูป

16. ระบบจะพามายังหน้าจ่ายเงินของ paypal ดังแสดงในรูปจะเห็นราคาเหลือแค่ 97$ เราก็กรอกข้อมูลในการ login เข้า paypal และกดปุ่ม Login

17. เมื่อ login แล้ว ระบบจะแสดงค่าใช้จ่ายที่จะหักจากบัญชี paypal หรือบัตรหรือบัญชีธนาคารที่ผูกไว้กับ paypal ของเราครับ อย่างตัวอย่างของผมผูกไว้กับบัตรเครดิต ระบบก็จะแสดงรายละเอียดด้วยว่าจะหักเงินจากบัตรเท่าไหร่ (ในตัวอย่างผมมีเงินใน paypal แค่ 40$ ดังนั้นระบบจะไปตัดเงินในบัตรเครดิตให้ครบจำนวนค่าใช้จ่าย) เมื่อตรวจสอบความถูกต้องแล้ว กดปุ่ม Paynow ด้านล่าง

18. จะกลับมายังหน้าเว็บของ Market Samurai แสดงดังรูป ก็กดปุ่ม Yes! Send my registration details! ได้เลยครับ

19. ระบบจะแสดงใบระบุรายละเอียดของการจ่ายเงิน และส่งรายละเอียด key ที่จะไป activate โปรแกรมไปให้ทางอีเมลล์ของเรา ก็ให้กลับไปเช็คข้อมูลในอีเมลล์นั้นครับ คัดลอก Registration Key เอาไว้

20. ทำการเปิดโปรแกรม Market Samurai แล้วกดปุ่ม Paid? Enter Registration Details ดังรูป

21. หน้าถัดไปก็ให้กรอกข้อมูลที่ได้จากอีเมลล์ล่าสุดครับ

จากนั้นกดปุ่ม Begin จะเจอข้อความแสดงดังรูป นั่นแสดงว่าเราได้ใช้งาน เวอร์ชั่นเต็มของโปรแกรม Market Samurai แล้วครับ

จุดสังเกตุว่าเป็นเวอร์ชั่นเต็ม ดูได้ตามรูปที่ผมวงสีแดงไว้นะครับ

อย่าลืมนะครับ ใครสนใจสุดยอดโปรแกรมช่วยหา keyword ทำเงิน ก็แนะนำโปรแกรมนี้เลย Market Samurai

เทคนิคเลือกสินค้า amazon

October 10th, 2011 3 comments

หลัง Meeting TSB เกิดไอเดียหลายๆ อย่าง และเห็นมี pm มาหลายท่าน ถามถึงเทคนิคที่แนะนำที่น่าจะยังใช้ได้ในการขายของ amazon ก็เลยคิดว่า เอามาเขียนไว้ที่นี่หน่อย ก็น่าจะดีนะครับ แต่ขอออกตัวก่อนว่า ไม่ใช่เป็นอันที่ผมคิดเองทั้งหมด เพียงแค่รวบรวมที่กระจัดกระจายในบอร์ด มาสรุปไว้เท่านั้นนะครับ ถ้าผมไม่ได้กล่าวถึงเจ้าของไอเดีย ก็ขออภัย เพราะบางทีก็จำไม่ได้เหมือนกันครับ ว่าเอามาจากใคร กระทู้ไหน ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

ประเด็นหลัๆ คือ สินค้าที่จะเอามาขายจะเลือกยังไง ขอสรุปเป็นข้อๆ ดังนี้

  1. สินค้าตามเทศกาล ยกตัวอย่างเร็วๆ นี้ก็ Halloween ช่วงเดือนหรือสองเดือนก่อนวันฮาโลวีน ยาวไปจนถึงหลัง Halloween ประมาณ 1-2 อาทิตย์ แน่นอนของที่ขายได้ ก็ย่อมเป็นของที่เกี่ยวข้องในเทศกาลนี้ ดังนั้น ถ้าใครนึกไม่ออก ไปหาดูว่า ช่วง 1-2 เดือนข้างหน้า หรือจะดูทั้งปีก็ได้ว่ามีเทศกาลอะไรบ้าง ก็โปรโมท หรือสร้างเว็บให้ถูกจังหวะ มันก็จะขายได้อย่างแน่นอนครับ
  2. สินค้าที่เคยขายได้ ก็เอามาหาดูว่า มีสินค้าอะไรที่สัมพันธ์กันบ้าง หรือไม่เป็นสินค้ายี่ห้อเดียวกัน แต่คนละรุ่น เช่น มีคนซื้อ notebook ไป ก็มาดูว่ามีอะไรเกี่ยวข้อง ก็ได้แก่ ซองใส่ notebook ฟิล์มแปะคีย์บอร์ด เมาส์ สายชาร์จ เป็นต้น แต่ถ้ามือใหม่ ยังขายไม่ออก ตีไข่ไม่แตก ข้อนี้อาจต้องข้ามไปครับ
  3. สินค้าที่ใช้เป็นประจำ พวกของใช้ต่างๆ เครื่องสำอาง พวกนี้ แม้จะราคาถูก แต่หลายๆ อย่างสามารถขายได้ทั้งปีนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าจดโดเมนมาตรงๆ ถ้าขายได้อย่างต่อเนื่องก็กำไรเยอะทีเดียว แถมส่วนใหญ่เวลาคนซื้อ ซื้อทีละหลายชิ้น ไปช่วยเพิ่ม % ให้ได้อีกทางหนึ่ง
  4. สินค้าในอนาคต เช่น คาดการณ์ว่า จะมีกล้อง หรือมือถือรุ่นใหม่ๆ อะไรออกมา ให้เรารีบสร้างเว็บไว้รอก่อนเลย เช่น iphone 5 ipad3  เป็นต้น
  5. สินค้า bestseller ในหมวดที่สนใจ แต่ถ้าใครเลือกแบบนี้ ก็ต้องทำใจหน่อยนะครับ เพราะคู่แข่งจะเยอะมาก และหลายๆ ตำรา ก็สอนเหมือนกันหมดให้เลือกสินค้าแบบนี้ แต่ว่าโอกาสที่เราจะขายได้ มันก็มีสูงตาม เพราะสินค้ายอดนิยม คนซื้อย่อมจะเยอะตามไปด้วย เผลอๆ อาจหลงมาซื้อที่เราก็เป็นได้ครับ
  6. สินค้าจำเพาะกลุ่มลูกค้า เช่น ของใช้ของคนถนัดซ้าย ของที่ระลึกแฟนคลับพวก american football เป็นต้น อันนี้จะเป็นการเน้นๆ ตลาดกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะ ทำให้ตัดคู่แข่งส่วนหนึ่งไปได้พอสมควร แต่ก็ต้องดูด้วยว่า ถ้าเป็นกลุ่มที่มีคู่แข่งแข็งๆ หรือเจ้าใหญ่อยู่แล้ว ก็อาจจะต้องเลี่ยงไปหากลุ่มอื่นนะครับ แต่ถ้าใครมั่นใจ ก็จัดแข่งไปได้เลยครับ ไม่ลองไม่รู้ครับ
  7. สินค้าตามกระแส ตาม trend โดยอันนี้เราต้องหมั่นติดตามข่าวสารจากอเมริกา (หรือถ้าใครทำตลาดยุโรปก็ต้องดูตลาดนั้นครับ) ว่าช่วงนั้นมีเหตุการณ์อะไรสำคัญอยู่บ้าง เช่น ตอนนั้น มีพายุเฮอริเคนเข้า ที่อเมริกา ไฟดับหลายๆ รัฐ ต้องใช้เครื่องปั่นไฟ และถ้าเรารีบทำเว็บขายสินค้านี้ และโปรโมทให้ขึ้นหน้าต้นๆ ของ google ได้ โอกาสขายได้ก็มีสูงครับ เพราะตรงกับความต้องการช่วงนั้นพอดี
คร่าวๆ ผมแนะนำเท่านี้ก่อนนะครับ ทุกวิธีทำได้หมด อยู่ที่ความขยันของท่านครับ ถ้าทำได้ทุกข้อ รับรองว่า ไม่มีวันไหนท่านจะกินไข่ อย่างแน่นอน
ร่ำรวยๆ ทุกท่านครับ
ท้ายนี้เอารูปบรรยากาศงาน Meeting TSB 2011 มาให้ดูด้วยละกันครับ credit คุณ bigbigboy13 จาก thaiseoboard.com

การรับเงินจาก amazon

October 4th, 2011 16 comments

วันนี้จะมาว่าด้วยเรื่องการรับเงินจาก amazon ครับ โดยหลังจากที่หลายๆ ท่านได้ลองสมัครและทำ affiliate กับ amazon แล้ว เริ่มมีรายได้เข้ามา มากน้อย แตกต่างกันตามแต่ว่าใครจะประสบผลสำเร็จแค่ไหน บางคนทำไม่เท่าไหร่ก็มีรายได้มากกว่างานประจำที่ทำอยู่ก็มีครับ

โดยสรุป การรับเงินจาก amazon.com จะมีด้วยกัน 2 แบบ ซึ่งผมได้เคยพูดถึงไว้ในบทความก่อนหน้านี้แล้ว –> คลิกอ่านต่อ

1. แบบแรกการรับเงินเป็นเช็ค สามารถกำหนดจำนวนเงินได้ว่า จะให้ amazon ออกเช็คให้เมื่อยอดเงินเกินจากอัตราที่เราตั้งไว้นี้ เช่น ตอนที่ผมพึ่งเริ่มสมัครทำ amazon ใหม่ๆ ผมจะตั้งไว้ที่ 100$ เป็นต้น ดังนั้นถ้าผมได้ค่าคอมสะสม ณ สิ้นเดือนนั้น เกิน 100$ เช็คก็จะออกให้เมื่อผ่านเวลาไปแล้วประมาณ 2 เดือน หลังจากเดือนที่ยอดเกินดังกล่าว และระยะเวลาการจัดส่ง เท่าที่เคยอ่านเจอใน thaiseoboard เห็นว่านานพอควร ประมาณเดือนนึงน่าจะได้ครับ และเมื่อได้เช็คแล้ว ก็สามารถนำไปขึ้นเงินธนาคารใดก็ได้ ที่เรามีบัญชีอยู่ เพื่อนำเงินฝากเข้าบัญชี ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาที่จะถอนเงินมาใช้ได้ ก็แล้วแต่ธนาคาร แตกต่างกันไปครับ

บางคนที่อยากได้เช็คไว้เป็นที่ระลึกก็มักจะใช้วิธีนี้ ในครั้งแรกที่รับเงิน เห็นหลายๆ คนก็รับแบบนี้ครับ แบบเดียวกับตอนรับเงินจาก Adsense แต่ส่วนตัวแล้ว ผมชอบแบบที่ 2 มากกว่า เพราะได้เงินมาใช้เลย ลดขั้นตอนและระยะเวลาที่จะได้ใช้เงิน เพราะส่วนตัวผมแล้ว เรื่องที่ระลึกแบบเช็คนี้ไม่ใช่แนวผมเท่าไหร่ เพราะผมมีเช็คที่ระลึกจากตอนที่ทำ Adsense แล้ว เอิ้กๆ

2. แบบที่ 2 รับโอนเงินผ่านธนาคาร เนื่องจากธนาคารของไทยที่มีสาขาที่ อเมริกา ก็คือธนาคารกรุงเทพ ดังนั้นเราสามารถรับเงินจาก amazon ผ่านทางสาขาดังกล่าว โดยเราจะต้องมีบัญชีของธนาคารกรุงเทพ ก่อน ถึงจะรับโอนเงินแบบนี้ได้ การรับโอนเงินแบบนี้ ไม่สามารถกำหนดยอดขั้นต่ำการรับเงินได้ แต่จะมีอัตรา กำหนดไว้อยู่แล้ว คือ ถ้ายอดค่าคอมของเราเกิน 10$ พอครบกำหนดโอนเงินแล้ว ค่าธรรมเนียม จริงๆ มีรายละเอียดยิบย่อยครับ ผมไม่ขอพูดถึงละกัน แต่ขอสรุปไว้ จะอยู่ราวๆ 200 บาทต่อการโอนเงิน 1 ครั้ง ถ้าไปดูยอดที่ผมโชว์ให้ดู ที่เห็นมีหลาย amazon account นั่นหมายความว่า 1 account ของผมจะเสียค่าธรรมเนียมการโอนเงิน account ละ 200 บาทต่อการโอน 1 ครั้งครับ ดังนั้นเป็นเหตุผลที่หลังๆ ผมพยายามจะรวมบัญชี amazon เพื่อให้เสียค่าธรรมเนียมน้อยลง

บางคนอาจสงสัยว่า ระยะเวลาการรับเงินนั้น จะประมาณได้ยังไง ผมขอยกตัวอย่าง บัญชีการรับเงินส่วนหนึ่ง ของผมให้ดูเป็นตัวอย่างนะครับ

อธิบายเพิ่มเติมคือ

กรอบสีน้ำเงิน จะเห็นว่าช่วงเดือนแรกที่ผมมีรายได้ คือ เดือน 5/2010 ตอนนั้นผมตั้งรับเงินเป็นเช็คอยู่ที่ 100$ ทำให้ ณ สิ้นเดือน 7/2010 (2 เดือนหลังจากนั้น) ผมก็ยังไม่ได้รับเงินจาก amazon แต่ถ้าก่อนหน้านั้นผมตั้งรับเงินเป็นเงินโอน ณ สิ้นเดือน 7/2010 ผมก็จะได้รับเงินแล้วเพราะยอดเกิน 10$
ดังนั้นในเมื่อยอดเงินยังไม่ตัด ก็จะถูกทบมากับค่าคอมของเดือนถัดไปคือ เดือน 6/2010 รวมเป็น 43$ ซึ่งช่วงปลายเดือนของเดือน 7/2010 ผมได้เปลี่ยนการรับเงิน เป็นการรับโอนเงินผ่านธนาคารกรุงเทพ (ถ้าจำไม่ผิดผมเปลี่ยนการรับเงินเมื่อวันที่ 28/7/2010) ทำให้เมื่อสิ้นเดือนของเดือน 8/2010 ยอดเงินก็จะถูกตัด (สังเกตุบรรทัดแรกของกรอบสีแดง ที่เป็นเลข -43.09$ ตัวสีแดง อันนี้เป็นที่มาของคำว่าตัวแดง ที่พูดกันในเวบบอร์ด ครับ) และโอนเงินเข้ามาที่บัญชีธนาคารกรุงเทพ ของผมเป็นที่เรียบร้อย

ดังนั้นในเดือนถัดๆ มาเมื่อผมไม่ได้เปลี่ยนการรับเงิน ยอดเงินของผมแต่ละเดือน ก็จะโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพของผมอย่างต่อเนื่อง (สังเกตุในกรอบสีแดงตามรูปข้างบน) แต่ค่าคอมฯ ของเราแต่ละเดือนต้องเกิน 10$ นะครับ

สรุปเพิ่มเติม

+ ยอดเงินที่เราจะได้รับไม่ว่าจะเป็นเช็ค หรือรับโอนเงิน ให้นับย้อนหลังจาก 2 เดือน นับจากเดือนปัจจุบัน เช่น ตอนที่ผมเขียนบทความนี้ คือเดือนตุลาคม 2554 (10/2011) ช่วงปลายเดือนนี้ เราก็จะได้เงินค่าคอมฯ ของเราที่ขายได้ยอดรวม ณ สิ้นเดือน สิงหาคม 2554 (8/2011)

+ การเปลี่ยนการรับเงิน แนะนำว่าควรเปลี่ยนช่วงปลายเดือน หรืออย่างช้า เห็นเขาบอกมาว่า ก่อนวันที่ 5 ของเดือนถัดไป จึงจะทำให้การรับเงินแบบใหม่มีผลทัน ณ สิ้นเดือนถัดไปตอนที่เราทำการเปลี่ยนค่า เช่น เดิมเรารับเงินเป็นแบบเช็ค แต่เดือนหน้า คือเดือน พฤศจิกายน เราอยากได้เป็นเงินโอน เราก็ต้องเปลี่ยนเป็นรับเงินแบบโอนภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้ จะมีผลให้ เดือน พฤศจิกายน 2554 (11/2011) เราจะได้รับเงินโอนของค่าคอมเดือน กันยายน 2554 (9/2011) ผ่านบัญชีธนาคารกรุงเทพ

+ ข้อควรระวังเรื่องการรับเงิน ไม่ว่าจะเป็นเช็ค หรือรับเงินโอนผ่านบัญชีธนาคาร ข้อมูลควรจะถูกต้อง ตรงกับข้อมูลจริงของเรา เช่น ชื่อภาษาอังกฤษ สะกดตรงกับชื่อที่ระบุในบัญชีธนาคารที่เราจะเอาเช็คไปขึ้นเงิน หรือบัญชีธนาคารกรุงเทพที่จะรับโอนเงิน
โดยในส่วนของการรับการโอนเงินนั้น ขอย้ำเรื่องกรอกข้อมูลอีกครั้งนะครับ ให้ดูรายละเอียดในบทความก่อนหน้านี้ –> คลิกอ่านบทความ ดูตรงข้อ 7

 

โดยให้ตรวจสอบความถูกต้องให้ดี ไม่งั้นอาจชวดรับเงินนะครับ และหลังจากกรอกไปแล้ว เมื่อกด submit แล้ว เมื่อย้อนกลับมาดูในหน้านี้อีก เลขที่บัญชีที่กรอกไปจะไม่แสดงนะครับ ไม่ต้องตกใจ เพราะเป็นระบบความปลอดภัยของ amazon เอง โดยหลังจาก submit ไปแล้ว ระบบก็จะเก็บค่าข้อมูลดังกล่าวเข้าระบบไว้ ผมจึงได้ย้ำว่า ดูให้ละเอียดด้วยว่า กรอกข้อมูลต่างๆ ถูกต้องนะครับ เพราะกว่าเราจะรู้อีกทีว่าใส่ข้อมูลผิด ก็ถึงช่วงที่เราจะได้รับเงินแล้ว แต่ส่วนใหญ่ที่ผิดพลาด ก็น่าจะแค่การเปลี่ยนการรับเงินในครั้งแรก เมื่อแก้ไขถูกต้อง และเคยได้รับเงินตามปกติแล้ว ครั้งต่อๆ ไปก็ไม่น่าจะมีปัญหาครับ เพราะผมก็รับเงินเป็นปกติทั้ง account เก่าและใหม่ของผม

หวังว่าบทความนี้ น่าจะพอตอบข้อสงสัยของหลายๆ ท่านได้นะครับ ขาดเหลืออะไรก็ comment กันไว้ได้ แต่ใครเนียนมาฝากลิงค์ ผมไม่ approve เด้อ 555++

update ยอด amazon เดือนกรกฎาคม 2554

August 1st, 2011 11 comments

เดือนนี้หลังจาก co.cc โดนแบน ก็ทำให้เห็นว่ามีเว็บทำเงินของผมที่เป็น .co.cc มีหลายเว็บทีเดียวทำให้รายได้หายไปกว่า 1 ใน 3 แต่โชคดีที่ว่าลองทำ affiliate อื่นๆ เสริมด้วย ซึ่งถ้ามีการจ่ายจริง ผมก็จะได้มากกว่า amazon ต้องรอลุ้นอีก 2 เดือนว่าจะเป็นยังไง จะได้เงินจริงหรือเปล่า

ว่าแล้วเอายอดของทั้ง 4 acc มาโชว์เสียหน่อยละกันครับ ยอดรวมเดือนนี้ดีที่ยังขยับพ้นหลัก หนึ่งพันดอลล่าห์มาได้แบบเฉียดฉิว

รวมถึงสคริปต์บางตัวมีปัญหา host ที่รันสคริปต์ล่มบ่อยมาก จนทำให้เว็บ money site ไม่ update อันดับตก ตอนนี้ก็เลยเริ่มนับหนึ่งใหม่โดยย้ายสคริปต์ออกมาแล้ว ถือว่าเป็นค่าประสบการณ์ครับ

แผนต่อไป เริ่มงัดเอาสคริปต์ต่างๆ ที่ดองไว้มาปัดฝุ่น และก็เริ่มโปรเจ็คใหม่ๆ ต่อไป เดือนที่แล้วปั่นไปประมาณ 7 โดเมน เดือนนี้นอกจาก bmg+ แล้วคงต้องจัดไปอีกไม่ต่ำกว่า 3-4 domain wpmu รอบนี้คงวิเคราะห์ kw ให้มากกว่าเดิมหน่อย และเริ่มทยอยหา backlink ให้กับโดเมนที่ปั่นเดือนที่แล้ว เพื่อเพิ่มความแรง หลังจากปั่นแล้วไม่ได้ไปทำอะไรเพิ่มเลย

อีกอย่าง กำลังทยอยย้ายฐานมาไว้ที่ acc1 เพราะว่าเสียดายค่าธรรมเนียม 4 acc รวมกันก็หลายอยู่ และกฏใหม่ก็เหมือนจะเริ่มเข้มกับ API จึงต้องลดบทบาท acc รองลงไป

ยังไงท่านที่แวะเวียนมาอ่าน ก็ขอให้ร่วมกันสู้ฝ่าฟัน ป่าอเมซอนแห่งนี้กันต่อไปนะครับ หนทางที่สดใสข้างหน้า เป็นของคนที่ไม่ย่อท้อเด้อ

เทคนิคที่ 3 ปั่นอย่างไร ไม่ให้โดนแบน

July 13th, 2011 54 comments

เห็นช่วงนี้คนที่ปั่น subdomain กับเว็บ โดนแบนกันเยอะจริงๆ จริงๆ ผมก็มือใหม่ พึ่งปั่นมาได้ 2-3 เดือน ตั้งแต่ปั่นมายังไม่ยักกะโดนแบนซักอัน มีแต่ index เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เลยมาแชร์ไอเดียกันนิดนึงครับเผื่อพอจะเป็นแนวทางให้เพื่อนๆ ได้

  1. ผมเลือกใช้โดเมนที่พอมีอายุบ้าง เช่น ซัก 1 ปีขึ้นไป ยิ่งมีอายุเยอะยิ่งดีครับ ผมมีตั้งแต่ 1 – 12 ปี แต่โดเมนที่ว่าควรจะพอมี back link อยู่บ้างนะครับ บางทีเท่าที่สังเกตุ อันที่ไม่มี back link เลย ถึงแม้อายุจะเยอะ ก็ปั้นยากพอสมควร เช่น index มันจะเพิ่มช้ามากครับ ถ้าถามว่าโดเมนมีอายุ หามาจากไหน ใน thaiseoboard ก็มีแนะนำกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการไปประมูลใน godaddy ซื้อต่อจากคนในบอร์ด หรือไม่ก็ไปดู expiring domain แล้วไปไล่เช็คอายุโดเมนกัน ตามเว็บต่างๆ (เว็บพวกนี้ใช้ความสามารถท่านๆ หาเอานะครับ เทคนิคนี้จะได้มีคุณค่านิดนึง หวังว่าคงไม่ว่ากัน)
  2. พอได้โดเมนมาแล้ว ลง wpmu ตั้งค่าต่างๆ ให้เสร็จสรรพ ใครจะลง plugin อะไรตามสูตรที่แนะนำกันก็เต็มที่เลยครับ ส่วนตัวผมแล้ว ลงไม่เยอะครับ เอาแค่พองาม ซัก 3-4 อัน เช่น สร้าง sitemap แสดง subdomain ที่หน้าหลัก เป็นต้น และที่สำคัญ หา theme มาเตรียมไว้หลายๆ แบบ ไม่ต่ำกว่า 2 แบบ (ส่วนใหญ่ผมใส่ไว้ซัก 4-5 แบบ กรณีปั่น 500 sub ต่อโดเมน) และสุ่ม theme สำหรับแต่ละ sub ด้วย
  3. อันนี้ผมคิดว่าสำคัญ ไม่แน่ใจว่าหลายๆ คนลืมกันไปหรือเปล่า ในส่วนของโดเมนหลัก ให้ post เนื้อหาด้วยนะครับ ผมเองใช้ bmg ตั้ง post เสมือนหนึ่งเป็น blog หรือ subdomain เราเหมือนกัน ให้หน้าแรกของโดเมนหลักมีการเคลื่อนไหวด้วย ไม่ต้องอะไรมาก แค่วันละ post ก็พอ ส่วนนี้ใครอยากทำคุณภาพ ก็ post มือ ปรับออนเพจดีๆ เผลอๆ อาจขายได้ไวด้วย
  4. อย่าใจร้อนรีบปั่นกันเป็นพันซับ ในข้ามคืน เอาวันละนิดล่ะหน่อย ไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกตุของพี่ goo ผมเองปั่นอย่างมากต่อโดเมนไม่เกิน 50 sub/วัน/โดเมน แต่ถ้าเรามีหลายโดเมน เช่นซัก 10 domain วันนึงเราก็ปั่นได้เยอะ เป็น 500 sub ต่อโดเมนแล้วครับ คือ เน้นกระจายปั่น แทนที่จะปั่นโดเมนใดโดเมนหนึ่งซะเต็มที่
  5. สรุปคือ รักจะปั่น ต้องมีศิลป์กันนิดนึง และ ถ้าเป็นไปได้ หัดปรับแต่งวิธีการปั่นด้วย ไม่ใช่ทำซ้ำๆ กันทุกวัน ส่วนหนึ่งเราก็จะเบื่อ (ผมเองเป็นแบบนี้ครับ ถ้าทำอะไรซ้ำๆ กันมันจาเบื่อ ไม่ค่อยอยากทำต่อ) หาวิธีการของตัวเอง เช่น วันนี้ปั่น key หมวด baby สำหรับโดเมนนี้ วันพรุ่งนี้อาจปั่นหมวดอื่น หรือ วันนี้ปั่นตอนหัวค่ำ พรุ่งนี้ปั่นตอนดึก อะไรประมาณนี้ ผมว่าการทำแบบนี้ น่าจะทำให้ดูเหมือนเว็บเราที่ปั่น ดูไม่ใช่เว็บปั่นแบบไม่มีศิลป์ซะทีเดียว ทำตัว art บ้างแบบพี่ goo ครับ เผื่อ art ตัวแม่จะสนใจและไม่สะบัดตูดใส่เราครับ ข้อ 5 นี่สรุปอีกทีคือ อยากให้หาแนวทางของตัวเองด้วย เพราะไม่ใช่เทคนิคของใคร จะใช้ได้กับทุกคนครับ ลางเนื้อชอบลางยา ตามสุภาษิตไทย หุๆๆ
แชร์ไอเดียประมาณนี้ก่อนครับ หวังว่าคงพอเป็นประโยชน์กับนักปั่นอเมซอนทั้งหลายกันบ้าง
ไอเดียผมอาจจะไม่ถูกทั้งหมดนะครับ ผมยังไม่เทพครับ ขอเป็นคนธรรมดา ที่บอกเล่าประสบการณ์ให้เพื่อนๆ ดีกว่า และย้ำอีกที
ท่านต้องลองลงมือทำดู อย่ากลัวที่จะลงมือเด้อ

เทคนิคที่ 2 การหา keyword (keyword researcher)

July 12th, 2011 7 comments

การหา keyword นั้น จริงๆ มันมีหลายสูตรครับ ในบอร์ด thaiseoboard ก็มีหลายคนแนะนำแล้ว อยู่ที่ว่าคนอ่านจะเอาไปลองทำลองใช้หรือไม่ และการทำแต่ละวิธีให้คิดตามไปด้วย ว่ามันจะได้ผลมั้ย และถ้ามันได้ผลเพราะอะไร อย่าทำตามที่เขาแนะนำแบบเป๊ะๆ ครับ ให้ประยุกต์หรือ ปรับแต่งบ้าง จะเอาหลายๆ วิธีมา mix รวมกันเป็นวิธีของเราก็ได้ ในที่นี้ ผมขอแนะนำ อันที่ผมใช้ เคยใช้ มาก่อนละกันว่าทำยังไงนะครับ

ที่ผมทำบ่อยๆ คือ ไม่ว่าจะได้ keyword อะไรมา ส่วนใหญ่ผมจะมาดู trend ด้วยเว็บนี้ก่อนครับ http://www.google.com/insights/search/?hl=en-US# ถ้า trend กำลังดี มีกราฟตลอดทั้งปี อันนี้ก็น่าจัดไป ยิ่งได้ trend กำลัง พุ่งขึ้น ให้รีบทำ

1. keyword ที่มีคนแจกในบอร์ด อันนี้ก็ต้องลองเอาไปใช้กันดูนะครับ ส่วนตัวผมก็เลือกๆ มาลองเหมือนกัน แต่ไม่เอามาทั้งหมด ก็เลือกๆ เหมือนกัน อันนี้อาจจะต้องอาศัยประสบการณ์กับ สัญชาตญาณเล็กน้อย

2. keyword จากสินค้าที่เคยขายได้ กรณีนี้จะใช้ได้กับคนที่เคยขายได้แล้วนะครับ มือใหม่ที่ยังตีไข่ไม่แตกก็คงต้องข้ามวิธีนี้ไปก่อน สำหรับผมที่ใช้คือ ขายอะไรได้ ก็เอามาดูว่าสินค้านี้มีอุปกรณ์เสริม หรืออะไรที่สัมพันธ์กับสินค้านั้นบ้าง แล้วเอา keyword ที่สนใจไปเช็ค trend

3. keyword ตามฤดูกาล หรือสถานการณ์ ก็คอยติดตามข่าวสารทางอเมริกา (กรณีทำ amazon.com) ด้วยว่า ช่วงนี้ ช่วงนั้น มีเหตุการณ์อะไรสำคัญ หรือว่ามีเทศกาลอะไรที่สัมพันธ์กับสินค้าอะไรครับ

4. keyword ที่เราอยากขาย ก็ไม่มีอะไรมากครับ อยากขายอะไร เอาไปค้นใน google.com ดูว่า คู่แข่งเยอะแค่ไหน และ onpage คือการปรับแต่งเว็บของคู่แข่งเป็นยังไง ถ้าแบบว่าไม่ได้มีการปรับ onpage อะไรมาก อันนี้ก็มีลุ้นครับ

5. ใช้เครื่องมือหา keyword เช่น พวกโปรแกรมต่างๆ เป็นต้น สำหรับโปรแกรมก็ลองค้นๆ ดูใน thaiseoboard ครับ เห็นมีแจกกันให้รึ้ม

6. keyword ที่มีคนเอามาขาย อันนี้ออกแนวขี้เกียจครับ ก็คือ ซึ้อมาใช้เลย แต่ถ้าถามว่าซื้อของใครดี ก็แนะนำให้ลองไป reviews ดูเสียงตอบรับของคนซื้อในบอร์ดครับ ผมก็ใช้วิธีซื้อเอาบ่อยๆ เวลาขี้เกียจ เพราะบางทีก็จะใช้เวลากับการสร้างเว็บมากกว่าการหา keyword ครับ

คร่าวๆ วิธีการก็ประมาณนี้ อยากฝากตอนท้ายนี้ว่า เมื่อได้ keyword มาแล้ว หาวิธีการอะไรก็ได้ ให้ใช้ keyword นั้นไปสร้างร้านให้เร็วที่สุด เพราะบางคีย์ มันจะได้อันดับดีๆ หรือขายได้ดีเป็นช่วงๆ ไม่ได้ตลอดทั้งปีครับ วิธีการยังไง ก็แล้วแต่ว่าจะปั่น จะนำไปวิเคราะห์ต่อเพื่อคัดเอาคีย์เน้นๆ ก็แล้วแต่สไตล์ของแต่ละคนครับ

หรือถ้าใครอยากจะได้ความสะดวกรวดเร็ว มีโปรแกรมชื่อว่า Keyword Researcher นะครับ ลองหามาใช้งานกันดูได้ เทียบกับราคาแล้วถือว่าคุ้มมากครับ