Archive

Archive for the ‘Amazon Affiliate’ Category

ทำยังไงจะสมัครอเมซอนให้ผ่าน

July 25th, 2013 6 comments

หลายๆ คนที่สนใจอยากจะทำอเมซอนช่วงหลังนี้ อาจมีปัญหาว่าทำยังไงให้ทาง อเมซอน approve หรือทำยังไงให้สมัครผ่าน
จากประสบการณ์ที่ผมลองสมัครใหม่มาล่าสุดนี้ ก็เลยมาแนะนำวิธีการที่ทดลองและได้ผลตามนี้ครับ

1. ใช้โดเมนจดเอง กับ host ตัวเองในการสมัคร
2.สร้างเว็บที่มีเนื้อหาอ่านรู้เรื่อง จะเป็นรีวิวสินค้าก็ได้ เนื้อหาก้อปมาจากหลายๆ ที่ก็ได้ และควรมีเนื้อหาพอสมควร ใช้ wp สร้างก็ง่ายดีครับ หา theme สวยหน่อย แต่ไม่จำเป็นต้องเสียตัง ของฟรีสวยๆ ก็มีครับ มีบทความซัก 4-5 อัน ถ้าใครทำมากกว่านั้นก็ดีครับ ยังไม่จำเป็นต้องใส่ลิงค์ไปเว็บอเมซอน จนกว่าจะสมัครผ่านค่อยกลับมาใส่ลิงค์ ใส่แบนเนอร์ก็ได้
3. ควรทำเว็บให้มี index ซักหน่อยก่อนการสมัคร ไปฝากลิงค์ไว้ตามที่ต่างๆ ก็ได้ แต่ไม่ต้องสแปม เพราะต้องการแค่อินเดกซ์
4. เม่ือพร้อมแล้วค่อยเอาเว็บนี้ไปสมัคร อย่าลืมเตรียมเบอร์มือถือที่ใช้งานได้ สำหรับไว้ verify ด้วยนะครับ

ที่สำคัญ เว็บที่สมัครนี้ ควรเก็บรักษาไว้ โดน google แบนช่างมัน ขอให้ตัวเว็บยังคงอยู่ให้ทางอเมซอน เขามาตรวจสอบดูได้
ตอนนี้ใจเย็นๆ เตรียมตัวดีๆ ก่อนสมัครนะครับ เพราะเขาค่อนข้างตรวจเข้ม

อีกอันที่อยากเสริมคือ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้เว็บ ข้อมูลเจ้าของโดเมนที่ใช้สมัครควรตรงกันกับ account ที่ใช้สมัครอเมซอนนี้ด้วยครับ

หลายคนอาจมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับวิธีการ ผมก็ขอแจ้งไว้ตรงนี้ครับว่า วิธีการอาจไม่ตายตัวนะครับ แล้วแต่แต่ละคน แต่ผมแค่มาแนะนำวิธีการที่ผมใช้แล้วได้ผลครับ ^^

ขอให้ทุกท่านโชคดีในการหารรายได้เสริมจากงานออนไลน์อย่าง amazon affiliate นะครับ

ทำ aff ผ่าน viglink : เปลี่ยน traffic ให้เป็นรายได้

April 27th, 2013 25 comments

หลายๆ ท่านที่ทำอเมซอนอยู่ ช่วงนี้อาจประสบชะตากรรมเดียวกับคือ “Account Closed” วันนี้ผมเลยมาขอแนะนำอีกวิธีการหนึ่งที่พอจะเป็นทางเลือกสำหรับเปลี่ยน traffic ที่เรามี จากเดิมที่ส่งไปอเมซอนเลย (ถ้าเราโดนแบนก็จะไม่ได้ค่าคอม) แต่จะส่งไปอีกทางหนึ่งก่อนคือผ่านตัวแทนที่เรียกว่า viglink ดังนั้น จากเดิมที่เราจะรับค่าคอมผ่านอเมซอน เราก็จะมารับค่าคอมผ่าน viglink แทน

จริงๆ แล้ว viglink ร่วมมือกับเว็บขายสินค้ามากมายกว่า 3 หมื่นเว็บ ไม่เฉพาะแค่ amazon อย่างเดียว ดังนั้นบางครั้งหากเราสมัครเป็นตัวแทนขายไม่ผ่าน เพราะบางเว็บก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสมัครได้ ดังนั้น เราก็เป็นตัวแทนขายผ่าน viglink ได้ โดยเราก็ต้องยอมจ่ายค่านายหน้า หรือจะเรียกว่าจ่ายเปอร์เซ็นให้กับ viglink ด้วย ตัวอย่างเช่น ปกติ เราก็รับค่าคอมมิชชั่น โดยตรงจาก amazon.com โดยตรง แต่ถ้าเราขายผ่าน viglink เราก็จะต้องเสียค่าเปอร์เซ็นให้กับ viglink อีกทอดครับ ตรงนี้คงต้องยอมรับ เพราะทาง viglink จะเป็นคนที่ไป deals หรือ contact กับทางอเมซอนอีกที เราก็ค่อนข้างสบายใจที่เราสร้างเว็บขายของ ไม่ต้องระแวงการโดนแบนมากเท่าการทำ aff ให้ amazon ตรงๆ เพราะกรณีเรามี traffic ของเว็บที่ขายอเมซอนอยู่แล้ว เราก็แค่ทำการส่ง traffic นั้นไปผ่าน viglink ก่อนแล้วค่อยส่งไปให้ amazon อีกทีครับ

มาดูวิธีการสมัครกันเลย ขั้นตอนไม่ได้ยุ่งยากมากมาย

ก่อนอื่นก็แจ้งก่อนนะครับ เห็นมีน้องที่บอกว่าเคยได้รับเงินจาก viglink แล้วแนะนำมาว่าเมลล์ที่ใช้สมัครควรเป็นอันเดียวกับ paypal นะครับ ยังไงใครใช้เมลล์อื่นสมัครแล้วได้รับเงินเหมือนกันก็รบกวนแจ้งหน่อยนะครับ

1. ไปที่เว็บ VigLink โดย คลิกที่นี่  หรือคลิกที่ปุ่มนี้ VigLink badge

จะเจอหน้าจอแรก ก็ให้คลิกที่ปุ่ม Signup

01_signup

 

2. จะมายังหน้าจอที่ให้กรอกอีเมลล์ เราก็กรอกอีเมลล์ที่ใช้งานได้ลงไป จากนั้นกดปุ่ม SIGNUP ที่ด้านล่างของหน้าจอ

02_addemail

 

3. หน้าถัดมาจะแสดงข้อความว่าส่งรายละเอียดไปทางอีเมลล์แล้ว ดังรูป

03_showafteraddemail

 

4. ก็ให้เรากลับไปเช็คอีเมลล์ที่เรากรอกไว้จะเจอ อีเมลล์ที่ส่งมาดังรูป ถ้าไม่เจอใน inbox อย่าลืมไปเช็คดูใน Junk นะครับ บางทีมันก็ไปอยู่ในนั้นได้ แล้วแต่บางคนครับ

04_showemail

 

เมื่อคลิกเข้าไปแล้ว จะมีรายละเอียดแสดงดังรูป ให้คลิกที่ลิงค์ (1) หรือจะใช้วิธี copy url ในลิงค์ (2) ไปเปิดใน browser ก็ได้ ขั้นตอนนี้ก็เหมือนเป็นการ activate account ผ่านอีเมลล์นั่นเองครับ

05_detaillinkemail

 

5. จะกลับมายังหน้าจอเพื่อให้กรอกรายละเอียดของเรา ก็กรอกคล้ายๆ ตามตัวอย่างนะครับ อันนี้ผมว่าหลายๆ คนคงคุ้นเคยอยู่แล้ว เมื่อกรอกเสร็จก็กดปุ่ม complete signup

06_addaccdetail

 

6. จะมายังหน้าจอที่ จะบอกว่าให้ copy code javascript สำหรับไปใส่ใน html code ของเว็บเรา อันนี้ผมไม่ขอลงรายละเอียดนะครับ แต่เดี๋ยวตอนท้าย ผมจะแนะนำวิธีง่ายๆ สำหรับเว็บของใครที่ใช้ wordpress แค่ติดตั้ง plugin ก็ใช้งานได้แล้ว

07_showjavacodeviglink

 

ในหน้านี้ เมื่อเราเอาโค้ดไปติดยังเว็บที่เราติดตั้ง viglink แล้ว สามารถเช็คได้ว่าการติดตั้งสมบูรณ์ถูกต้องไหม โดยเอา url เว็บที่เราใส่โค้ดไปแล้วมาเช็คที่ช่อง Check your installation ได้ ถ้าถูกต้องจะได้ผลดังรูป

08_checkinstallcode

 

7. ต่อมาลองมาดูบางส่วนของหน้าจัดการกันนะครับ ที่หน้าแรกจะแสดงจำนวนคลิก และก็รายได้นะครับ (เราจะได้รายได้ก็ต่อเมื่อลูกค้าคลิกซื้อสินค้าเท่านั้น ก็เหมือนขายของให้ amazon นะครับ) รายได้ที่แสดงจะเป็นอันที่หักค่าเปอร์เซ็นให้ viglink เรียบร้อยแล้ว (เท่าที่เข้าใจนะครับ)

09_showdashboardclickearn

 

8. ทีนี้มาดูในส่วนการรับเงินนะครับ เราจะรับเงินผ่าน paypal เท่านั้น ก็ให้ไปที่เมนู Manage –> Account ดังรูป

10_editacc

 

จากนั้นกดปุ่ม Edit Account

9. จะมายังหน้าที่ให้แก้ไขข้อมูล เราก็กรอกอีเมลล์ paypal เราในส่วนด้านขวาของหน้าจอนะครับ (PayPal Email) แล้วก็บันทึกข้อมูล

11_editaccdetail

 

ด้านล่าง ตรง My Sources เข้าใจว่าเป็นส่วนในการสร้างตัว track ว่ารายได้มาจากเว็บไหน หรือกลุ่มของเว็บเราอันไหน โดยการสร้าง API แยกออกมาได้เรื่อยๆ และตั้งชื่อให้เราเข้าใจได้ครับ ยังไงลองไปลองเล่นฟังก์ชันนี้ดูได้ ส่วนตัวผมตอนนี้ใช้แค่อันเดียวอยู่ครับ เพื่อความรวดเร็ว

10. ทีนี้ กรณีเว็บทำเงินของเราเป็น WordPress เราสามารถ download plugin ในหน้า install–>wordpress ไปติดตั้งในเว็บนั้นได้

12_installcode 13_wpplugindownload

หรือไม่ก็ใช้วิธีไปค้นหา plugin ในเว็บของเรา โดยใช้ kw คำว่า viglink แล้วก็ติดตั้งเหมือนการติดตั้ง plugin ตามปกติครับ

จากนั้นจึงค่อยมากรอก API key ที่อยู่ในหน้า Manage–>Account เราในส่วนหน้า setting ของ wordpress นะครับ

14_showwpapiinstall

 

อันนี้แสดงส่วน API key ที่เราจะเอามากรอกในหน้า setting ของ plugin ครับ

apiacc

 

เพิ่มเติมนะครับ

1. สำหรับคนที่สมัครเรียบร้อยแล้ว แนะนำว่าให้เอา banner ที่บ่งบอกว่าเราทำ aff กะ viglink ไปแปะไว้ที่เว็บด้วยก็ดี กันเหนียว หน้านี้นะครับ (อย่าลืม login ก่อนเน้อ)

http://www.viglink.com/legal/disclosures/publishers

2. กรณีลิงค์เดิมที่เคยส่งไป amazon แก้เป็น www.amazon.com/dp/ASIN นะครับ เพราะเมื่อใส่โค้ด java ของ viglink หรือติดตั้ง plugin ของ viglink แล้ว ระบบจะ redirect ให้เป็น tag ของ viglink เมื่อไปที่เว็บ amazon ให้เองโดยอัตโนมัติครับ

หวังว่าบทความนี้คงพอเป็นแนวทางให้หลายๆ คนที่สนใจจะเปลี่ยน traffic ที่มีให้กลับมามีรายได้อีกนะครับ หากมีข้อสงสัยก็ฝาก comment ไว้ได้นะครับ

แวะมาเล่าเรื่องหลัง bfd 2012

December 8th, 2012 2 comments

วันนี้ได้มีโอกาสใช้ apps ใน iPad มาเขียนบทความอย่างเป็นจริง เป็นจังซะที
ปกติ เคยแต่เขียนใน PC หรือ notebook

เข้าเรื่องกันเลยครับ ช่วงก่อนที่ห่างหายจากบทความไปเพราะ แอบไปเก็บเกี่ยวรายได้จากอเมซอน เพราะเป็นช่วงทำเงินของทุกปีอยู่แล้ว หลังจากจัดแจงหลายๆ อย่างลงตัว เลยแวะมาเล่าประสบการณ์ ว่าทำอะไรไปบ้าง หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่แวะมาเยี่ยมเยียนเว็บนี้นะครับ จากที่สังเกตุ ตอนนี้มีเทคนิคที่ผมใช้ทำเงินประมาณนี้

1. ผมเน้น traffic จาก google เป็นหลัก
2. gg ชอบโดเมนใหม่ .com ผมลองเอาโดเมนเก่ามาปัดฝุ่น ก็ไม่ได้ผลดีเท่าโดเมนจดใหม่
3. ยุคนี้ปั่นทิ้งอย่างเดียวไม่พอ ต้องโปรโมทแบบเน้นๆ แต่ควรทำแบบค่อยเป็นค่อยไป โปรโมทแบบมหาศาลในคราวเดียว ไม่แนะนำ ควรทยอยทำ หรือใครออกแนวขี้เกียจอย่างน้อย submit feed ของเว็บก็ยังดี แต่ไม่รับรองอันดับ อาจจะช่วยเรื่องอินเดกซ์ได้บ้าง ถ้าได้สคริปต์เจ๋งอาจมีส่วนช่วยได้เยอะ
4. หน้าตาเว็บมีส่วนพอควร landing page อย่าละเลย ไม่งั้นมี traffic แต่อาจขายไม่ได้ ถึงจะขี้เกียจ แต่ขอให้ทำหน้าโชว์สินค้าให้ดูดี
5. เรื่องเว็บโดนแบน อย่าจิตตกให้มาก เพราะถ้าทำอเมซอนมานานก็จะชิน จดโดเมนรอไว้ ทำเว็บเป็นชุดๆ ทยอยเติมไป รายได้จะไม่ขาดตอน

เอาพอหอมปากหอมคอก่อนนะครับ แล้วยังไงมีเวลาว่าง ผมจะมาอัพเดทเรื่อยๆ ^ ^
บทความสั้นไปนิด ก็ขออภัยครับ เพราะบอกตามตรงว่าพิมพ์ใน iPad นี่ช้ากว่าพิมพ์ในเครื่องเยอะ

เรื่องเล่าสู้เพนกวิน

June 26th, 2012 8 comments

วันนี้พึ่งไปทำบุญ บริจาคเลือดมา และก็เลยแวะมาเขียนบทความแนวทางที่ผมทำอยู่เพิ่มเติมละกัน ปีนี้ลำบากกันถ้วนทั่ว ทั้งกลัวโดนแบน ทั้งทำอันดับลำบาก ผมเอง จากปกติ จะได้ยืนพื้นราวๆ 1000$ ต่อเดือน พอแพนด้ามา ลดลงไปนิดนึง แต่พอเพนกวินมา นี่เล่นเอาใจหายแว้บ ตอนนี้เหลือแต่ละเดือนแกว่งไปมาที่ 500$-800$ ครับ ตอนนี้ก็เริ่มจับอะไรพอได้ละครับ เลยมาลองเล่าสู่กันฟัง กับวิธีการสู้ เพนกวินของผมละกัน
ตอนนี้เน้นทำเว็บคุณตะพาบครับ คือไม่ได้ gen สินค้า auto แต่ใช้วิธีหา kw ก่อนว่าอันไหนน่าทำ แล้วค่อยเอาสินค้ามาเขียน review ครับ จากนั้นก็เข้าสู่ขั้นตอน
1. ทำ content ให้ unique ถ้าขยันก็เขียนเองครับ รีวิวแบบทั่วๆ ไป แทรก kw พอประมาณ ถ้าขี้เกียจหน่อยก็ rewrite ครับ ผมใช้ thebestspinner เท่าที่ลองยังโอ อยู่ครับ (แต่ตอน re แล้วต้องอ่านคร่าวๆ ด้วยว่าอ่านรู้เรื่องนะครับ ถ้าไม่รู้เรื่องต้อง re ใหม่หรือไม่ปรับเองเลย)
2. เว็บขายของเรา ถ้าทำ theme เองได้จะดีกว่า แล้วใส่ความน่าเชื่อถือเว็บนิดหน่อยด้วย about us, policy, contact us
3. เพิ่มองค์ประกอบของ social network เข้าไปนิดหน่อย ไม่ว่าจะเป็น facebook, twitter (ถ้าขยันก็สร้าง account ที่เกี่ยวกับร้านเราด้วย แต่ถ้าขี้เกียจ เป็น icon link ไป facebook หรือ twitter อันเดียวกันหมดก็ได้ครับ)
4. เพิ่มเนื้อหาให้สม่ำเสมอ เช่น 2-3 วันครั้งก็ได้ครับ ตอนนี้เว็บผมไม่เยอะ อยู่ประมาณ 30 web คุณตะพาบ ก็วาง plan ใส่สินค้าไปเรื่อยๆ ไม่รีบ เพราะที่ผมหวังคือช่วง BFD ครับ (ปกติช่วงที่ว่าผมจะได้อยู่ราวๆ 3000$) แต่ระหว่างนี้ มันจะทยอยขายได้เรื่อยๆ
5. script ผมก็มีใช้อยู่ แต่เป็นแบบไม่ได้ gen auto นะครับ ก็ยังต้องใส่ content เองอยู่ดี ส่วนสคริปต์อะไรก็ขอไม่บอกละกันครับ เพราะคนทำเค้าไม่ขายละ ดังนั้น ถ้าใครไม่ใช้สคริปต์ ใช้ wp ก็ยังพอไหว แต่หา theme ดูดีหน่อย ปรับ layout ให้ดูเป็นระเบียบ มีรายละเอียดพอสมควร เช่น ภาพประกอบ features ใครขยันใส่ vdo ด้วยช่วยทำอันดับได้ 2 ทาง ถ้า up เข้า youtube และเอามาแปะที่เว็บเรา
6. ในแง่ bl แนะนำให้หาหลายๆ รูปแบบไว้ครับ ถ้าใครมี host ลงสคริปต์ หรือ cms หลายๆ แบบ จะดีกว่าเป็นแบบเดียว

ทุกวันนี้ผมทำ amazon แค่วันละ 1-2 ชม. ครับ เพราะว่าตอนนี้ต้องเรียนต่อด้วย

แนะนำมือใหม่ ที่ภูมิอดทนยังไม่เยอะ ให้ใจเย็นนิดนึงนะครับ ก็ทยอยทำไปเรื่อยๆ พอมันจับทางได้ จะดีเอง ตลาด amazon ทุกวันนี้ จะอยู่รอดได้ต้องขยัน อดทน และรู้จักปรับตัวครับ ใครใจร้อนอยากได้เงินเร็วๆ บางครั้งมันจะลน ทำ seo สะเปะสะปะ จะเป็นผลร้ายซะมากกว่า

อีกอย่าง ทุกวันนี้ รายได้จาก internet marketing ผมเป็นรายได้เสริมครับ เป็นเงินสะสม รายจ่ายผม ก็ยังอยู่ในวงเงินจากรายได้ประจำผมอยู่ดีครับ ดังนั้น ฝากท่านอื่นๆ ด้วย ว่าเมื่อได้รายได้มาแล้ว ให้วางแผนด้วย อย่ารีบเอาไปใช้ซะหมดครับ เพราะอนาคตไม่แน่นอน วันดีคืนดี amazon อาจจะแบนประเทศไทยก็ได้ครับ เหมือนที่หลายๆ เจ้าทำมาแล้ว รายได้ที่ได้มา ให้วางแผนสำหรับจ่ายค่า host หรือจัดการโดเมนด้วย หากคำนวณกำไรต้นทุนกำไรดีๆ เราจะรู้ว่าควรใช้ host แต่ไหน กี่ host กี่โดเมน เพราะถ้าไม่คำนวณส่วนนี้ บางทีรายได้ที่เราได้รับมา หักลบกลบหนี้แล้วจะไม่ได้กำไร กลับเข้าเนื้อนะครับ

วันนี้แวะมาบ่นคร่าวๆ แค่นี้ก่อนนะครับ มีโอกาสว่างๆ เจออะไรดีๆ เดี๋ยวมาเล่าสู่กันฟังอีกที
ปล. ผมไม่เทพนะครับ แค่เอาประสบการณ์มาเล่า อย่าเชื่อผมทั้งหมด ให้ลองเอาบางอย่างไปปรับใช้ให้เข้ากับท่านเอง ความสำเร็จสอนกันไม่ได้ครับ มันขึ้นอยู่กับการลงมือทำ การประยุกต์ใช้ของแต่ละคน แต่ขอให้เชื่ออยู่อย่างหนึ่งครับ คือเชื่อว่าเราทำได้ มากน้อย ก็ขอให้ภูมิใจว่าเราทำได้ครับ

สรุปขั้นตอนหากจะเริ่มทำ Amazon

June 9th, 2012 24 comments

ห่างหายจากการเขียนบทความไปนาน พอดีพักหลังสังเกตุใน thaiseoboard ยังมีคนสับสนเกี่ยวกับการเริ่มต้นการทำอเมซอน ว่ามันคืออะไร จะตั้งต้นยังไง ก็เลยคิดว่าน่าจะทำบทความสรุปเพื่อเพิ่มความเข้าใจกันหน่อยนะครับ สำหรับมือใหม่ เพราะจริงๆ หากเข้าใจระบบนี้แล้ว ก็น่าจะนำไปประยุกต์ใช้ได้กับ Affiliate อื่นๆ ได้อีก เพราะรายได้เราหากมีหลายตะกร้า ย่อมดีกว่าตะกร้าเดียวนะครับ

จริงๆ การทำ Affiliate ก็เหมือนการที่เราเป็นเซลแมน ขายของน่ะครับ จะขายประกัน หรือจะขายสินค้าอะไรก็แล้วแต่ว่าบริษัทที่เราเป็นตัวแทนนั้นขายอะไร เราเป็นแค่พนักงาน รับแค่ค่าคอมมิชชั่น ไม่ได้เงินเดือน ขายได้มากก็ได้รายได้มาก ไม่มีสินค้าของเราเอง อุปกรณ์การขายก็เช่นพวกโบรชัวร์ ตัวอย่างสินค้า แล้วแต่ว่าบริษัทเราจะจัดอะไรให้ เราจะมี รหัสพนักงาน เป็นตัวบ่งบอกเมื่อสินค้านั้นถูกขายไป ก็จะต้องมีการอ้างอิงรหัสของเรา เพื่อไปคิดคำนวนค่าคอมมิชชั่นของเราครับ ค่าคอมมิชชั่น ก็อยู่ที่ตกลงกันว่าจะให้กี่เปอร์เซ็นของราคาสินค้า

ทีนี้มาเปรียบเทียบกับการทำ Amazon โดยเราเป็นตัวแทน Affiliate ของอเมซอน เราก็เหมือนเป็นพนักงาน ตัวแทนขายคนหนึ่งของ Amazon เราจะมี tracking-id เป็นเหมือนรหัสพนักงาน ซึ่งจะติดไปกับสินค้าที่ลูกค้าของเรา นั่นก็คือ คนที่เข้ามาค้นหาสินค้าในโลกออนไลน์หรือใน internet นี่แหละครับ โดยเราไม่ได้มีสินค้า หรือรับสินค้ามาขาย เราเพียงแต่เสนอขาย ขั้นตอนหลังจากการซื้อ เช่น การคิดเงิน การส่งสินค้า Amazon.com เป็นคนจัดการเองหมด  ดังนั้นในขั้นตอนการเสนอขาย เราจึงต้องมีอุปกรณ์ช่วยการขายของเรา นั่นคือ สร้างเว็บไซต์ สำหรับนำเสนอสินค้าเหล่านั้น โดยทำช่องทางสำหรับให้ลูกค้าที่สนใจสินค้าที่เรานำเสนอนั้น ไปจ่ายเงินเมื่อซื้อสินค้า นั่นคือทำ ลิงค์ ไปยัง Amazon.com นั่นเอง โดยภายในลิงค์จะต้องมีการระบุ trackin-ID ของเราด้วยทุกครั้ง เพื่อให้ระบบของ Amazon.com รู้ได้ว่า สินค้าชิ้นนั้น ขายผ่านตัวแทนอย่างเราน่ะครับ

อ้อ ผมลืมบอกไป Amazon.com ก็ไม่ได้เป็นเจ้าของสินค้าเองนะครับ แต่เป็นเหมือนพ่อค้าคนกลาง นึกภาพง่ายๆ Amazon เป็นเหมือน BigC หรือ Tesco Lotus น่ะครับ รับสินค้าจากเจ้าของสินค้าหลายๆ เจ้ามารวมกันขายไว้ที่เดียว เราเองก็เป็นเหมือนพนักงานขายของห้างเหล่านั้น

ลองดูรูปนี้ประกอบนะครับ

ที่มา: http://businessattitude.com/affiliate-marketing/

ขอ Short note สรุปให้เห็นภาพนะครับ

  • เจ้าของสินค้า เช่น Nokia, Apple —> นำสินค้ามาลงขายที่ Amazon.com
  • ห้างรวมสินค้า = Amazon.com
  • ตัวแทนขาย = ตัวเรา / Affiliate marketer
  • รหัสพนักงาน = tracking-ID
  • ร้านค้าของตัวแทนขาย = website ของเรา
  • ค่าคอมมิชชั่น = เงินที่ตัวแทนขายได้จากการขายสินค้านั้นๆ โดยอาจจะได้จากคิดเป็นกี่ % ของราคาสินค้า

เกริ่นทำความเข้าใจไปละ งั้นก็ขออธิบายขั้นตอนการเป็นตัวแทนขายของ Amazon.com นะครับ

สิ่งที่เราควรจะมีในการทำงานครั้งนี้

  1. เว็บไซต์ หรือ blog สำหรับการนำเสนอสินค้า แบ่งได้เป็นของฟรี อย่าง blogger หรือจะเป็นลงทุนเช่า host จดโดเมน เลยก็ได้ครับ เพราะ blogger ฟรีก็จริง แต่ก็มีโอกาสโดนลบได้ง่าย แต่ถ้าสำหรับคนที่เริ่มลองทำ แล้วยังไม่มั่นใจจริงๆ ก็ทำจากของฟรีก่อนครับ เพราะบางคนทำๆ ไปแล้วอาจจะไม่ชอบก็ได้
  2. บัญชีธนาคารสำหรับรับโอนเงิน ณ ปัจจุบัน ยังนิยมใช้บัญชี ธนาคารกรุงเทพฯ ครับ เพราะมีสาขาที่นิวยอร์ค และรับเงินได้รวดเร็ว ไม่เกิน 3-5 วันหลังมีการคิดคำนวณคอมมิชชั่นแล้ว ก็จะได้รับโอนเงินเข้าบัญชีเลย แต่ถ้ารับเป็นเช็ค ก็จะใช้เวลานานหลายอาทิตย์ แถมเมื่อขึ้นเช็คแล้ว อาจจะต้องรอเวลาอีกเป็นเดือนกว่าจะได้ใช้เงินครับ
  3. บัญชี Paypal ผมแนะนำให้ทำไว้ครับ เพราะสะดวก เวลาจะจดโดเมน หรือเช่า host หรือใครไม่มีบัตรเครดิต ก็แนะนำให้เปิดบัญชีธนาคารกสิกรไทย แล้วใช้บริการธนาคารออนไลน์ อย่าง k-banking แล้วเปิดบัตรออนไลน์เสมือนบัตรเครดิตของธนาคาร เรียกว่า k-web shopping card ใครสงสัยอันไหน หาอ่านรายละเอียดได้ใน google ครับ
  4. 3 อันก่อนหน้านี้เป็นรูปธรรมเข้าใจได้นะครับ แต่ผมขอเสริมนามธรรม แต่ก็คิดว่าน่าจะเข้าใจไม่ยาก ได้แก่
  • ความอดทน เพราะงานทุกอย่างไม่ได้ทำง่ายๆ ครับ ไม่ใช่ทุกคนจะประสบผลสำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว ต้องอาศัยเวลา เพราะขนาดทำแล้วได้เงิน ยังต้องอดทนรอจนผ่านไปครบ 2 เดือน ถึงจะได้รับค่าคอมมิชชั่น ก้อนแรกนะครับ ต้องตระหนักตรงนี้เอาไว้ นอกจากนี้ ไม่ควรวอกแวกไปจากเป้าที่วางไว้ อย่าท้อถอยง่ายๆ ครับ
  • ขยันหาความรู้ เพราะระบบทั้ง search engine มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด เราจะทำยังไงให้เว็บไซต์ที่เราทำนั้น ไปอยู่ในผลการค้นหาหน้าแรกๆ ในคำที่ลูกค้าใช้คนใน search engine อย่าง google ได้ยังไง ควรอ่านเก็บความรู้และทดลองทำไปด้วย เพื่อดูผล ไม่ใช่แค่อ่านอย่างเดียว แล้วไม่ลงมือ webboard ต่างประเทศควรหาอ่านด้วยครับ เพราะจะรวดเร็วกว่ารอให้มีคนเอามาแปล ถ้าอ่านแค่ของไทย อาจจะได้ความรู้ที่ล้าสมัยไปแล้วก็ได้ครับ

ขั้นตอนโดยสรุปมีดังนี้นะครับ

1. สร้างร้านของเรา นั่นคือการทำเว็บไซต์ขึ้นมาก่อน เพื่อจะนำเสนอเนื้อหาสินค้าที่เราต้องการจะขาย ข้อมูลเอามาจากไหน จากเว็บที่มีสินค้าเหมือนกับเว็บเรา หรือคัดลอกเอามาจากเว็บ amazon.com เลยก็ได้  โดยในขั้นตอนสร้างร้าน แบ่งเป็น 2 กรณี

กรณีแรก ใช้ของฟรี อย่าง blogger โดยการสมัคร Gmail แล้วไปสร้างเว็บเราจากเว็บ blogger.com ซึ่งเราจะได้โดเมนหรือ url เป็น ชื่อเว็บที่เราตั้ง.blogspot.com (กรณีนี้จริงๆ เรียก subdomain นะครับ) ซึ่งในฟรีบล็อกอย่าง blogger นี้จะมีเครื่องมือการจัดการเว็บเราพร้อมอยู่แล้ว มือใหม่ก็ใช้ได้ไม่น่ามีปัญหา และก็มีเว็บหลายๆ แห่งก็สอนวิธีการใช้งานอยู่แล้วครับ

กรณีที่สอง จดโดเมน และเช่า host สำหรับสร้างเว็บไซต์ โดยเว็บเราอาจจะทำมาจากพวก สคริปต์ฟรี เช่น wordpress หรืออาจจะเป็นสคริปต์สำเร็จรูปที่ทำออกมาสำหรับขาย amazon โดยเฉพาะ เช่น AOM เป็นต้น กรณีนี้ เราจะต้องเสียค่าโดเมน เป็นรายปี ผู้ให้บริการที่นิยมกันก็เช่น godaddy หรือ name.com เป็นต้น และเราต้องเสียค่าบริการเช่า host ซึ่งเลือกได้ว่าจะจ่ายเป็นแบบรายเดือน หรือรายปี ถ้า host นอกดีๆ ก็แนะนำ Hostgator ส่วน host ไทยก็แนะนำ Hostneverdie ครับ

และขอเสริมเพิ่มเติม สำหรับเนื้อหาสินค้า แนะนำว่าให้ทำให้ไม่เหมือนเดิม หรืออย่า copy มาทั้งดุ้น ให้มีส่วนแตกต่างบ้าง เช่น อาจจะเขียน review เพิ่มเติม หรือ rewrite บทความบ้างนะครับ ไม่งั้น ทำไปแล้วเว็บก็โอกาสจะเกิดได้ยาก เพราะว่าเดี๋ยวนี้ search engine อย่าง google ให้ความสำคัญกับเนื้อหาค่อนข้างมากทีเดียว เมื่อเทียบกับเมื่อก่อน และถ้าเราทำเนื้อหาให้ไม่ซ้ำใคร ก็มีโอกาสได้อันดับดีๆ มากกว่า ถึงแม้บางครั้ง back link ของเราอาจจะไม่ได้มากมายอะไร

2. หลังจากเรามีเว็บไซ์ และโดเมนเรียบร้อยแล้ว ก็ไปสู่ขั้นตอนการสมัครเป็นตัวแทนขายของ Amazon.com ซึ่งในขั้นตอนการสมัครก็จำเป็นต้องใช้ โดเมน ที่เราเตรียมไว้ในข้อ 1 ทำการสมัครนั่นเอง ส่วนการตั้งค่ารับเงิน ถ้าไม่เลือกเป็นรับเช็ค ก็ใส่รายละเอียดเลขที่บัญชีของธนาคารกรุงเทพ สำหรับการรับโอนเงิน

3. เมื่อเราได้รับการยืนยันในการเป็นตัวแทนขายของเราแล้ว ก็เป็นกระบวนการสร้างร้าน หรือเว็บไซต์ของเรามากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายของเราได้มากขึ้นด้วย เสมือนเราขยายสาขาร้านเรานั่นเอง โดยในขั้นตอนนี้ ก็อาศัย การวิเคราะห์ตลาด และเลือกสินค้าที่คิดว่าน่าจะมีโอกาสทำให้เว็บเราอยู่หน้าแรกๆ ของผลการค้นหาอย่างใน google ได้ บางคนเรียกขั้นตอนนี้ว่า การหา keyword ในการสร้างเว็บขายของ

บางสูตรก็แนะนำให้เลือกสินค้าที่มีคู่แข่งน้อยๆ หรือสินค้าที่ค่อนข้างจำเพาะกับกลุ่ม เช่น สินค้าของคนถนัดซ้าย เป็นต้น บางสูตรก็เลือกสินค้าราคาถูก เพราะคนน่าจะซื้อได้ง่ายกว่า เป็นต้น

ในขั้นตอนเหล่านี้ ต้องอาศัยการอ่าน วิเคราะห์ และฝึกฝน เก็บเกี่ยวประสบการณ์นะครับ ดังนั้นตามที่บอกไว้ในช่วงแรกว่าต้องอาศัยความอดทนพอสมควร ผมเองก็ใช้เวลาเป็นปี ถึงได้พบวิธีหรือแนวทางที่เหมาะกับตัวเอง ดังนั้น หากใครคิดว่า ร้อนเงิน ต้องรีบใช้เงิน ไม่แนะนำให้ทำ ให้หาอย่างอื่นที่ได้เงินเร็วทำดีกว่าครับ (เอาแค่ว่าค่าคอมฯ ก้อนแรกก็ต้องรอหลังจากครบ 2 เดือนไปแล้วก็เห็นได้ชัดเจนละครับว่ายังไงก็ต้องรอก่อนไม่ได้เงินในทันที)

สำหรับรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ แนะนำว่าให้ดูบทความก่อนๆ ที่ผมเขียนไว้แล้วนะครับ เพราะไม่งั้นบทความนี้มันจะยาวจนเกินไป จนอาจทำให้เบื่อหน่ายได้ (เริ่มจากส่วนหน้าสารบัญเว็บก่อนก็ได้ครับ) ก็หวังว่าบทความนี้จะทำให้มองภาพรวมออกนะครับ

แนะนำโปรแกรมปั้ม blog ขาย Amazon

January 22nd, 2012 6 comments

วันนี้มีโปรแกรมใหม่มาแนะนำครับ สำหรับสายปั่น ใครที่ชอบปั่น wpmu สร้าง sub เยอะๆ ก็แนะนำโปรแกรมสองประสาน ที่น่าสนใจนี้เลย โดยตัวที่แนะนำนี้ได้แก่ MK-WPQuick และ MK-IMMate โดยผมขอสรุปรายละเอียดคร่าวๆ ดังนี้

+ MK-WPQuick คือสคริปต์ที่ช่วยติดตั้งและสร้าง wpmu รวมถึงสร้าง subdomain ได้ในเวลาอันรวดเร็ว รวมถึงจัดการ theme และ plugin ให้เสร็จสรรพ

+ MK-IMMate คือ สคริปต์ที่ช่วยดึงสินค้าจาก amazon ทั้งรูป และ content มาเก็บไว้ที่เครื่องหรือ host เราก่อน และทยอย post เข้า db ของ wpmu ที่เราสร้างไว้ ไม่ได้ใช้ระบบ post xml-rpc เหมือนเมื่อก่อนที่จะทำให้หนัก host ของ money site แต่ใช้วิธียัดใส่ db ในคราวเดียว แล้วทยอยให้ post ต่างๆ ค่อยๆ publish ทีละนิดครับ และก็จะทยอย index ถ้ามองอีกแง่ ก็คล้ายๆ การทยอย post ทุกวันนั่นเอง เพียงแต่ไม่ได้ post จากนอก host แต่เป็นการดึงเนื้อหาใน database มาทยอยแสดงผลเท่านั้น

สำหรับรายละเอียดลึกๆ แนะนำให้อ่านในกระทู้เหล่านี้ครับ

+ MK-WPQuick –> http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,241206.0.html

+ MK-IMMate –> http://www.thaiseoboard.com/index.php?topic=254697.0

มาแนะนำกันแล้ว มีโปรโมชั่นที่น่าสนใจมาเสนอด้วยครับ

MK-IMMate 1 License ติดตั้งได้ 1 เครื่อง ไม่จำกัดจำนวน Runner

ราคาขายสำหรับลูกค้าใหม่ :
Size L : 6,500 บาท โพสได้ 50 ล้านโพสต์ เป็น 100 ล้านโพสต์
Size M : 4,900 บาท โพสได้ 30 ล้านโพสต์ เป็น 60 ล้านโพสต์

ราคาขายสำหรับสมาชิก MK4IM (ลูกค้าเก่าทุกระดับ)
Size L : 6,000 บาท โพสได้ 50 ล้านโพสต์ เป็น 100 ล้านโพสต์
Size M : 4,500 บาท โพสได้ 30 ล้านโพสต์ เป็น 60 ล้านโพสต์

ราคาการเติม Credits MK-IMMate : 3,000 บาท ได้ Credits 50 ล้านโพส เป็น Credits 100 ล้านโพสต์

MK-WPQuick 1 License ไม่จำกัดจำนวนโฮสที่ใช้
ราคาขายสำหรับลูกค้าใหม่ : 1,500 บาท ติดตั้ง 60 โดเมน เป็น ติดตั้ง 120 โดเมน
ราคาขายสำหรับลูกค้าเก่า : 1,200 บาท ติดตั้ง 60 โดเมน เป็น ติดตั้ง 120 โดเมน
ราคาการเติม Credits MK-WPQuick : 1,000 บาท ได้ Credits 100 เว็บ เป็น 200 เว็บ

เสริมราคาสำหรับผู้ที่ซื้อทั้ง 2 ตัว Double Credit เช่นกัน
MK-WPQuick+MK-IMMate (L) = 1,200+6,000 = 7,200 บาท
MK-WPQuick+MK-IMMate (M) = 1,200+4,500 = 5,700 บาท

หากต้องการโปรโมชั่นนี้ ในขั้นตอนแจ้งรายละเอียดการซื้อให้กับคุณตรินหรือทีมงาน ให้ระบุคูปอง chui761 ไปด้วยนะครับ

โดยโปรโมชั่นนี้ จะคงไว้จนถึงสิ้นเดือน กุมภาพันธ์ 2555 นี้เท่านั้นนะครับ หลังจากนั้น ก็จะได้เป็น rate ปกติ

และคาดว่าจะรับลูกค้าจำนวนจำกัด เพื่อคุณภาพของการ support ดังนั้น ลองศึกษาข้อมูลให้ดีนะครับว่าสนใจที่จะใช้งานกันหรือไม่ ผมเองก็จะทยอยนำเสนอสิ่งที่น่าสนใจมาเพิ่มเติมเรื่อยๆ นะครับ ยังไงก็ติดตามกันต่อไป

สำหรับสายปั่น หากต้องการเน้นปริมาณมากๆ ก็ฝากพิจารณากันด้วยนะครับ

การรับเงินจาก amazon

October 4th, 2011 16 comments

วันนี้จะมาว่าด้วยเรื่องการรับเงินจาก amazon ครับ โดยหลังจากที่หลายๆ ท่านได้ลองสมัครและทำ affiliate กับ amazon แล้ว เริ่มมีรายได้เข้ามา มากน้อย แตกต่างกันตามแต่ว่าใครจะประสบผลสำเร็จแค่ไหน บางคนทำไม่เท่าไหร่ก็มีรายได้มากกว่างานประจำที่ทำอยู่ก็มีครับ

โดยสรุป การรับเงินจาก amazon.com จะมีด้วยกัน 2 แบบ ซึ่งผมได้เคยพูดถึงไว้ในบทความก่อนหน้านี้แล้ว –> คลิกอ่านต่อ

1. แบบแรกการรับเงินเป็นเช็ค สามารถกำหนดจำนวนเงินได้ว่า จะให้ amazon ออกเช็คให้เมื่อยอดเงินเกินจากอัตราที่เราตั้งไว้นี้ เช่น ตอนที่ผมพึ่งเริ่มสมัครทำ amazon ใหม่ๆ ผมจะตั้งไว้ที่ 100$ เป็นต้น ดังนั้นถ้าผมได้ค่าคอมสะสม ณ สิ้นเดือนนั้น เกิน 100$ เช็คก็จะออกให้เมื่อผ่านเวลาไปแล้วประมาณ 2 เดือน หลังจากเดือนที่ยอดเกินดังกล่าว และระยะเวลาการจัดส่ง เท่าที่เคยอ่านเจอใน thaiseoboard เห็นว่านานพอควร ประมาณเดือนนึงน่าจะได้ครับ และเมื่อได้เช็คแล้ว ก็สามารถนำไปขึ้นเงินธนาคารใดก็ได้ ที่เรามีบัญชีอยู่ เพื่อนำเงินฝากเข้าบัญชี ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาที่จะถอนเงินมาใช้ได้ ก็แล้วแต่ธนาคาร แตกต่างกันไปครับ

บางคนที่อยากได้เช็คไว้เป็นที่ระลึกก็มักจะใช้วิธีนี้ ในครั้งแรกที่รับเงิน เห็นหลายๆ คนก็รับแบบนี้ครับ แบบเดียวกับตอนรับเงินจาก Adsense แต่ส่วนตัวแล้ว ผมชอบแบบที่ 2 มากกว่า เพราะได้เงินมาใช้เลย ลดขั้นตอนและระยะเวลาที่จะได้ใช้เงิน เพราะส่วนตัวผมแล้ว เรื่องที่ระลึกแบบเช็คนี้ไม่ใช่แนวผมเท่าไหร่ เพราะผมมีเช็คที่ระลึกจากตอนที่ทำ Adsense แล้ว เอิ้กๆ

2. แบบที่ 2 รับโอนเงินผ่านธนาคาร เนื่องจากธนาคารของไทยที่มีสาขาที่ อเมริกา ก็คือธนาคารกรุงเทพ ดังนั้นเราสามารถรับเงินจาก amazon ผ่านทางสาขาดังกล่าว โดยเราจะต้องมีบัญชีของธนาคารกรุงเทพ ก่อน ถึงจะรับโอนเงินแบบนี้ได้ การรับโอนเงินแบบนี้ ไม่สามารถกำหนดยอดขั้นต่ำการรับเงินได้ แต่จะมีอัตรา กำหนดไว้อยู่แล้ว คือ ถ้ายอดค่าคอมของเราเกิน 10$ พอครบกำหนดโอนเงินแล้ว ค่าธรรมเนียม จริงๆ มีรายละเอียดยิบย่อยครับ ผมไม่ขอพูดถึงละกัน แต่ขอสรุปไว้ จะอยู่ราวๆ 200 บาทต่อการโอนเงิน 1 ครั้ง ถ้าไปดูยอดที่ผมโชว์ให้ดู ที่เห็นมีหลาย amazon account นั่นหมายความว่า 1 account ของผมจะเสียค่าธรรมเนียมการโอนเงิน account ละ 200 บาทต่อการโอน 1 ครั้งครับ ดังนั้นเป็นเหตุผลที่หลังๆ ผมพยายามจะรวมบัญชี amazon เพื่อให้เสียค่าธรรมเนียมน้อยลง

บางคนอาจสงสัยว่า ระยะเวลาการรับเงินนั้น จะประมาณได้ยังไง ผมขอยกตัวอย่าง บัญชีการรับเงินส่วนหนึ่ง ของผมให้ดูเป็นตัวอย่างนะครับ

อธิบายเพิ่มเติมคือ

กรอบสีน้ำเงิน จะเห็นว่าช่วงเดือนแรกที่ผมมีรายได้ คือ เดือน 5/2010 ตอนนั้นผมตั้งรับเงินเป็นเช็คอยู่ที่ 100$ ทำให้ ณ สิ้นเดือน 7/2010 (2 เดือนหลังจากนั้น) ผมก็ยังไม่ได้รับเงินจาก amazon แต่ถ้าก่อนหน้านั้นผมตั้งรับเงินเป็นเงินโอน ณ สิ้นเดือน 7/2010 ผมก็จะได้รับเงินแล้วเพราะยอดเกิน 10$
ดังนั้นในเมื่อยอดเงินยังไม่ตัด ก็จะถูกทบมากับค่าคอมของเดือนถัดไปคือ เดือน 6/2010 รวมเป็น 43$ ซึ่งช่วงปลายเดือนของเดือน 7/2010 ผมได้เปลี่ยนการรับเงิน เป็นการรับโอนเงินผ่านธนาคารกรุงเทพ (ถ้าจำไม่ผิดผมเปลี่ยนการรับเงินเมื่อวันที่ 28/7/2010) ทำให้เมื่อสิ้นเดือนของเดือน 8/2010 ยอดเงินก็จะถูกตัด (สังเกตุบรรทัดแรกของกรอบสีแดง ที่เป็นเลข -43.09$ ตัวสีแดง อันนี้เป็นที่มาของคำว่าตัวแดง ที่พูดกันในเวบบอร์ด ครับ) และโอนเงินเข้ามาที่บัญชีธนาคารกรุงเทพ ของผมเป็นที่เรียบร้อย

ดังนั้นในเดือนถัดๆ มาเมื่อผมไม่ได้เปลี่ยนการรับเงิน ยอดเงินของผมแต่ละเดือน ก็จะโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพของผมอย่างต่อเนื่อง (สังเกตุในกรอบสีแดงตามรูปข้างบน) แต่ค่าคอมฯ ของเราแต่ละเดือนต้องเกิน 10$ นะครับ

สรุปเพิ่มเติม

+ ยอดเงินที่เราจะได้รับไม่ว่าจะเป็นเช็ค หรือรับโอนเงิน ให้นับย้อนหลังจาก 2 เดือน นับจากเดือนปัจจุบัน เช่น ตอนที่ผมเขียนบทความนี้ คือเดือนตุลาคม 2554 (10/2011) ช่วงปลายเดือนนี้ เราก็จะได้เงินค่าคอมฯ ของเราที่ขายได้ยอดรวม ณ สิ้นเดือน สิงหาคม 2554 (8/2011)

+ การเปลี่ยนการรับเงิน แนะนำว่าควรเปลี่ยนช่วงปลายเดือน หรืออย่างช้า เห็นเขาบอกมาว่า ก่อนวันที่ 5 ของเดือนถัดไป จึงจะทำให้การรับเงินแบบใหม่มีผลทัน ณ สิ้นเดือนถัดไปตอนที่เราทำการเปลี่ยนค่า เช่น เดิมเรารับเงินเป็นแบบเช็ค แต่เดือนหน้า คือเดือน พฤศจิกายน เราอยากได้เป็นเงินโอน เราก็ต้องเปลี่ยนเป็นรับเงินแบบโอนภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้ จะมีผลให้ เดือน พฤศจิกายน 2554 (11/2011) เราจะได้รับเงินโอนของค่าคอมเดือน กันยายน 2554 (9/2011) ผ่านบัญชีธนาคารกรุงเทพ

+ ข้อควรระวังเรื่องการรับเงิน ไม่ว่าจะเป็นเช็ค หรือรับเงินโอนผ่านบัญชีธนาคาร ข้อมูลควรจะถูกต้อง ตรงกับข้อมูลจริงของเรา เช่น ชื่อภาษาอังกฤษ สะกดตรงกับชื่อที่ระบุในบัญชีธนาคารที่เราจะเอาเช็คไปขึ้นเงิน หรือบัญชีธนาคารกรุงเทพที่จะรับโอนเงิน
โดยในส่วนของการรับการโอนเงินนั้น ขอย้ำเรื่องกรอกข้อมูลอีกครั้งนะครับ ให้ดูรายละเอียดในบทความก่อนหน้านี้ –> คลิกอ่านบทความ ดูตรงข้อ 7

 

โดยให้ตรวจสอบความถูกต้องให้ดี ไม่งั้นอาจชวดรับเงินนะครับ และหลังจากกรอกไปแล้ว เมื่อกด submit แล้ว เมื่อย้อนกลับมาดูในหน้านี้อีก เลขที่บัญชีที่กรอกไปจะไม่แสดงนะครับ ไม่ต้องตกใจ เพราะเป็นระบบความปลอดภัยของ amazon เอง โดยหลังจาก submit ไปแล้ว ระบบก็จะเก็บค่าข้อมูลดังกล่าวเข้าระบบไว้ ผมจึงได้ย้ำว่า ดูให้ละเอียดด้วยว่า กรอกข้อมูลต่างๆ ถูกต้องนะครับ เพราะกว่าเราจะรู้อีกทีว่าใส่ข้อมูลผิด ก็ถึงช่วงที่เราจะได้รับเงินแล้ว แต่ส่วนใหญ่ที่ผิดพลาด ก็น่าจะแค่การเปลี่ยนการรับเงินในครั้งแรก เมื่อแก้ไขถูกต้อง และเคยได้รับเงินตามปกติแล้ว ครั้งต่อๆ ไปก็ไม่น่าจะมีปัญหาครับ เพราะผมก็รับเงินเป็นปกติทั้ง account เก่าและใหม่ของผม

หวังว่าบทความนี้ น่าจะพอตอบข้อสงสัยของหลายๆ ท่านได้นะครับ ขาดเหลืออะไรก็ comment กันไว้ได้ แต่ใครเนียนมาฝากลิงค์ ผมไม่ approve เด้อ 555++

update ยอด amazon เดือนกรกฎาคม 2554

August 1st, 2011 11 comments

เดือนนี้หลังจาก co.cc โดนแบน ก็ทำให้เห็นว่ามีเว็บทำเงินของผมที่เป็น .co.cc มีหลายเว็บทีเดียวทำให้รายได้หายไปกว่า 1 ใน 3 แต่โชคดีที่ว่าลองทำ affiliate อื่นๆ เสริมด้วย ซึ่งถ้ามีการจ่ายจริง ผมก็จะได้มากกว่า amazon ต้องรอลุ้นอีก 2 เดือนว่าจะเป็นยังไง จะได้เงินจริงหรือเปล่า

ว่าแล้วเอายอดของทั้ง 4 acc มาโชว์เสียหน่อยละกันครับ ยอดรวมเดือนนี้ดีที่ยังขยับพ้นหลัก หนึ่งพันดอลล่าห์มาได้แบบเฉียดฉิว

รวมถึงสคริปต์บางตัวมีปัญหา host ที่รันสคริปต์ล่มบ่อยมาก จนทำให้เว็บ money site ไม่ update อันดับตก ตอนนี้ก็เลยเริ่มนับหนึ่งใหม่โดยย้ายสคริปต์ออกมาแล้ว ถือว่าเป็นค่าประสบการณ์ครับ

แผนต่อไป เริ่มงัดเอาสคริปต์ต่างๆ ที่ดองไว้มาปัดฝุ่น และก็เริ่มโปรเจ็คใหม่ๆ ต่อไป เดือนที่แล้วปั่นไปประมาณ 7 โดเมน เดือนนี้นอกจาก bmg+ แล้วคงต้องจัดไปอีกไม่ต่ำกว่า 3-4 domain wpmu รอบนี้คงวิเคราะห์ kw ให้มากกว่าเดิมหน่อย และเริ่มทยอยหา backlink ให้กับโดเมนที่ปั่นเดือนที่แล้ว เพื่อเพิ่มความแรง หลังจากปั่นแล้วไม่ได้ไปทำอะไรเพิ่มเลย

อีกอย่าง กำลังทยอยย้ายฐานมาไว้ที่ acc1 เพราะว่าเสียดายค่าธรรมเนียม 4 acc รวมกันก็หลายอยู่ และกฏใหม่ก็เหมือนจะเริ่มเข้มกับ API จึงต้องลดบทบาท acc รองลงไป

ยังไงท่านที่แวะเวียนมาอ่าน ก็ขอให้ร่วมกันสู้ฝ่าฟัน ป่าอเมซอนแห่งนี้กันต่อไปนะครับ หนทางที่สดใสข้างหน้า เป็นของคนที่ไม่ย่อท้อเด้อ

เทคนิคที่ 1 แนะนำเครื่องมือช่วยขาย Amazon

July 11th, 2011 15 comments

หลังจากได้แนะนำวิธีการสมัครขายของ สร้าง blog เช่า host หรือจดโดเมนกันไปแล้ว วันนี้ตามคำเรียกร้องให้แนะนำเทคนิคต่างๆ ของผมในการของของ amazon ให้ได้รายได้ดีนะครับ ตอนแรกนี้ ขอแนะนำเครื่องมือต่างๆ ที่ผมใช้ก่อนนะครับ อย่าหาว่าโฆษณาให้คนอื่นเลยนะครับ เอาเป็นว่าผมมา reviews การใช้งานของเครื่องมือเหล่านี้ละกัน

1. ขายของนี้ใช้สคริปต์อะไรช่วยในการสร้างเว็บบ้าง

ที่ผมใช้ก็มีด้วยกันหลายๆ สคริปต์มากครับ โดยในเว็บ thaiseoboard นั้น แทบจะพูดได้ว่า ผมกวาดมาเกือบทุกสคริปต์ในการสร้างร้านขาย amazon โดยขอเล่าคร่าวๆ แบบภาพรวมก่อนนะครับว่ายังไง

  • Amazon Affiliate Script เรียกย่อๆ ว่า AAS ของคุณก้อง (kongpair) เป็นสคริปต์ตัวแรกที่ผมซื้อมาใช้งาน ด้วยประทับใจในหน้าตาของ theme ที่สวยงาม ดูหรูหรามีระดับ ถือเป็นสคริปต์หลักที่ทำเงินให้ผมตั้งแต่เริ่มซื้อ จนมาถึงปัจจุบัน ถึงแม้ช่วงหลังจะแผ่วไปบ้าง แต่ก็ยังขายได้ครับ
  • Autoestore Compare ของคุณเต้ (WebCMS) ตัวนี้ในช่วงก่อน black friday ปีที่แล้ว ถือเป็นอีกตัวที่ทำเงินให้ผมอย่างต่อเนื่องเช่นกัน น่าเสียดายที่ตัวสคริปต์โดน de-index ไปเมื่อต้นปี ทำให้ผมใช้ตัวนี้น้อยลงครับ แต่ตอนนี้เห็นว่ามีการปรับปรุงแล้ว บางคนก็ขายดีเหมือนเดิมครับ
  • 155store เป็นฟรีสคริปต์ ที่แจกให้ใช้กัน มีคนนำมา modify เป็นหลายๆ แบบ ณ เวลานี้ก็มีร้านที่ผมใช้สคริปต์นี้อยู่ประปราย เนื่องด้วยต้องมีการปรับแต่ง theme ซึ่งผมไม่ค่อยถนัดทางนี้นัก แต่ยังมีการขายได้เป็นระยะเช่นกัน
  • FireZr และ LightZr เป็นสคริปต์อันนึงที่ผมเคยใช้ปั่น sub และขายของได้เป็นกอบเป็นกำเช่นกัน น่าเสียดายที่ประสบชะตาเดียวกับ Autoestore compare ทำให้ช่วงหลังผมเองก็ลดการใช้สคริปต์ตัวนี้ไปเช่นกัน
  • PAS-MU สคริปต์ติดตั้ง และใช้งานไม่ยากครับ ปั่น subdomain ได้อย่างรวดเร็ว เร็วกว่า wpmu หรือใช้ BMG สร้าง sub ให้อีกครับ ตอนนี้ก็เริ่มมียอดขายมาเรื่อยๆ เหมือนกัน รองจากที่ปั่น wpmu ด้วย BMG และเป็นอันสคริปต์ที่ผมมี plan จะขยายโดเมนที่จะลงสคริปต์นี้เช่นกัน
  • BMG เป็นสคริปต์ในการ autopost สินค้าและรายละเอียดเข้าไปใน wp , blogger หรือ wpmu ได้ ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการสร้างเว็บให้ผมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงหลังที่ผมมาเน้นสายปั่น ต้องพึ่งตัวนี้ช่วยค่อนข้างมากครับ
  • Amazon to blogger เป็นสคริปต์ที่ช่วย post สินค้าเข้าไปยัง blogger ของเราที่สร้างไว้แล้ว อันนี้ช่วยทุ่นแรงผมในการสร้างร้านด้วย blogger ได้ดีทีเดียว
  • AOM compare ของคุณ seven  ที่ออกแบบ theme AOM ได้สวยถูกใจ กระตุ้นยอดขายได้มากทีเดียว มีทุนเพิ่มเมื่อไหร่ ผมก็มักจะไปอุดหนุน theme ราคาไม่แพงจากคุณ seven นี่แหละครับ
  • Blogger ยิ่งช่วงหลังนี้ ถือว่าอันดับดีหลายๆ คีย์ทีเดียว ใครบอกของฟรีขายไม่ค่อยได้ครับ ถ้าใช่ต้องยกเว้นให้ blogger นี้แหละ
จริงๆ ยังมีอีกหลายๆ สคริปต์ที่ผมมีครับ เพียงแต่ใช้งานน้อย เลยไม่ขอพูดถึงตรงนี้
2. เครื่องมือช่วยในการโปรโมท
นอกจากการ post แบบ manual โดยไปฝากลิงค์ไว้ในลายเซ็นบอร์ดต่างๆ comment blog แบบไปไล่ post ด้วยตัวเอง ก็ยังมีเครื่องมือทุ่นแรงอยู่หลายอย่างครับ
  • Soobbot Mini ของท่าน Pugkung คนเดียวกับที่ขายสคริปต์ของ PAS-MU ครับ โดยเป็นบริการสคริปต์พร้อม host ในการ post เนื้อหาและยิงลิงค์เข้า network ของเราที่เป็น wordpress สะดวกดีครับ ผมใช้ในการสร้าง backlink ให้เว็บขายของผมเป็นระยะๆ
  • Magic Farmer เป็นสคริปต์ที่ post เนื้อหาและสร้าง backlink ให้เรา โดยการ post เข้า wordpress network เช่นกัน แต่อันนี้ต้องรันด้วยการเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราระหว่างที่รันครับ ไม่ได้ Autopost แบบแรกที่รันบน host ถึงเราปิดเครื่องระบบก็ทำงานอยู่
  • Pliggo เป็นบริการที่ให้เรา post สร้าง backlink ด้วย Pligg ครับ ใครว่า pligg ไม่ช่วยทำอันดับ แต่จริงๆ แล้ว ผมว่ายังมีส่วนอยู่ครับ
3. เครื่องมือในการหา keyword
  • google.com ครับ ง่ายๆ เลยก็คือ เอาชื่อสินค้าไปค้นใน google เพื่อดูจำนวนการค้นหา คู่แข่ง และที่สำคัญคือ kw ที่น่าสนใจที่อยู่ด้านล่างของหน้าจอค้นหา
  • http://www.google.com/insights/search/?hl=en-US# อันนี้ช่วยในการดู trend ของสินค้าว่าน่าสนใจนำมาสร้างร้านเราหรือไม่
  • yahoo.com หรือ shopping.yahoo.com อย่าลืมให้ความสำคัญกับฝั่ง yahoo ด้วยนะครับ
วันนี้ขอแนะนำเครื่องมือเหล่านี้ก่อน เพื่อให้มือใหม่ทั้งหลาย ได้เห็นภาพคร่าวๆ ถึงเครื่องมือที่ผมใช้งานอยู่ตั้งแต่เริ่มทำ amazon มาจนถึงปัจจุบันครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อาจไม่จำเป็นที่จะต้องลงทุนเยอะๆ ทีเดียวในช่วงแรก ผมแนะนำให้ลองยึดทางใดทางหนึ่งที่ใช้เงินไม่เยอะก่อน แล้วพอเริ่มมีรายได้ จึงค่อยนำมาต่อยอดโดยใช้เครื่องมือที่ว่าเหล่านี้ก็ได้ครับ

ตัวอย่างการใส่ Gadget ใน blogger

July 3rd, 2011 6 comments

ต่อเนื่องจากบทความที่แล้ว เรื่องการเขียนบทความขายสินค้าใน amazon มาถึงบทความนี้ก็เพิ่มเติมวิธีการง่ายๆ สำหรับการใส่ส่วนประกอบอีกอันนึงของ blogger เรียกว่า Gadget (ลักษณะคล้ายกับ widget ใน wordpress) โดยเป็นส่วนที่ถ้าเปรียบกับเสื้อผ้า ก็เหมือน ส่วนที่เป็นส่วนตกแต่งเสื้อผ้า เช่น กระดุม กระเป๋าเสื้อ หรือเครื่องประดับที่ทำให้ blog ดูสวยงามอีกอันนึงครับ ซึ่งส่วนนี้ บางคร้้ง ก็มีส่วนให้เราได้ค่าคอมมิสชั่นจากการขายสินค้า amazon ได้ดีทีเดียว ถ้าเลือกวางได้เหมาะสมนะครับ

จริงๆ ใน blogger มีส่วนที่เป็น gadget เกี่ยวกับ amazon อยู่แล้ว แต่ขอกล่าวถึง กรณีเราจะเอา widget จาก amazon มาใส่ในส่วน gad get ก่อนนะครับ

1. ให้ไปที่หน้าแรกของหน้าจัดการ affiliate สังเกตุตรงส่วนด้านล่างตรง column กลางของหน้าจอ จะมีสินค้า bestsellers ที่น่าสนใจอยู่
(อันนี้เป็นเพียงการยกตัวอย่างนะครับ จริงๆ จะเอาเป็นแบบโค้ด banner ในบทความก่อนหน้านี้ก็ได้ครับ)

เราก็ทำการเลือกหมวดหมู่ ให้ตรงกับ keyword สินค้าใน blog ของเรานะครับ ดังในรูป ผมเลือกเป็นหมวดเสื้อผ้า พอได้ที่สนใจแล้ว ก็คลิกปุ่ม Get link

2. จะมายังหน้าสำหรับคัดลอกโค้ด ในหน้านี้ เราสามารถเลือกว่าเราจะเอาโฆษณา แบบไหนก็ได้ จะเป็นภาพอย่างเดียว (Image only) ตัวอักษรอย่างเดียว (Text only) หรือแบบรวมดังตัวอย่าง (Text and Image) ก็ได้ครับ ในหน้านี้เราสามารถปรับแต่งรูปแบบป้ายโฆษณาได้ตามต้องการ เมื่อรูปแบบถูกใจแล้ว ก็ทำตามขั้นตอนในภาพเลยครับ

3. ให้ login เข้ามายังหน้าจัดการของ blogger แล้วเลือกเมนู การออกแบบ

จะมายังหนัาใหม่ให้คลิก เพิ่ม Gadget ดังรูป

ในหน้านี้ เราจะเลือก gadget ที่จะเอาโค้ดที่ได้จากในข้อ 2 มาใช้งาน ให้เราคลิกเลือกตรงเครื่องหมายบวก ท้ายหัวข้อ HTML/จาวาสคริปต์ ดังรูป

ทำการ วางโค้ด widget ของ amazon จากข้อ 2 ใส่ในส่วนนี้

จากนั้นกดปุ่ม บันทึก เมื่อไปดูในหน้าแสดงผล ก็จะเห็น gadget ดังกล่าวปรากฏในตำแหน่งดังรูป เราสามารถย้ายตำแหน่งได้ โดยทำการคลิกเลือกย้ายตำแหน่งในหน้า การออกแบบ

4. กรณี ต้องการ add gadget เกี่ยวกับ amazon ของ blogger ตอนหลังจากคลิก เพิ่ม gadget ในหน้า popup ก็ให้พิมพ์คำว่า amazon ในช่องค้นหา แล้วก็เลือกเอา gadget ที่สนใจ ใส่ได้ตามที่ต้องการได้ครับ

ยกตัวอย่างที่ผมเพิ่มไปคือ search box ครับ

แต่ส่วนตัวแล้ว ผมชอบใช้แบบใส่โค้ด html ที่ได้จากส่วนของ aff amazon มากกว่าครับ เพราะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการปรับขนาดให้พอดีกับ blog น่ะครับ ยังไงลองไปทดลองใช้ส่วนต่างๆ ของ blogger ดูนะครับ เพราะถ้าไม่ลองใช้ ก็จะไม่เกิดความชำนาญ และจะทำให้ลำบากในการทำงานขายสินค้าของเราได้

การฝึกฝนใช้งาน ย่อมเป็นผลดีกับตัวเราครับ ดังนั้น อยากให้ลงมือทำ เพื่อให้รู้ผลไปเลยครับ อย่ากลัวกับการลงมือ เพราะการปรับแต่งแก้ไขส่วนต่างๆ นี้ ไม่ได้ก่อผลเสียอะไรร้ายแรง แต่กลับให้ผลตรงข้าม คือทำให้เรามีประสบการณ์มากขึ้นครับ