Archive

Author Archive

Hostgator ลด 50% ส่วนลดปี 2015 มาแล้วครับ

February 13th, 2015 No comments

gotordiscountcoupon2015

สำหรับใครที่รอคูปองสำหรับเช่า Hostgator ลด 50% หรือครึ่งราคา ตอนนี้ Hostgator จัดให้ตั้งแต่ต้นปีเลยครับ ไม่ต้องรอถึง BFD ยังไงก็รีบๆ จัดกันไปเลย คลิกที่ Banner ด้านบน หรือ คลิกที่นี่

ใครยังไม่คุ้นวิธีการเช่า ไปดูที่นี่ครับ วิธีการเช่าโฮสเกเตอร์คลิ้ก

รายละเอียด จะมีลดอยู่ 2 ช่วงนะครับ คือช่วงวาเลนไทน์ และก็ต่อด้วย Madri Promotion อีก อย่าช้าครับ รีบกดไปเช่ากันได้เลย

1. Valentine’s Day Sale

     Coupon Code: CUPID
Sale Date: Saturday, February 14th: 12am CST – 11:59pm CST
2. Mardi Gras Sale
Starts: Monday, February 16th at 12am CST
Ends: Tuesday, February 17th at 11:59pm CST

2. ถ้าใครพลาดคูปองของวันวาเลนไทน์ ตอนนี้มีมาใหม่อีกแล้วครับ ลองใช้กันดู
คูปอง: MARDIGRAS
รีบกันหน่อยนะครับ มีเวลาจำกัด ^^

ทำยังไงจะสมัครอเมซอนให้ผ่าน

July 25th, 2013 6 comments

หลายๆ คนที่สนใจอยากจะทำอเมซอนช่วงหลังนี้ อาจมีปัญหาว่าทำยังไงให้ทาง อเมซอน approve หรือทำยังไงให้สมัครผ่าน
จากประสบการณ์ที่ผมลองสมัครใหม่มาล่าสุดนี้ ก็เลยมาแนะนำวิธีการที่ทดลองและได้ผลตามนี้ครับ

1. ใช้โดเมนจดเอง กับ host ตัวเองในการสมัคร
2.สร้างเว็บที่มีเนื้อหาอ่านรู้เรื่อง จะเป็นรีวิวสินค้าก็ได้ เนื้อหาก้อปมาจากหลายๆ ที่ก็ได้ และควรมีเนื้อหาพอสมควร ใช้ wp สร้างก็ง่ายดีครับ หา theme สวยหน่อย แต่ไม่จำเป็นต้องเสียตัง ของฟรีสวยๆ ก็มีครับ มีบทความซัก 4-5 อัน ถ้าใครทำมากกว่านั้นก็ดีครับ ยังไม่จำเป็นต้องใส่ลิงค์ไปเว็บอเมซอน จนกว่าจะสมัครผ่านค่อยกลับมาใส่ลิงค์ ใส่แบนเนอร์ก็ได้
3. ควรทำเว็บให้มี index ซักหน่อยก่อนการสมัคร ไปฝากลิงค์ไว้ตามที่ต่างๆ ก็ได้ แต่ไม่ต้องสแปม เพราะต้องการแค่อินเดกซ์
4. เม่ือพร้อมแล้วค่อยเอาเว็บนี้ไปสมัคร อย่าลืมเตรียมเบอร์มือถือที่ใช้งานได้ สำหรับไว้ verify ด้วยนะครับ

ที่สำคัญ เว็บที่สมัครนี้ ควรเก็บรักษาไว้ โดน google แบนช่างมัน ขอให้ตัวเว็บยังคงอยู่ให้ทางอเมซอน เขามาตรวจสอบดูได้
ตอนนี้ใจเย็นๆ เตรียมตัวดีๆ ก่อนสมัครนะครับ เพราะเขาค่อนข้างตรวจเข้ม

อีกอันที่อยากเสริมคือ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้เว็บ ข้อมูลเจ้าของโดเมนที่ใช้สมัครควรตรงกันกับ account ที่ใช้สมัครอเมซอนนี้ด้วยครับ

หลายคนอาจมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับวิธีการ ผมก็ขอแจ้งไว้ตรงนี้ครับว่า วิธีการอาจไม่ตายตัวนะครับ แล้วแต่แต่ละคน แต่ผมแค่มาแนะนำวิธีการที่ผมใช้แล้วได้ผลครับ ^^

ขอให้ทุกท่านโชคดีในการหารรายได้เสริมจากงานออนไลน์อย่าง amazon affiliate นะครับ

ระวังเรื่อง autorenew godaddy กันด้วยนะครับ

June 15th, 2013 No comments

เพื่อไม่ให้ blog ผมดูเงียบเหงาจนเกินไป วันนี้มาแนะนำหลายๆ ท่านที่ใช้บริการจดโดเมนกับ godaddy นะครับ เพราะว่าตอนหลังนี้ มีการเปลี่ยน interface ต่างไปจากเดิมนิดหน่อย แต่มันจะมีการซ่อน column รายละเอียดบางอย่างของโดเมนที่สำคัญเอาไว้ เช่น autorenew หรือ privacy

อีกอย่าง มักจะมีคนเผลอเรื่องนี้บ่อยครั้ง เห็นได้จากมีการมา post กระทู้ใน TSB ดังนั้น ส่วนจัดการยิบย่อยนี้ อย่ามองข้ามครับ

วิธี set ให้แสดงง่ายๆ ก็ login เข้าไปหน้าจัดการโดเมนทั้งหมดของท่าน แล้วก็คลิก edit column ที่อยู่บริเวณด้านบนขวาของจอ แล้วก็ติ้กเลือกให้แสดง column ครับ พอเสร็จแล้วก็กดปุ่ม OK เท่านี้เราก็จะเห็นแล้ว่าเว็บไหนบ้างที่ตั้ง auto renew หรือ privacy เอาไว้

ส่วนใหญ่ขาปั่น ไม่ได้ใช้โดเมนเกินกว่า 1 ปีอยู่แล้วครับ และหากจะต่ออายุ ขอต่อแบบใช้คูปองลดราคาดีกว่า ดังนั้น ส่วนนี้อย่าลืมไปติ้กเอา autorenew ออกกันนะครับ

awareautorenew

สอนสมัคร CPA: Leadsmarket.com

June 1st, 2013 No comments

บทความก่อนหน้าผมได้เขียนวิธีการสมัครเป็น Affiliate ของอีกตลาดนอกจาก Amazon ไปแล้วก็คือ Clickbank วันนี้ก็เลยมานำเสนออีกตลาดคือ กลุ่มของ CPA ซึ่งเป็นอีกอันที่น่าสนใจ บางคนอาจจะคุ้นเคยกัน ได้ยินกันว่าทำ Payday Loan นะครับ ก็คือตลาดกลุ่มนี้นั่นเอง มาดูวิธีสมัครขั้นตอนไม่ยุ่งยากมากมายเหมือน amazon ครับ

ก่อนอื่นแนะนำให้ทำเว็บที่เขียนบทความเกี่ยวกับ CPA ที่จะนำไปใช้สมัครก่อน ถ้าเป็นโดเมนจดเอง จะมีความน่าเชื่อถือกว่า น่าจะได้รับการ Approve โดย manager ได้เร็วครับ เมื่อพร้อมแล้วก็ไปต่อยังขึ้นตอนการสมัครได้

1. ไปที่เว็บ Leadsmarket –> คลิกที่นี่ 
แล้วกดปุ่ม SIGN UP ที่อยู่บริเวณด้านซ้ายมือบนของเว็บดังรูป

01_signupclick

 

2. จะมายังหน้าให้กรอกรายละเอียดของผู้สมัคร ก็กรอกให้ครบถ้วนโดยเฉพาะช่องที่มี * สีแดงกำกับนะครับ ถ้าข้อมูลที่กรอกรูปแบบไม่ถูกต้องกับที่เขากำหนด มันจะแสดงเป็น popup เล็กๆ สีแดงก็ให้แก้ไขตามคำแนะนำนั้น เมื่อครบถ้วนแล้วก็กดปุ่ม Create ได้เลย

02_addyourinfo

 

3. จากนั้นเราก็จะสามารถ Login เข้าไปยังระบบจัดการได้ (ใช้ email ที่สมัครกรอกในช่อง Username)

03_loginpage

ในตอนแรกที่สมัคร สถานะจะเป็น Pending ก่อนนะครับ ต้องรอให้ทาง Manager และทีมงานตรวจสอบก่อน หรือจะอีเมลล์ไปสอบถามกับทาง manage ตามอีเมลล์ที่ปรากฏในหน้า dashboard ได้ครับ เผื่อจะได้รับการอนุมัติเร็วขึ้น

4. เมื่อเราเข้ามาในหน้าจัดการ หน้าแรกก็จะแสดงภาพรวมสถิติของเรานะครับ โดยมุมขวาบนของเว็บจะแสดงรหัสอ้างอิงของเราหรือ Affiliate ID

04_dashboard

 

ในแทป Offer จะแสดงรายการหมวดของ affiliate ที่เราสามารถเลือกทำได้ เช่นกรณีนี้ผมเลือก Payday Loan ผมก็จะคลิกปุ่ม Create campaign อันล่างสุดเลย

05_showoffer

 

เมื่อเราเลือก create campaign แล้วมันก็จะไปปรากฏในแทป My Campaign เราสามารถคลิกปุ่ม Detail เพื่อดูรายละเอียดต่อไป

06_showcampaign

 

จากนั้นในหน้านี้ จะมีตัวเลือกให้เอาโค้ดต่างๆ ไปสร้างเว็บ ไปโปรโมทการขายของเราได้ครับ เช่น

  • แทป Landing Pages เราสามารถนำ url ที่อยู่ด้านหลัง offer นั้นไปโปรโมท เวลาคนคลิกจะเข้ามายังหน้า Landing page นี้เลย เมื่อคนคลิกดำเนินกระบวนการจนเสร็จเราก็จะได้ค่า คอมมิชชั่นในรายนั้น
  • หรือเราจะเอาโค้ด banner ต่างๆ ในแทป Creatives ไปติดที่เว็บไซต์เราก็ได้
  • หรือจะเอาโค้ด Form ให้ผู้สนใจไปแปะที่เว็บเราให้เขากรอกก็ได้
  • หรือสุดท้าย ระบบมี template website ที่ท่านสามารถเอาไปสร้างเว็บ ปรับแต่งได้พร้อมใช้งาน

07_showdetailofcampaign

 

จะเห็นว่าขั้นตอนไม่ยุ่งยากเลยนะครับ ที่เหลือคือต้องสร้างเว็บเพื่อให้มี traffic มายังเว็บเราเพื่อเพิ่มยอดขายนะครับ

จริงๆ มีอีกเจ้าที่สมัครง่าย ขั้นตอนไม่ยุ่งยากเช่นกันนะครับ คือ cpaleadprovider –>  คลิกเพื่อสมัคร CpaLeadProvider ใครสนใจก็ลองไปสมัครทำกันได้เช่นกันครับ

ขอให้ทุกท่านโชคดี ร่ำรวยกับการหารายได้ออนไลน์นะครับ ^^

สอนเช่า reseller host plan ที่ hostgator

May 26th, 2013 No comments

จากที่ได้เขียนบทความก่อนหน้าทั้ง สอนเช่า baby plan, vps plan และวิธีจัดการโดเมนสำหรับเช่า vps & reseller แล้ว  เพื่อให้เห็นรายละเอียดชัดเจนมากขึ้น ผมเลยคิดว่าน่าจะแนะนำวิธีเช่า reseller ให้ครบถ้วนไปเลย เพราะเข้าใจว่าบางคนก็ยังไม่เคยเช่า host มาก่อน และอาจจะไม่มั่นใจในแต่ละขั้นตอน ผมก็เคยผ่านประสบการณ์เช่นนั้นมาก่อนครับ ไม่เกริ่นมากมาเริ่มขั้นตอนกันเลย

1. ไปที่เว็บ Hostgator โดย คลิกที่นี่ จะเจอหน้าแรกของ host ก็ให้เลือก plan เป็น Reseller ตามรูป

01_selectplan

 

2. จะมายังหน้าถัดมา ให้เลือก spec ของ host ที่ต้องการ สำหรับผู้เริ่มต้น เลือก Aluminum ก็ได้ครับ ถ้าใช้ไปแล้วซักพักไม่พอกับความต้องการค่อยส่ง ticket ไปขออัพเกรทได้ภายหลัง โดยด้านล่างจะอธิบายรายละเอียดต่างๆ ว่ามีอะไรมาให้บ้างเช่น ใส่โดเมนได้ไม่จำกัด (unlimited domains) เป็นต้น จากนั้นก็กดปุ่ม Order Now!

02_selectspec

 

3. ก็จะมาถึงขั้นตอนการใส่รายละเอียดของเรานะครับ เช่น การระบุโดเมนที่จะใช้เช่า host นี้ (แนะนำให้จดโดเมนกับผู้ให้บริการเฉพาะ อย่างเช่น Godaddy, Name.com หรือ Netfirms ดีกว่านะครับ เพราะระบบจัดการจะดีกว่า) ก็กรอกรายละเอียดต่างๆ ให้ครบถ้วน

03_adddomaindetail

 

04_addyourdetailgator

 

ในตัวอย่างผมเลือกจ่ายเงินด้วย Paypal นะครับ แต่ถ้าหากใครจะจ่ายด้วยบัตรเครดิต ก็เลือกติ้กตรง Credit Card ด้านขวามือ และก็กรอกรายละเอียดบัตรเครดิตให้ถูกต้อง ครบถ้วน

มาถึงส่วนสุดท้าย จะมีให้ใส่คูปอง ปกติเริ่มแรกจะมีคูปองลด 20% เดือนแรกอยู่แล้ว หรือถ้ามีคูปองอันอื่นที่ใช้ได้ก็เอามากรอกได้ครับ และเมื่อตรวจสอบความถูกต้องแล้ว สามารถกดปุ่ม Create Account เพื่อไปขั้นตอนการจ่ายเงินได้เลย

05_concludebuy

 

หลังจากนี้ อาจจะมีขั้นตอนการ verify ให้ลองทำตามนี้นะครับ

จะมี 2 กรณี คือ

1. สแกนบัตรประชาชนหรือบัตรอะไรที่มีรูปเราเพื่อส่งไปยืนยันทางอีเมลล์ เช่น ใช้ใบขับขี่ หรือ passport เป็นต้น พร้อมกับสแกนรูปบัตรเครดิตที่ใช้จ่ายเงิน (ปิดเลขให้เหลือแค่ 4 ตัวท้าย) ถ้าเป็น paypal ก็ส่งเลข transection id ไปให้เขาโดยตอบกลับอีเมลล์ที่เขาส่งมานั้นเลยครับ อาจจะใส่เนื้อหาในอีเมลล์ดังนี้

Dear Sir/Madam

My name is …….ชื่อสกุลที่ใช้เช่า
I want to verify my account, my costumer id is…… customer id ที่เขาแจ้งมา
My domain is…. ชื่อโดเมนที่ใช้เช่า
I pay via… จ่ายเงินด้วยวิธีไหน paypal, credit card
(ถ้าเป็น credit card ก็ใส่ว่า the last 4 digit is XXXX ใส่เลข 4 ตัวท้ายของบัตรลงไป/ แต่ถ้า paypal ก็เป็น My paypal transection id is ………….)

I also attach the pictures of my card id and my payment with this email.

Thank you.

2. โทรไป verify ถ้าวิธีนี้ แนะนำให้เตรียมข้อมูลดังนี้

2.1 Customer ID (จะอยู่ท้ายเนื้อหา email ที่แจ้งให้ verify ครับ)

2.2 ชื่อสกุลที่ใช้สมัคร หรือบางทีใช้แค่ email address ก็ได้ครับ

2.3 ชื่อเว็บที่ใช้ตอนสมัคร

2.4 รายละเอียดการจ่ายเงิน เช่น จ่ายด้วยวิธีใด รายละเอียด paypal account หรือ เฉพาะเลขบัตรเครดิต 4 ตัวท้าย เป็นต้น

สำหรับเบอร์โทรให้ดูตามนี้

AIS :005-1-713-574-5287 ต่อ 1010 นาทีละ 4 บาท
TrueMove: 006-1-713-574-5287 นาทีละ 3 บาท
DTAC : 004-1-713-574-5287 ต่อ 1010 นาทีละ 4 บาท

สมมติก่อนใช้ซิมดีแทคโทร ก็กดเบอร์ 004-1-713-574-5287 จะมีเสียงระบบอัตโนมัติว่า

Thank you for calling to hostgator ….. support 24 hour a day … ระหว่างนี้ให้กด 1010 เลยครับ

รอซักครู่ จะมีเสียงพนักงานตอบกลับมา ก็เริ่มบทสนทนาเลยครับ

โฮสเกเตอร์ : Thank you for calling to hostgator, May I help you ?

[แทงกิว ฟอ คอลลิ่ง ทู โฮสเกเตอร์ เม ไอ เฮลพ ยู)

ตัวเรา : I want to verify my account (ให้เตรียมข้อมูลข้างต้นที่บอกไว้นะครับ)

[ไอ วอน ทู เวอริฟาย มาย แอคเค้าท]

My customer ID is ……

[มาย คัสธัมเมอ ไอดี อีส …..]

My Name is ……… (บอกชื่อสกุลจริง และพร้อมสะกดไปด้วยครับ) and my email is …. (สะกดอีเมลล์เราบอกเขาไปครับ)

[มายเนม อีส…..]

My Main domain is…… (บอกชื่อโดเมนที่เราใช้จด)

[มาย เมนโดเมน อีส …..]

I paid by ….. (บอกวิธีการจ่ายเงิน เช่น I paid by credit card and last four digit of my credit card is …. บอกรหัส 4 ตัวท้ายของบัตรเครดิต

[ไอเพดบาย เครดิต คาร์ด แอน ลาส โฟ ดิจิท ออฟ มาย เครดิต คาร์ด อีส XXXX]

หรือถ้าจ่ายด้วย paypal ก็บอกว่า I paid by paypal and user account is …. ระบุอีเมลล์ paypal ไป ถ้าเขาถาม transection ID ก็บอกไปครับ)

[ไอเพดบาย เพพาล แอน ยูเซอร์แอคเคาต์ อีส ……]

หลังจากบอกเสร็จให้รอดูว่าเขาจะถามรายละเอียดอะไรซ้ำบ้าง ก็บอกไปอีกทีครับ แนะนำว่าอย่ากลัวที่จะโทรไปคุยเป็นภาษาอังกฤษครับ เพราะเราเป็นลูกค้า เขาจะพยายามเข้าใจเราเองครับเพียงแต่เราบอกข้อมูลข้างต้นให้ครบถ้วนก็ไม่น่าจะมีปัญหา

พอเสร็จพนักงานโฮสเกเตอร์ก็จะบอก

Thank you for verification your account…. your account will be activate within 10 minute

[แทงกิว ฟอ เวอริฟิเคชัน ยัว แอคเคาท์ ยัว แอคเคาท์ วิลบี แอคทิเวท วิทอิน เทน มินิท]

ก็แสดงว่าเวอริฟายเรียบร้อย เราก็ขอบคุณเขาซะหน่อยนะครับ แล้วรอไม่เกิน 10 นาทีก็จะใช้งาน host ได้ตามปกติ

*****************

แต่ในบางครั้ง บางคนก็ไม่โดน verify แล้วเราก็จะได้รับอีเมลล์ที่แจ้งรายละเอียดของ host สำหรับใช้ดำเนินการต่อไป ดังตัวอย่างนี้

01_detailofreseller

 

ที่สำคัญคือ IP นี้จะนำไปทำ Private nameserver หรือ set nameserver ให้กับโดเมนเราต่อไป อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี้

เท่านี้ เราก็จะมี Reseller Host ไว้สำหรับใช้งานได้แล้วครับ ขอให้ร่ำรวยๆ นะครับ

Private nameserver กับการจัดการ VPS & Reseller

May 25th, 2013 No comments

ก่อนหน้านี้ผมเขียนบทความเกี่ยวกับ การเช่าใช้งาน VPS และการจัดการบางส่วนไว้แล้ว แต่พบว่าผมลืมเขียนเกี่ยวกับเรื่องการ set domain ที่จะเอามาเช่า VPS หรือ Reseller plan วันนี้มีโอกาสก็เลยมาเขียนเพิ่มเติมไว้นะครับ การทำ private nameserver นี้ ช่วงก่อนที่ทำพวก linkwheel หรือเช่า seohost จะนิยมกันมากนะครับ แต่ก็มีความจำเป็นในกรณีที่เราจะเช่า vps หรือ reseller plan host

จริงๆ ผู้ให้บริการแต่ละเจ้าก็จะมี interface ต่างกัน แต่จริงๆ ถ้าไปไล่ดูส่วนที่จัดการนั้นก็ set ไม่ต่างกันนักครับ บทความนี้ผมจะนำเสนอวิธีการแค่ 2 เจ้าใหญ่ๆ อย่าง Godaddy กับ name.com นะครับ การเช่า host ทั้ง VPS และก็ Reseller Plan ของ Hostgator ก็จะมีขั้นตอนคล้ายๆ กับ บทความที่ผมสอนการเช่า baby plan นะครับ จะต่างกันแค่ขั้นตอนการเลือก plan และก็ spec ถ้าใครยังไม่มั่นใจก็เลือก spec ต่ำของ plan นั้นก่อนก็ได้ เช่น reseller plan อาจจะเลือก plan แรกคือประมาณเดือนละ 24$ (เดือนแรกอาจจะเหลือแค่ 19$ เพราะจะมีคูปองลดให้อัตโนมัติอยู่แล้วครับ) ซึ่งสำหรับ VPS และ Reseller plan นั้น โดเมนที่จะนำมาใช้สมัคร เราต้องทำการ set ip ให้โดเมนนั้นตรงกับ host ด้วย ไม่ได้ set แค่ nameserver นะครับ โดยหลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการเช่า host เราจะได้ ip มาก็ทำการ set ip ตามนั้นเลย รายละเอียดเดี๋ยวผมจะอธิบายต่อไป ดังนั้นถ้าสรุปเป็นข้อๆ สำหรับขั้นตอนการเช่า vps หรือ reseller นะครับ

  1. ดำเนินการเช่า host ด้วย domain ที่เราจดเตรียมไว้ แนะนำเป็นโดเมนที่เราจดเอง (ไม่แนะนำจดกับผู้ให้บริการ host เพราะระบบจัดการไม่ดีเท่ากับผู้ให้บริการจดโดเมนโดยเฉพาะครับ) ถ้าเป็น .info ก็ราคาไม่แพงครับ 
  2. หลังจากเช่า host แล้วจะได้อีเมลล์ที่แจ้งรายละเอียด รวมถึง ip ของ host นั้นมา
  3. เราก็นำ ip นั้นไป set private nameserver ให้กับโดเมนที่เราใช้เช่า host นั้น สมมติว่า set เสร็จ เราจะได้ nameserver อันใหม่ ของ host เราสำหรับไป set nameserver ให้กับพวก Addon domain ที่จะใส่เพิ่มเข้าไปใน host ของเรา เช่น ถ้าเราจดโดเมนว่า aaaa.com เราจะได้ nameserver เป็น ns1.aaa.com กับ ns2.aaa.com แทนที่จะใช้ nameserver จากผู้ให้บริการ host อย่าง hostgator baby plan จะกำหนดมาให้เลย
  4. กรณีที่เป็น VPS จะมีขั้นตอนการติดตั้ง WHM (ถ้าเราเลือก add cPanel เข้ามาใช้งานด้วย) ซึ่งตอนหลังจะต่างจากบทความที่ผมเคยเขียนไว้ เกี่ยวกับ เริ่มใช้งาน VPS ซึ่ง ณ วันที่เขียนบทความนี้ หลังจากเริ่มใช้งาน จะคลิกแค่ไม่กี่คลิก กรอกรายละเอียดนิดหน่อย ก็จะเสร็จสิ้นขั้นตอน set WHM แล้ว แต่ Reseller นั้น ระบบจะทำการติดตั้ง WHM มาให้เรียบร้อยเลย (กรณีที่เราเลือกระบบจัดการ cPanel นะครับ)
  5. เมื่อใช้งาน WHM ได้แล้ว เราต้องเข้าไปจัดการ Add package และ create account ซึ่งผมเคยเขียนบทความไว้แล้ว คลิกอ่านที่นี่ 
  6. เมื่อเรา create account แล้ว เราจะสามารถเข้าไปจัดการ cPanel ของ account นั้น แบบเดียวกับที่เราใช้งาน baby plan ตามปกติครับ

เกริ่นเกี่ยวกับการจัดการ VPS กับ Reseller มาซะเยอะละ มาเริ่มเกี่ยวกับขั้นตอนการ Set Private nameserver กันเลยนะครับ

ก่อนอื่นผมขอแสดงตัวอย่างรายละเอียดที่จะได้มาในอีเมลล์ที่เราใช้เช่า host vps หรือ reseller plan นะครับ

01_detailofreseller

จากรูปด้านบน สิ่งที่เราจะนำไปใช้ต่อไปคือ IP ที่ผมวงสีแดงไว้นะครับ

ถ้าจดโดเมนที่ Godaddy.com

1. ให้ login แล้วไปยังหน้าจัดการโดเมน เลือกโดเมนที่เราใช้เช่า host ในตัวอย่างนี้คือโดเมน NARONGRIT.NET ก็ให้คลิกเพื่อเข้าหน้าจัดการรายละเอียดของโดเมนนี้

02_gototheselectdomain

 

2. จากนั้นให้เราไปคลิกที่ลิงค์ Manage ในส่วนของ Host names ดังรูป

03_clickhostmanage

 

3. จะมีหน้าต่างใหม่ปรากฏขึ้นมา ให้กดที่ Add one now หรือ Add Hostname ก็ได้ครับ

04_showpopuphost

 

4. จะมีหน้าต่างใหม่ซ้อนขึ้นมาอีก โดยในช่อง Hostname ให้กรอก ns1 ส่วนช่อง IP Address ให้กรอก IP ที่เราเตรียมไว้แล้ว (ได้จากอีเมลล์ที่ใช้ในการเช่า host ที่ผมยกตัวอย่างไว้ตอนต้น) ในตัวอย่างนี้คือ 50.100.99.30 จากนั้นกดปุ่ม Add ดังรูป

05_addip

 

5. จะกลับมายังหน้าต่างแรก แสดงผลดังรูป จะสังเกตุว่ามี nameserver กับ ip ปรากฏมาแล้ว 1 อัน ให้กดปุ่ม Add Hostname เพื่อเพิ่ม nameserver กับ ip อีกอันเข้าไป

06_showafteraddip

 

6. จะปรากฏหน้าต่างใหม่ ก็กรอกคล้ายๆ ขั้นตอนก่อนหน้า โดยในช่องแรกกรอก ns2 ช่องถัดไปกรอก ip เดียวกับ ns1 จากนั้นกดปุ่ม Add

07_addip2

 

7. จะกลับมายังหน้าต่างแรก จะสังเกตุว่ามี nameserver ทั้ง ns1 และ ns2 แล้ว ให้กดปุ่ม Save

08_afteradd2ip

 

8. ก็จะกลับมายังหน้าจัดการรายละเอียดของโดเมน narongrit.net ต่อไป เราจะไปแก้ไข nameserver ให้เป็น nameserver ใหม่ที่เราเพิ่มเข้าไป โดยในหน้าปัจจุบันนี้ ให้คลิกลิงค์ Manage ของส่วน Nameservers ดังรูป

09_managenameserver

 

9. จะปรากฏหน้าต่างใหม่ขึ้นมา ให้ทำการกดที่ลิงค์ edit nameservers ดังรูป

10_popupaddnameserver

 

10. ทำการแก้ไขให้เป็น nameserver ที่เราเพิ่มเข้าไปใหม่ ก็คือ ns1.narongrit.net กับ ns2.narongrit.net นั่นเอง เมื่อเรียบร้อยก็กดปุ่ม Edit

11_addnewnameserver

 

11. จะกลับมายังหน้า รายละเอียดโดเมน รอสักครู่ แล้วกด refresh หน้านี้ เราจะเห็นว่า nameserver ได้ปรับเป็นอันใหม่ที่เรา setup เรียบร้อยแล้ว ทีนี้ก็รอ dns update โดยเราสามารถไปสร้าง package และก็ add new account ไว้ได้เลย (กรณี VPS ต้องสร้าง package กับ new account เริ่มต้นเอง แต่กรณี reseller plan ระบบจะทำการสร้างให้เบื้องต้นแล้ว)

12_showresultafteraddnameserver

จะรู้ได้ยังไงว่า dns update แล้ว กรณี reseller plan เวลาเราเรียกโดเมนหลักที่ใช้เช่า host จะเห็นเป็นหน้า ว่างๆ คล้ายๆ แบบในรูปด้านล่างนี้ ก็สามารถดำเนินการอย่างอื่นได้ เช่น ติดตั้งสคริปต์ ทำเว็บต่างๆ ได้เลยครับ

dnsupdate

 

จดโดเมนที่ Name.com

1. login เข้าไปยัง Account และเลือกโดเมนที่จะทำการ set จะสังเกตุตรงเมนูขวามือ ให้คลิกที่เมนู Nameserver Registration ดังรูป

01_clicknameserverregister

 

2. จะมายังหน้าจัดการถัดไป ช่องแรกก็กรอก ns1 ช่องถัดมาก็กรอก IP ที่เราเตรียมไว้ จากนั้นกดปุ่ม Register

02_addip1

 

3. สังเกตุด้านล่าง nameserver กับ ip ชุดแรกได้จัดเก็บไว้แล้ว ก็ให้ทำการระบุ nameserver อีกอันก็คือ ns2 ส่วน ip ก็อันเดียวกัน แล้วกด Register  ดังรูป

03_addip2

 

4. จากนั้นจะเห็นว่า nameserver ได้ถูกเพิ่มเข้าไปแล้วทั้ง 2 อัน จากนั้นเราก็คลิกลิงค์  Edit Nameservers ดังรูป

04_showafteraddip

 

5. ในหน้านี้ เราก็ทำการแก้ไข nameserver เดิมให้เป็นอันใหม่ที่เราเพิ่มเข้าไป (ปุ่มรูปดินสอคือ Edit กากบาทคือ ลบ) เมื่อแก้ไขแล้วกดปุ่ม Update จากนั้นก็รอแค่ dns update ก็สามารถไปจัดการ host ต่อได้ครับ

05_editnameserver

จะเห็นว่าการ set นั้นไม่ได้มีขั้นตอนยุ่งยากมากนัก หวังว่าบทความนี้คงจะช่วย guide ให้กับท่านที่สนใจการใช้งาน VPS, reseller หรือ seohost นะครับ หากมีข้อสงสัยก็ comment ไว้ท้ายบทความนี้ได้ ถ้าไม่ติดอะไรผมจะรีบเข้ามาตอบให้ครับ

  

สอนสมัคร Clickbank: หารายได้จาก Affiliate

May 20th, 2013 1 comment

พักหลัง เพื่อนๆ affiliate ชาวไทย คงเจอมรสุมการโดนอเมซอนแบนหรือ หวาดระแวงต่างๆ นาๆ วันนี้ผมเลยมาแนะนำอีกช่องทางของการทำ Affiliate เพื่อเพิ่มโอกาสหารายได้จากผู้ให้บริการขายสินค้าเจ้าอื่นกันบ้างนะครับ นั่นคือ Clickbank นั่นเอง ซึ่งหลายๆ คนอาจจะเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว ว่าสามารถขายสินค้าให้กับ Clickbank ได้ โดยกลุ่มสินค้านี้จะต่างจาก Amazon.com ที่เป็นสินค้าอุปโภค บริโภค เป็นหลัก แต่ Clickbank นี้จะเป็นกลุ่มสินค้าประเภท อีบุ้ค ไฟล์ หรือโปรแกรมต่างๆ ให้ดาวน์โหลดกันผ่านเว็บ แต่เราจะได้ค่าคอมมิชชั่นเช่นเดียวกัน เมื่อสามารถโปรโมทและขายสินค้าได้

กลุ่มสินค้าใน Clickbank (ขอเรียกย่อๆ ว่า CB นะครับ) นั้นก็มีมากมายหลายหมื่นสินค้าให้เลือกมาทำตลาดเหมือนกัน ดังนั้น หากใครสนใจก็แนะนำให้ลองสมัครทำตลาดนี้ด้วยนะครับ โดยบทความนี้ก็ขอเริ่มจาก สอนการสมัครเป็น affiliate ของ CB กันก่อน

1. ให้ไปที่เว็บ Clickbank.com แล้วกดลิงค์ Signup ดังรูป

01_startsignup

 

2. จะมายังหน้าถัดไปก็คลิกปุ่ม Clickbank for Affiliates ดังรูป

02_selectafflink

 

3. จะมายังหน้าถัดไป ให้เลื่อนมายังด้านล่างสุดของหน้าจอจะเจอปุ่มคำว่า Sing Up Now ก็คลิกได้เลย

03_signupnow

 

4. ก็จะเป็นหน้าให้กรอกรายละเอียดของผู้สมัคร เราก็กรอกให้ครบถ้วน (ผมเขียนอธิบายไว้แต่ละช่องแล้วนะครับ)

04_addyourdetail1

 

5. เมื่อกรอกข้อมูลส่วนแรกครบถ้วน ก็เลื่อนมายังส่วนที่ 2 โดยมีข้อที่ต้องเน้นย้ำคือ

+ ช่อง nickname ให้เป็นภาษาอังกฤษตัวเล็ก ซึ่งจะเป็นชื่อในการ login ด้วยดังนั้นขอให้กรอกเอาที่เราจำได้ ถ้าไม่ซ้ำกับใครแล้ว จะมีเครื่องหมายถูกสีเขียว ขึ้นอยู่หลังช่อง แสดงว่าสามารถใช้ได้
ข้อควรระวังเกี่ยวกับการตั้งรหัสผ่าน คือต้องประกอบไปด้วยตัวอักษรที่มีคุณสมบัติดังนี้
1. ต้องมีตัวอักษรภาษอังกฤษตัวใหญ่อย่างน้อย 2 ตัว
2. ต้องมีตัวอักษรภาษอังกฤษตัวเล็กอย่างน้อย 2 ตัว
3. ต้อมมีตัวเลขอย่างน้อย 2 ตัว
4. ต้องมีอักขระพิเศษ หรือเครื่องหมาย เช่น @ ! # $ % ^ & * อันใดอันหนึ่งอย่างน้อย 2 ตัว
ถ้ารหัสผ่านที่เราตั้งตรงตามหลักเกณฑ์ข้างต้น ก็จะมีสัญลักษณ์เครื่องหมายถูกปรากฏอยู่หลังช่อง Password กับ Confirm Password กับหน้าข้อกำหนดต่างๆ นั้น หลังกรอกเสร็จ
ถ้าเป็นเครื่องหมายกากบาทสีแดง ก็แสดงว่ายังไม่เข้าข้อกำหนดนั้นๆ ก็ให้แก้ไขให้ตรงนะครับ

หลังกรอกครบหมดแล้ว ให้กดปุ่ม SUBMIT ACCOUNT REGISTRATION ที่อยู่ด้านล่างสุดของจอ เพื่อไปขั้นต่อไป

05_addyourdetail2

 

6. จะมายังหน้าจอที่เป็นหน้าจัดการของ Clickbank Affiliate แต่จะมีกล่องข้อความสีเหลืองแจ้งว่าให้ confirm email ที่ใช้สมัครก่อนว่ามีอยู่จริงหรือไม่ โดยในหน้านี้ก็จะแสดงหน้าแรกที่มี report บอกว่าเรามีการขายของได้หรือยังด้วยนะครับ

06_waittoconfirmemail

 

7. ให้กลับไปเช็คอีเมลล์ที่ใช้สมัคร จะเจอกับอีเมลล์ดังรูป

07_getemail

ก็ทำการคลิกเข้าไปดูรายละเอียด และทำการคลิกลิงค์ในอีเมลล์นั้นเพื่อเป็นการยืนยันการลงทะเบียนกับ Clickbank

08_clicktoconfirmemail

 

8. เมื่อคลิกลิงค์ในอีเมลล์แล้วจะเจอหน้าจอดังรูป ก็แสดงว่าเสร็จสิ้นขั้นตอนการลงทะเบียนกับ CB แล้ว

09_finishregister

 

จากนั้น ผมขอแนะนำวิธีการจะเริ่มโปรโมทสินค้าของ CB นะครับ โดยทำขั้นตอนดังนี้

1. ในหน้าจัดการของ CB ให้คลิกที่ลิงค์ Marketplaces ที่อยู่ด้านบนสุดของจอดังรูป แล้วก็จะเจอหน้าที่รวมสินค้าของ CB โดยในหน้านี้จะเห็นเมนู Categories เป็นป้ายสีแดงทางซ้ายมือ สามารถคลิกเข้าไปเลือกดูสินค้าตามหมวดที่สนใจ โดยบางหมวดก็จะมีหมวดย่อยอยู่ด้วย

10_showmarketplace

 

2. ตัวอย่าง ผมคลิกหมวด EDUCATION ก็จะปรากฏหมวดย่อยขึ้นมา และจะแสดงสินค้าทางด้านขวามือของเมนู เราสามารถคลิกที่ลิงค์ชื่อสินค้านั้น เพื่อเข้าไปดูรายละเอียดแต่ละสินค้าได้ว่า น่าสนใจนำมาโปรโมทขายหรือไม่ (ตรงส่วนย่อยๆ ขอไม่อธิบายเพิ่มนะครับ ขอให้ลองหาข้อมูลศึกษาเพิ่มเติมกันดู)

11_showdetailofvender

 

3. กรณีที่เราได้สินค้าที่สนใจจะนำไปขายแล้ว ก็คลิกปุ่ม Promote ที่สินค้านั้น จะปรากฏ Popup แสดงออกมา เพื่อให้กรอก track id ก็ใส่ชื่อ track ตามต้องการ (เหมือนกับ track id ของอเมซอน เพื่อให้รู้ว่าขายสินค้าอะไรได้ จากที่ไหน) แล้วกดปุ่ม Create ได้เลย

12_genpromotecode

 

4. จะปรากฏข้อมูล เช่น ลิงค์ ที่เรียกว่า hoplink สามารถนำไปทำเว็บเป็นลิงค์สำหรับขายสินค้าของเราได้ จะเห็นว่าขั้นตอนไม่ยุ่งยากเลยครับ

13_finishgenhoplink

 

 

สำหรับใครที่สนใจเครื่องมือ เช่น สคริปต์ในการทำตลาด Clickbank หลายคนอาจจะยังเลือกไม่ถูกว่าจะใช้อันไหนดี ส่วนตัวผมแล้ว ขอแนะนำที่หนึ่ง เป็นของ อ.ปุ้ก Thaisem ที่เครื่องมือใช้งานไม่ยากครับ ดูรายละเอียดได้จาก เว็บตัวอย่างนี้ได้ –> Clickbank God Father Plugin

หรือถ้าใครสนใจเครื่องมือช่วยทุ่นแรงสำหรับทำตลาดนี้ ก็ขอแนะนำ 2 ตัวนี้นะครับ
1. Keyword Researcher โปรแกรมช่วยหา keyword
2. Wicked Article Creator โปรแกรมช่วยหา Content

แนะนำโปรแกรมทำ theme แจ่มๆ [Artisteer]

May 5th, 2013 No comments

วันนี้มาขอแนะนำโปรแกรมทำ theme สวยๆ สำหรับไว้ไปสร้างเว็บของเรา จะเอาไว้ทำ theme CMS ยอดนิยมอย่าง WordPress หรือ Blogger ก็ได้ครับ ขาปั่น Amazon ด้วย WordPress หรือ Blogger ไม่ควรพลาดโปรแกรมนี้ เพราะช่วยสร้างความแตกต่างของเว็บเราได้ง่ายๆ แค่ไม่กี่คลิก ก็ได้ theme ไว้ใช้งานสบายๆ แล้ว โปรแกรมที่ว่านี้ก็คือ Artisteer นั่นเอง (ณ ขณะที่เขียนบทความนี้เป็น version 4.1 นะครับ)

1. ก่อนอื่นก็ คลิกดาวน์โหลด โปรแกรมกันได้เลย –> Artisteer Download เป็นตัวทดลองนะครับ หากใครถูกใจ ก็จ่ายเงินในราคาแค่ 49$ เท่านั้น ถือว่าคุ้มมากครับ

2. หลังจากติดตั้งโปรแกรมแล้ว ก็เริ่มโปรแกรมตามปกติใน start–>Program ตามรูป (ในบทความนี้ขอแสดงตัวอย่าง version 3 นะครับ โดยจะรันได้เร็วกว่า version 4 เพราะไม่ต้องไปโหลด theme เพิ่มเติมระหว่างทำงาน แต่ version 4 ก็มี theme ให้เลือกมากกว่า version 3 แน่นอนครับ)

01_startprogram

3. เมื่อเปิดโปรแกรมมาระบบจะให้เลือกว่าจะสร้าง theme ประเภทไหน หรือ CMS อะไร ในตัวอย่างผมเลือก WordPress ครับ
(หากใครไม่เจอหน้าแบบนี้ ก็คลิกเมนู File–>New)

02_selectwp

 

4. ถ้านึกอะไรไม่ออก เราสามารถให้โปรแกรมสุ่มเลือก design หรือ idea ได้ โดยคลิกที่ไอคอน Suggest Design ดังรูป โปรแกรมจะสุ่มรูปแบบมาให้เลือกเรื่อยๆ ถ้าพอใจแล้ว ค่อยไปปรับส่วนอื่น

03_randomdesign

 

รูปด้านล่างแสดงตัวอย่าง theme ที่โปรแกรมสุ่มเลือกมาให้ครับ สามารถกดสุ่มไปเรื่อยๆ ได้จนกว่าจะพอใจ

04_exampledesign

 

5. กรณีที่เราพอใจ design แล้ว เราสามารถปรับรูปแบบของ Layout โดยไปที่แทป Layout และก็เลือกปรับส่วนต่างๆ ได้ดังรูป เป็นตัวอย่างการปรับว่าจะให้ theme แสดงเป็นแบบกี่ column และตรงแทปนี้ เราสามารถปรับความกว้างของ theme ได้ด้วยนะครับ (Sheet Width) มีเมนูมากมาย ก็ลองปรับเล่นกันดู

05_examplelayoutcolumn

 

6. หรือหากจะปรับส่วนเนื้อหา หรือ content เช่น รูปแบบสี ตัวอักษร รูปแบบตาราง เป็นต้น ก็มาที่แทป Content ตัวอย่างในรูปนี้เป็นการปรับความหนาของขอบตารางนะครับ ปกติผมจะเลือก No border เพื่อความสวยงาม

06_examplecontenttable

 

7. หากต้องการปรับส่วนหัวของตาราง ก็มายังแทป Header เราสามารถปรับสี background หรือรูปประกอบได้ครับ ซึ่งรูปประกอบ เราจะใช้ในโปรแกรม หรือจะเพิ่มเข้าไปเองก็ได้ครับ

07_exampleheaderimage

 

8. และสุดท้าย ส่วน Footer หรือด้านล่างของเว็บ เราก็สามารถฝังโค้ดต่างๆ ลงไป หรือไม่ก็ใส่พวก policy ต่างๆ ของ amazon ลงไปได้เลย เพื่อความสะดวกสำหรับผู้ใช้งานที่จะไปปั่นเว็บ amazon หรือ provider เจ้าอื่นๆ นะครับ โดยมาปรับที่แทป Footer

08_examplechangefooter

 

9. หลังจากปรับส่วนต่างๆ จนพอใจแล้ว ก็สามารถ export เพื่อไปใช้งานได้ กรณีนี้เป็น wordpress theme ก็จะทำตามขั้นตอนดังรูป คือ File–>Export –>Wordpress Theme

09_exporttowp

 

จากนั้นจะมาเจอหน้าต่างดังรูป เราเลือกเป็น zip file เพื่อสะดวกกับการนำไปใช้งานนะครับ เพราะสามารถเข้าไป upload ได้ในส่วน admin ของ wordpress แบบที่เราเปลี่ยน theme ตามปกติ

10_exportfinish

 

จะเห็นได้ว่า โปรแกรมใช้งานได้ไม่ยาก มีส่วน support มากมายหลายอย่าง ยืดหยุ่น สามารถนำไปใช้งานอื่นๆ ได้หลากหลาย ดังนั้น ผมจึงแนะนำว่าถ้าใครมีทุนก็ไม่ควรพลาดที่จะจัดมาไว้ในครอบครองเลยนะครับ

Artisteer Download

จดโดเมนราคาถูกที่ netfirms

May 2nd, 2013 1 comment

ช่วงหลัง เราอาจผิดหวังกับการรอคูปองลดราคาที่ godaddy.com นะครับ วันนี้เลยมาแนะนำผู้ให้บริการจดโดเมนราคาถูกที่แห่งหนึ่ง นั่นก็คือ Netfirms.com นั่นเอง ซึ่งบางคนที่ยังไม่คุ้นเคยกับการจดโดเมนอาจจะไม่กล้าจดที่นี่ เพราะกลัวทำผิดขั้นตอนต่างๆ ผมก็เลยมาทำเป็นบทความ guide ให้บางส่วนนะครับ

1. ก่อนอื่นก็ไปที่เว็บ netfirms กันได้เลย โดยคลิกที่ลิงค์นี้ ก็จะมาเจอหน้าแรกของเว็บดังรูป สามารถกรอกชื่อโดเมนที่ต้องการได้ 2 ช่อง คือด้านบนที่วงไว้ ก็กรอกเป็นชื่อเต็มโดเมนเลย เช่น domainname.com แต่ถ้าเป็นช่องด้านข้างขวามือก็พิมพ์แค่ชื่อโดเมน และเลือก dot ที่ต้องการ

01_startadddomain

2. ถ้าโดเมนนั้นว่าง ยังไม่มีคนจด ก็จะปรากฏหน้าจอดังรูป โดยระบบจะแจ้งว่า add domain เข้าในตะกร้าซื้อแล้ว

02_secondpage

 

แต่ข้อควรระวังคือ ปกติค่าตั้งต้น (default) ระบบจะ add domain privacy ให้เลย หากเราไม่ต้องการก็ให้ทำการติ้กเอาเครื่องหมายถูกออก แล้วกดปุ่มอัพเดท ดังรูป

02_secondpage-21

 

 

กรณีที่โดเมนไม่ว่างก็จะปรากฏหน้าจอดังรูปนี้ ก็ให้ทำการเลือกชื่อโดเมนใหม่ โดยกรอกในช่อง Add Another Domain ด้านขวามือของเว็บ แล้วกดปุ่ม Search

03_notreadydomain

 

3. เมื่อเสร็จขั้นตอน step2 ให้เลื่อนหน้าจอลงมาด้านล่าง และเลือก Create new account ในกรณีที่เรายังไม่เคยสมัครจดโดเมนกับ netfirms มาก่อนนะครับ แล้วกดปุ่ม Continue

04_nextcontinue

 

4. จะมายังหน้าขั้นตอน step ต่อไป ให้เลือกตัวเลือกด้านล่างที่เขียนว่า No thanks, … แล้วกดปุ่ม Continue

05_nothanksoption

 

5. จะมายังหน้าที่ให้กรอกรายละเอียดการสมัครจดโดเมนกับ netfirms ก็กรอกข้อมูลให้ครบถ้วนนะครับ เมื่อกรอกครบแล้ว ก็เลือกวิธีการจ่ายเงิน ในตัวอย่างนี้เลือกจ่ายผ่าน Paypal และส่วนสุดท้าย ด้านล่างจะมีช่องให้กรอกคูปองส่วนลด (ราคาโดเมนปกติ .com จะอยู่ที่ 9.95$/ปี) โดยกรอกคูปอง LOVE ลงไป ก็จะได้ลดเหลือโดเมนละ 4.95$ จากนั้นกดปุ่ม Apply

06_addyourdetail

 

6. เมื่อหน้าจอ refresh แล้ว ไปดูยังส่วนล่างของหน้าจอจะเห็นตรงส่วน Service Agreement สรุปยอดเป็น 4.95$ นะครับ แสดงว่าขั้นตอนที่ทำมาถูกต้อง หากไม่เป็นราคาตามนี้ ก็ลองไปไล่เช็คดูว่ามีการเลือกตัวเลือกอื่นๆ เพิ่มมาหรือเปล่า เช่น ไม่ได้ติ้กเอา Domain Privacy ออก จะทำให้ราคาแพงกว่าที่แสดงนี้ครับ ก็จัดการย้อนกลับไปแก้ไข ให้ถูกต้อง แล้วเมื่อถึงขั้นตอนนี้ เช็คราคาถูกต้องแล้ว ก็กดปุ่ม Check out

07_checkout

 

7. กรณีที่จ่ายผ่าน paypal เราก็ดำเนินการตามขั้นตอนการจ่ายเงินปกติ

08_paypal

 

8. หากจ่ายเงินสำเร็จ ก็จะปรากฏหน้าจอดังรูป

09_finishpayment

 

9. หลังจากนั้น ให้เข้าไปเช็คอีเมลล์ จะเห็นอีเมลล์ที่แจ้งให้ทำการ activate account ก่อน โดยคลิกที่ลิงค์ที่ปรากฏด้านล่างในอีเมลล์ดังกล่าว

10_activateyouracc

10. ระบบจะให้ทำการตั้งรหัสผ่าน และคำถามเพื่อ guide รหัสผ่าน ก็ให้กรอกให้ครบถ้วน โดยหลักเกณฑ์การตั้งรหัสผ่านคือ

  • จะต้องมีอย่างน้อย 6 ตัวอักษร
  • จะต้องมีอักษรภาษาอังกฤษตัวใหญ่ 1 ตัว ตัวอักษรตัวเล็ก 1 ตัว
  • จะต้องมีตัวเลข อย่างน้อย 1 ตัว
  • มีอักขระพิเศษอย่างน้อย 1 ตัว (เช่น @ # % เป็นต้น)
  • จะต้องไม่ตรงกับ username ที่ใช้ปัจจุบัน
  • จะต้องไม่ตรงกับรหัสผ่านที่ใช้ปัจจุบัน

เมื่อรหัสผ่านถูกต้องและยอมรับได้แล้ว กดปุ่ม Save&Continue เพื่อไปขั้นตอนถัดไป

11_createyourpass

 

11. ระบบจะพามายังหน้าจัดการโดเมน ดังรูป สามารถกดเลือกไอคอน Domain Control เพื่อเข้าไปตั้งค่าต่างๆ ของโดเมนได้

12_controlpanelpage

 

โดยเมื่อเข้ามาแล้ว จะแสดงรายการโดเมนทั้งหมดที่มีใน account ของเรา ดังรูป

13_bewareaddon

 

เราสามารถตั้งค่าต่างๆ แบบทีละหลายโดเมนได้ เช่น ตั้งค่า nameserver เป็นต้น โดยทำการติ้กถูกเลือกโดเมนที่ต้องการ แล้วกดลิงค์ Modify selected domains ดังรูป

14_startmodifiedclick

 

จากนั้นก็ทำการตั้งค่าตามต้องการ อย่างในตัวอย่างนี้คือการตั้งค่า nameserver เป็นต้น

15_setnameserver

 

12. กรณีที่เราจะแก้ไขแค่โดเมนเดียว ให้ทำการคลิกที่ชื่อโดเมนนั้น จะปรากฏ option เป็น tab ต่างๆ ก็สามารถคลิกเลือก tab ที่ต้องการ และทำการ Save

เช่น การแก้ไข nameserver ดังรูป

17_editnameserveronedomain

 

และที่สำคัญ ปกติโดเมนที่จดใหม่ ระบบจะตั้งค่า default เป็นแบบ Auto Renew ซึ่งจะต่ออายุโดเมนเราอัตโนมัติเมื่อครบเวลา ซึ่งส่วนใหญ่เราไม่ต้องการ ก็ให้ทำการแก้ไขส่วนของ Auto Renews ให้เป็น Manual แล้วกดปุ่ม Save ดังตัวอย่าง

16_editrenewonedomain

ฟังก์ชันอื่นๆ ในเว็บ ก็ลองไปทดสอบกันดูนะครับ

 

หวังว่าบทความนี้จะช่วย guide หลายๆ ส่วนของ netfirms ได้ หากมีข้อสงสัย หรือติชมแนะนำก็ฝากไว้ได้ครับ

ท้ายนี้ก็ขอขอบคุณคูปองลดราคาจาก อ.ปุ้ก Thaisem นะครับ ^^

 

ทำ aff ผ่าน viglink : เปลี่ยน traffic ให้เป็นรายได้

April 27th, 2013 25 comments

หลายๆ ท่านที่ทำอเมซอนอยู่ ช่วงนี้อาจประสบชะตากรรมเดียวกับคือ “Account Closed” วันนี้ผมเลยมาขอแนะนำอีกวิธีการหนึ่งที่พอจะเป็นทางเลือกสำหรับเปลี่ยน traffic ที่เรามี จากเดิมที่ส่งไปอเมซอนเลย (ถ้าเราโดนแบนก็จะไม่ได้ค่าคอม) แต่จะส่งไปอีกทางหนึ่งก่อนคือผ่านตัวแทนที่เรียกว่า viglink ดังนั้น จากเดิมที่เราจะรับค่าคอมผ่านอเมซอน เราก็จะมารับค่าคอมผ่าน viglink แทน

จริงๆ แล้ว viglink ร่วมมือกับเว็บขายสินค้ามากมายกว่า 3 หมื่นเว็บ ไม่เฉพาะแค่ amazon อย่างเดียว ดังนั้นบางครั้งหากเราสมัครเป็นตัวแทนขายไม่ผ่าน เพราะบางเว็บก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสมัครได้ ดังนั้น เราก็เป็นตัวแทนขายผ่าน viglink ได้ โดยเราก็ต้องยอมจ่ายค่านายหน้า หรือจะเรียกว่าจ่ายเปอร์เซ็นให้กับ viglink ด้วย ตัวอย่างเช่น ปกติ เราก็รับค่าคอมมิชชั่น โดยตรงจาก amazon.com โดยตรง แต่ถ้าเราขายผ่าน viglink เราก็จะต้องเสียค่าเปอร์เซ็นให้กับ viglink อีกทอดครับ ตรงนี้คงต้องยอมรับ เพราะทาง viglink จะเป็นคนที่ไป deals หรือ contact กับทางอเมซอนอีกที เราก็ค่อนข้างสบายใจที่เราสร้างเว็บขายของ ไม่ต้องระแวงการโดนแบนมากเท่าการทำ aff ให้ amazon ตรงๆ เพราะกรณีเรามี traffic ของเว็บที่ขายอเมซอนอยู่แล้ว เราก็แค่ทำการส่ง traffic นั้นไปผ่าน viglink ก่อนแล้วค่อยส่งไปให้ amazon อีกทีครับ

มาดูวิธีการสมัครกันเลย ขั้นตอนไม่ได้ยุ่งยากมากมาย

ก่อนอื่นก็แจ้งก่อนนะครับ เห็นมีน้องที่บอกว่าเคยได้รับเงินจาก viglink แล้วแนะนำมาว่าเมลล์ที่ใช้สมัครควรเป็นอันเดียวกับ paypal นะครับ ยังไงใครใช้เมลล์อื่นสมัครแล้วได้รับเงินเหมือนกันก็รบกวนแจ้งหน่อยนะครับ

1. ไปที่เว็บ VigLink โดย คลิกที่นี่  หรือคลิกที่ปุ่มนี้ VigLink badge

จะเจอหน้าจอแรก ก็ให้คลิกที่ปุ่ม Signup

01_signup

 

2. จะมายังหน้าจอที่ให้กรอกอีเมลล์ เราก็กรอกอีเมลล์ที่ใช้งานได้ลงไป จากนั้นกดปุ่ม SIGNUP ที่ด้านล่างของหน้าจอ

02_addemail

 

3. หน้าถัดมาจะแสดงข้อความว่าส่งรายละเอียดไปทางอีเมลล์แล้ว ดังรูป

03_showafteraddemail

 

4. ก็ให้เรากลับไปเช็คอีเมลล์ที่เรากรอกไว้จะเจอ อีเมลล์ที่ส่งมาดังรูป ถ้าไม่เจอใน inbox อย่าลืมไปเช็คดูใน Junk นะครับ บางทีมันก็ไปอยู่ในนั้นได้ แล้วแต่บางคนครับ

04_showemail

 

เมื่อคลิกเข้าไปแล้ว จะมีรายละเอียดแสดงดังรูป ให้คลิกที่ลิงค์ (1) หรือจะใช้วิธี copy url ในลิงค์ (2) ไปเปิดใน browser ก็ได้ ขั้นตอนนี้ก็เหมือนเป็นการ activate account ผ่านอีเมลล์นั่นเองครับ

05_detaillinkemail

 

5. จะกลับมายังหน้าจอเพื่อให้กรอกรายละเอียดของเรา ก็กรอกคล้ายๆ ตามตัวอย่างนะครับ อันนี้ผมว่าหลายๆ คนคงคุ้นเคยอยู่แล้ว เมื่อกรอกเสร็จก็กดปุ่ม complete signup

06_addaccdetail

 

6. จะมายังหน้าจอที่ จะบอกว่าให้ copy code javascript สำหรับไปใส่ใน html code ของเว็บเรา อันนี้ผมไม่ขอลงรายละเอียดนะครับ แต่เดี๋ยวตอนท้าย ผมจะแนะนำวิธีง่ายๆ สำหรับเว็บของใครที่ใช้ wordpress แค่ติดตั้ง plugin ก็ใช้งานได้แล้ว

07_showjavacodeviglink

 

ในหน้านี้ เมื่อเราเอาโค้ดไปติดยังเว็บที่เราติดตั้ง viglink แล้ว สามารถเช็คได้ว่าการติดตั้งสมบูรณ์ถูกต้องไหม โดยเอา url เว็บที่เราใส่โค้ดไปแล้วมาเช็คที่ช่อง Check your installation ได้ ถ้าถูกต้องจะได้ผลดังรูป

08_checkinstallcode

 

7. ต่อมาลองมาดูบางส่วนของหน้าจัดการกันนะครับ ที่หน้าแรกจะแสดงจำนวนคลิก และก็รายได้นะครับ (เราจะได้รายได้ก็ต่อเมื่อลูกค้าคลิกซื้อสินค้าเท่านั้น ก็เหมือนขายของให้ amazon นะครับ) รายได้ที่แสดงจะเป็นอันที่หักค่าเปอร์เซ็นให้ viglink เรียบร้อยแล้ว (เท่าที่เข้าใจนะครับ)

09_showdashboardclickearn

 

8. ทีนี้มาดูในส่วนการรับเงินนะครับ เราจะรับเงินผ่าน paypal เท่านั้น ก็ให้ไปที่เมนู Manage –> Account ดังรูป

10_editacc

 

จากนั้นกดปุ่ม Edit Account

9. จะมายังหน้าที่ให้แก้ไขข้อมูล เราก็กรอกอีเมลล์ paypal เราในส่วนด้านขวาของหน้าจอนะครับ (PayPal Email) แล้วก็บันทึกข้อมูล

11_editaccdetail

 

ด้านล่าง ตรง My Sources เข้าใจว่าเป็นส่วนในการสร้างตัว track ว่ารายได้มาจากเว็บไหน หรือกลุ่มของเว็บเราอันไหน โดยการสร้าง API แยกออกมาได้เรื่อยๆ และตั้งชื่อให้เราเข้าใจได้ครับ ยังไงลองไปลองเล่นฟังก์ชันนี้ดูได้ ส่วนตัวผมตอนนี้ใช้แค่อันเดียวอยู่ครับ เพื่อความรวดเร็ว

10. ทีนี้ กรณีเว็บทำเงินของเราเป็น WordPress เราสามารถ download plugin ในหน้า install–>wordpress ไปติดตั้งในเว็บนั้นได้

12_installcode 13_wpplugindownload

หรือไม่ก็ใช้วิธีไปค้นหา plugin ในเว็บของเรา โดยใช้ kw คำว่า viglink แล้วก็ติดตั้งเหมือนการติดตั้ง plugin ตามปกติครับ

จากนั้นจึงค่อยมากรอก API key ที่อยู่ในหน้า Manage–>Account เราในส่วนหน้า setting ของ wordpress นะครับ

14_showwpapiinstall

 

อันนี้แสดงส่วน API key ที่เราจะเอามากรอกในหน้า setting ของ plugin ครับ

apiacc

 

เพิ่มเติมนะครับ

1. สำหรับคนที่สมัครเรียบร้อยแล้ว แนะนำว่าให้เอา banner ที่บ่งบอกว่าเราทำ aff กะ viglink ไปแปะไว้ที่เว็บด้วยก็ดี กันเหนียว หน้านี้นะครับ (อย่าลืม login ก่อนเน้อ)

http://www.viglink.com/legal/disclosures/publishers

2. กรณีลิงค์เดิมที่เคยส่งไป amazon แก้เป็น www.amazon.com/dp/ASIN นะครับ เพราะเมื่อใส่โค้ด java ของ viglink หรือติดตั้ง plugin ของ viglink แล้ว ระบบจะ redirect ให้เป็น tag ของ viglink เมื่อไปที่เว็บ amazon ให้เองโดยอัตโนมัติครับ

หวังว่าบทความนี้คงพอเป็นแนวทางให้หลายๆ คนที่สนใจจะเปลี่ยน traffic ที่มีให้กลับมามีรายได้อีกนะครับ หากมีข้อสงสัยก็ฝาก comment ไว้ได้นะครับ